โครงการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยตำบลกะลุวอ ปี 2567
โครงการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยตำบลกะลุวอ ปี 2567
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยตำบลกะลุวอ ปี 2567 | |
| รหัสโครงการ | 67-L2490-1-11 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลุวอ | |
| วันที่อนุมัติ | 16 กรกฎาคม 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 5 เมษายน 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 17,428.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวนุรยา อุเซ็ง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกะลุวอ อำเภอเมืองนราธิวาส จังหวัดนราธิวาส |
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อคุณภาพชีวิตขาดความรู้ความเข้าใจเรีองศาสตร์การแพทย์แผนไทย ขนาด 20.00
จากสภาพสังคมในยุคปัจจุบันต่างมีความเป็นอยู่ที่ต้องเร่งรีบ แข่งขันสูง เผชิญกับความกดดันในการปรับตัวกับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว สาเหตุของปัญหาที่มาจากสถาบันครอบครัว เพื่อน หรือองค์กรที่ทำงาน ก่อให้เกิดความเครียด ความวิตกกังวลใจ เกิดความรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ แยกตัวออกจากสังคม การลาออกจากงานรายได้จึงลดลง ส่งผลต่อสุขภาพจิตที่เสื่อม นำไปสู่การเจ็บป่วยที่ง่าย หากไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ จะยิ่งส่งเสริมให้มีภาวะซึมเศร้าเพิ่มขึ้น อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ ศาสคร์การแพทย์แผนไทย เป็นศาสตร์ที่มีการดูแลแบบองค์รวม ได้แก่ กาย จิต สังคมและจิตวิญญาณ สอดคล้องกับการสุขภาวะ ซึ่่งให้ความหมายว่า ภาวะที่สมบูรณ์ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและปัญญาเชื่อมโยงกันเป็นองค์รวมอย่างสมดุล การดูแลสุขภาพและการบำบัดรักษาโรคทั้งทางกายและใจต้องควบคู่พร้อมกัน ถือเป็นหัวใจหลักของการรักษาด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลุวอ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการมีสุขภาวะที่ดี จึงได้จัดโครงการส่งเสริมสุขภาวะที่ดีด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยแผนไทยให้กับประชาชน เพื่อเป็็นประโยชน์ในการส่งเสริมความรู้ บอกเล่าต่อกัน สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้
- 1.เพื่อส่งเสริมการดูแลตนเองด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทยแก่ประชาชนที่มีความเสี่ยง
- 2.เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาวะที่ดีด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
- กิจกรรมให้ความรู้เรื่องสุขภาวะด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย
- กิจกรรมสมุนไพรใกล้ตัวในการดูแลตนเอง
1.กลุ่มเป้าหมายสามารถนำสมุนไพรใกล้ตัวในท้องถิ่นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ 2.กลุ่มเป้าหมายสามารถนำความรู้ต่อยอดสร้างอาชีพได้ 3.กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงการเข้ารับบริการทางการแพทย์แผนไทยมากขึ้น