โครงการการส่งเสริมการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม ในเขตพื้นที่ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข และศูนย์สุขภาพชุมชนกุโบร์รวมใจ
โครงการการส่งเสริมการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม ในเขตพื้นที่ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข และศูนย์สุขภาพชุมชนกุโบร์รวมใจ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการการส่งเสริมการจัดการสุขภาพแบบองค์รวม ในเขตพื้นที่ ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข และศูนย์สุขภาพชุมชนกุโบร์รวมใจ | |
| รหัสโครงการ | L7250-1-09 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง | |
| วันที่อนุมัติ | 3 เมษายน 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 3 เมษายน 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 239,160.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางวสุธิดา นนทพันธ์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการพิเศษ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา |
ปัจจุบันสถานการณ์โรควิถีชีวิตในประเทศไทยกำลังทวีความรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะ ๕ โรคสำคัญ ได้แก่ เบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคไม่ติดต่อ รักษายาก
และไม่หายขาด ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อโรค แต่เกิดมาจากสาเหตุการใช้วิถีชีวิตแบบสังคมคนเมืองสมัยใหม่
ที่มีพฤติกรรมการกินเปลี่ยนแปลงไป โดยบริโภคอาหารหวาน มัน และเค็มเพิ่มขึ้น กินผักผลไม้น้อยลง มีร้านอาหาร คาเฟ่ ร้านขายน้ำหวาน ร้านสะดวกซื้อเพิ่มขึ้น และขาดการออกกำลังกาย จึงส่งผลให้คนไทยมีภาวะน้ำหนักเกินและโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มขึ้น
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของโลกและประเทศ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบมากขึ้นในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดความพิการและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิด
โรคล้วนเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมสุขภาพของมนุษย์ที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามกระแสความเจริญของโลก ประกอบกับโครงสร้างประชากรที่เปลี่ยนแปลงที่ทำให้มีผู้สงอายุเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงยังทำให้ผู้ป่วยมีแนวโน้มเพิ่ม ทำให้สำนักระบาดวิทยาต้องดําเนินการเฝ้าระวังโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ๕ โรค ได้แก่ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจขาดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง
ข้อมูลจำนวนผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ปี 2566 ในเขตพื้นที่ศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง ที่อยู่ในระบบการรักษา มีทั้งหมด 1,843 คน แยกเป็นโรคเบาหวาน จำนวน 266 คน โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 1,045 คน และเป็นทั้งสองโรค จำนวน 532 คน ซึ่งมารับบริการในคลินิกโรคเรื้อรังของศูนย์บริการสาธารณสุขเตาหลวง เครือข่ายโรงพยาบาลสงขลา 175 คน และอีก 1,668 คน รับยาที่โรงพยาบาลสงขลา, โรงพยาบาลอื่นๆ ของรัฐ
และคลินิก
ศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข อยู่ในระบบการรักษา มีทั้งหมด 1,514 คน แยกเป็นโรคเบาหวานจำนวน 118 คน โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 932 คน และเป็นทั้งสองโรค จำนวน 312 คน ซึ่งมารับบริการในคลินิกโรคเรื้อรังของศูนย์สุขภาพชุมชนพาณิชย์สร้างสุข เครือข่ายโรงพยาบาลสงขลา 208 คน และอีก 1,457 คน รับษาที่โรงพยาบาลสงขลา, โรงพยาบาลอื่นๆ ของรัฐ และคลินิก
ศูนย์สุขภาพชุมชนกุโบร์รวมใจ ที่อยู่ในระบบการรักษา มีทั้งหมด 1,528 คน แยกเป็นโรคเบาหวานจำนวน 145 คน โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 983 คน และเป็นทั้งสองโรค จำนวน 400 คน ซึ่งมารับบริการในคลินิกโรคเรื้อรังของศูนย์สุขภาพชุมชนกุโบร์รวมใจ เครือข่ายโรงพยาบาลสงขลา จำนวน 185 คน และอีก 1,343 คน รับยาที่โรงพยาบาลสงขลา,โรงพยาบาลอื่นๆ ของรัฐ และคลินิก
ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ทั้ง 3 หน่วยบริการ จะต้องได้รับการดูแลแบบองค์รวมตามมาตรฐานวิชาชีพเฉพาะโรค
เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และไตวาย จึงได้จัดโครงการนี้ขึ้น
- 1.เพื่อประเมินผู้ป่วยเรื้อรัง-ติดเตียง-ผู้พิการ-ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยเรื้อรังระยะท้าย ได้รับการดูแลตามมาตรฐานวิชาชีพเฉพาะโรค และลดภาวะแทรกซ้อนโรคหลอดเลือดสมอง หัวใจ ไตวาย
- 2.เพื่อให้ผู้ป่วยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและสามารถควบคุมโรคเรื้อรังได้อย่างเหมาะสม
- 3.เพื่อเสริมสร้างความรู้ให้กับแกนนำสุขภาพ
- กิจกรรมที่ 1 งานภาคประชาชนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในการส่งเสริมสุขภาพและแก้ไขปัญหาสุขภาพในชุมชน
- กิจกรรมที่ 2 งานควบคุมโรคไม่ติดต่อ
- กิจกรรมที่ 3 สร้างความตระหนักรู้ในการจัดการสุขภาพตนเองของผู้ป่วยโรคเรื้อรังและแกนนำสุขภาพเพื่อเฝ้าระวังการเกิดโรคไตวายเรื้อรัง
- กิจกรรมจัดฐานการเรียนรู้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังเสี่ยงสูง
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
- ค่าอาหารเช้า
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม
- ค่าอาหารกลางวัน
- ค่าตอบแทนวิทยากร
- ค่าวัสดุ อุปกรณ์ในการจัดฐาน
- ค่าโปสเตอร์โฟมบอร์ดความรู้โรคไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจ
- ค่าแฟ้มใส่เอกสารประวัติการตรวจรักษาผู้ป่วยเรื้อรัง
- ค่าสติกเกอร์เตือนใจ รู้ไว ไปเร็ว ปลอดภัย จากโรคหลอดเลือดสมองติดที่บ้านผู้ป่วย
- ค่านวัตกรรมกระเป๋าผ้ากันลืม
- ค่าเครื่องวัดความเค็มในอาหารแบบพกพา (Salt Meter)
- ค่าเครื่องตรวจวัดความเค็มในปัสสาวะ KME-03
1.ผู้ป่วยเรื้อรัง-ติดเตียง-ผู้พิการ-ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยระยะท้าย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น 2.ผู้ป่วยมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและควบคุมโรคเรื้อรังได้อย่างเหมาะสม 3.นำความรู้ที่ได้รับไปถ่ายทอดกับปฏิบัติให้กับคนอื่นได้