โครงการผู้สูงอายุข้อเข่าดี ด้วยยาสมุนไพร
โครงการผู้สูงอายุข้อเข่าดี ด้วยยาสมุนไพร
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการผู้สูงอายุข้อเข่าดี ด้วยยาสมุนไพร | |
| รหัสโครงการ | 67-L8302-1-19 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านสะโล | |
| วันที่อนุมัติ | 27 กุมภาพันธ์ 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2567 - 31 กรกฎาคม 2567 | |
| งบประมาณ | 20,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวฟิรซา เง๊าะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
- ผู้สูงอายุที่มารับบริการมาด้วยอาการข้อเข้าเสื่อม ขนาด 60.00
โรคข้อเสื่อมเป็นปัญหาหลักที่พบมากสุดในผู้สูงอายุ โดยประเทศไทยพบว่าผู้สูงอายุเป็นโรคข้อเข่าเสื่อมถึงร้อยละ 50 และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งนับเป็นหนึ่งในปัญหาด้านสาธารณสุขที่สำคัญ ผู้ที่มีภาวะข้อเสื่อม หากไม่ได้รับการรักษาหรือปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม อาการของโรคจะดำเนินไปเรื่อย ๆ อาจทำให้เจ็บปวด ข้อเข่าผิดรูป เดินได้ไม่ปกติ ส่งผลให้ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันต่าง ๆ ไม่สะดวก เกิดความทุกข์ทรมานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ การรักษาข้อเข่าเสื่อมจึงมีหลายวิธีการ เช่น การผ่าตัด การใช้ยา ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นยาแก้ปวด เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol) ในการรักษาอาการปวดเข่าถ้าอาการไม่ดีขึ้น อาจจะต้องใช้ยาต้านการอักเสบไม่มีสเตียรอยด์ ร่วมด้วย ซึ่งหากรับประทานยาจำพวกนี้เป็นระยะเวลานาน อาจมีการสะสมสารตกข้างในเซลล์ตับได้ ส่วนวิธีการผ่าตัดเป็นการรักษาขั้นสุดท้ายเพื่อรักษาไม่ให้เกิดไตวาย จากการกินยา
ตามการรักษาข้อเข่าเสื่อมในศาสตร์การแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย การรักษาด้วยการนวดกดจุด การจ่ายยาสมุนไพร และการพอกยาเพื่อช่วยลดหรือบรรเทาอาการปวด ซึ่งเกิดจากเลือดและลมไหลเวียนไม่สะดวก ทำให้มีการคั่งอั้นของลมส่งผลให้เกิดอาการปวด ยาสมุนไพรนั้นถือว่าเป็นยาที่ไม่มีผลข้างเคียงใดๆ และเป็นการนำสมุนไพรที่อยู่รอบๆตัวมาใช้ประโยชน์ ส่วนการพอกด้วยสมุนไพรเป็นอีกวิธีหนึ่งที่แพทย์แผนไทยนิยมใช้ในการรักษาโรคจับโปงเข่าหรือโรคข้อเข่าเสื่อม ซึ่งโรคจับโปงเข่า จะมีอาการปวด บวม แดง ร้อน ขณะที่บวมและอักเสบจะมีความร้อนเพิ่มขึ้น ซึ่งการพอกด้วยสมุนไพร คือ การใช้สมุนไพรมาพอกเพื่อดูดพิษการอักเสบตามข้อต่างๆ ที่มีอาการปวด บวม แดง ร้อน และ เป็นการช่วยขับลม กระจายลม บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อและปวดตามข้อต่างๆ อาการข้อฝืดลดลง สามารถเหยียดและงอข้อเข่าได้ดีขึ้นโดยการรักษาด้วยการพอกสมุนไพรจะมีการใช้สมุนไพรรสร้อนและรสเย็น ขึ้นอยู่กับอาการแสดงของโรคและความเหมาะสมในการใช้ยาพอกสมุนไพร คลินิกแพทย์แผนไทยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านสะโล พบว่าร้อยละ 60 ของผู้สูงอายุที่มารับบริการมาด้วยอาการข้อเข้าเสื่อม
จากปัญหาดังกล่าวโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านสะโล เห็นถึงความสำคัญของการดูแลข้อเข่า ในผู้สูงอายุ
จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น ดังนั้น ทางรพ.สต.บ้านสะโล จึงมีแนวคิดที่แก้ไขปัญหาในข้างต้นให้ได้ครบถ้วนทั้งปริมาณและคุณภาพ ตลอดจนประสิทธิภาพสูงสุดซึ่งจะส่งผลถึงคุณภาพชีวิตต่อไป จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้นและขอสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการจากกองทุนหลักประกันสุขภาพเทศบาลตำบลมะรือโบตก
- เพื่อให้ผู้สูงอายุและผู้ดูแลมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการ โรคข้อเข่าเสื่อม และวิธีการรักษาตามหลักการแพทย์แผนไทย
- กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการร่วมใส่ใจ สร้างเสริม สุขภาพผู้สูงอายุ ห่างไกลข้อเข้าเสื่อม โดยวิถีการแพทย์แผนไทย
๒. วิธีดำเนินการ(ออกแบบรายละเอียด) กิจกรรมดำเนินงาน กิจกรรมที่ ๑ ประชุมเจ้าหน้าที่ รพ.สต. และอสม.ชี้แจงการดำเนินการโครงการ กิจกรรมที่ ๒ จัดกิจกรรมอบรมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและแนวทางในการรักษาตามศาสตร์ การแพทย์แผนไทยในเบื้องต้น กิจกรรมที่ ๓ จัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวการโรคข้อเข่าเสื่อมและการดูแลตามหลักการแพทย์แผนไทย กิจกรรมที่ ๔ จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสาธิตเกี่ยวกับวิธีการพอกยาสมุนไพรที่ถูกต้อง กิจกรรมที่ ๕ สรุปวิเคราะห์และประเมินผล วิธีดำเนินการ(ออกแบบรายละเอียด) ระยะเตรียมความพร้อม ๑. เขียนโครงการ เสนอ โครงการเพื่อพิจารณาอนุมัติ ๒. กำหนดแผนร่วมกับฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ๓. ประชุมชี้แจ้งโครงการให้ให้แก่สมาชิก อสม. เพื่อช่วยประชาสัมพันธ์โครงการแก่ผู้สูงอายุและเพื่อเชิญชวนเข้าร่วมโครงการ ๔. จัดทำเอกสาร เตรียมอุปกรณ์เครื่องมือที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรม ระยะดำเนินการ ๑. กิจกรรมอบรมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและแนวทางในการรักษาตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยในเบื้องต้น ๒. กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวการโรคข้อเข่าเสื่อมและการดูแลตามหลักการแพทย์แผนไทย ๓. กิจกรรมอบรมให้ความรู้เกี่ยวการโรคข้อเข่าเสื่อมและการดูแลตามหลักการแพทย์แผนไทย ๔. กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสาธิตเกี่ยวกับวิธีการพอกยาสมุนไพรที่ถูกต้อง ๔. สรุปวิเคราะห์และประเมินผล
๑. ผู้สูงอายุและผู้ดูแลมีความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและแนวทางในการรักษา การดูแลตนเอง ตามศาสตร์การแพทย์แผนไทยในเบื้องต้น
๒. ผู้สูงอายุและผู้ดูแลมีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อมและการรักษาตามหลักการแพทย์แผนไทย
๓. ผู้สูงอายุและผู้ดูแลมีความรู้เกี่ยวกับวิธีการพอกยาสมุนไพรอย่างถูกต้องและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
๔. การรักษาโดยการแพทย์แผนไทยเป็นที่ยอมรับในชุมชนมากขึ้น
๕. การรักษาด้วยวิธีการพอกยาสมุนไพรได้รับการยอมรับและเป็นตัวเลือกในการรักษาให้แก่ผู้สูงอายุได้