กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการบูรณาการลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการบูรณาการลดปัจจัยเสี่ยงจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ เครือข่ายลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพตำบลจำป่าหวาย
วันที่อนุมัติ 30 เมษายน 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 15 พฤษภาคม 2567 - 31 สิงหาคม 2567
งบประมาณ 47,550.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ พระครูสุวรรณปัญญาลังการและคณะทำงาน
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลจำป่าหวาย อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา
ประเด็น
แผนงานสุรา , แผนงานยาสูบ , แผนงานสิ่งเสพติด
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. จำนวนร้านค้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน ขนาด 30.76
  2. จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน ขนาด 7.69
  3. ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน ขนาด 0.00
  4. ร้อยละของการสูบยาสูบของผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ขนาด 20.55
  5. จำนวนร้านค้าที่ขายผลิตภัณฑ์ยาสูบในชุมชนที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย (รวมทั้งร้านสะดวกซื้อ) ขนาด 7.69

องค์การอนามัยโลกกำหนดให้การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัญหาเร่งด่วนอันดับที่ 2 เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆมากกว่า 200 ชนิด และการเสียชีวิตของประชากรโลกมากกว่า 3.3 ล้านคนต่อปี สถานการณ์การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จากรายงานประจำขององค์การอนามัยโลกปี 2014 ระบุว่า ประเทศไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากเป็นอันดับที่ 78 ของโลก เฉลี่ย 7.1 ลิตรต่อคน คิดเป็นค่าใช้จ่ายค่าสุราคนละ 509 บาทต่อวัน หรือประมาณ 6,108 บาทต่อปี มีปริมาณการดื่มต่อนักดื่ม 23.8 ต่อลิตรต่อคนต่อปีและมีความชุกผู้ที่มีภาวะจากการดื่มแอลกอฮอล์ ร้อยละ 4.9 สูงที่สุดในอาเซียน อีกทั้งยังเป็นพฤติกรรมเสี่ยง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลกระทบต่อสุขภาพผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มโอกาสในการเกิดโรคและการบาดเจ็บมากกว่า200 ชนิด มีโอกาสป่วยด้วยโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการดื่มแอลกอฮอล์มากกว่าผู้ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 216 เท่าทำให้เกิดโรคมากกว่า 60 โรค และจากการรายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทยปี2556 พบว่าการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการสูญเสียปีสุขภาวะในประชากรชายโดยสูงถึงห้าแสน ห้าหมื่นปีหรือร้อยละ 8.8
ผลกระทบจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อให้เกิดผลกระทบในหลากหลายมิติทั้งที่เกิดขึ้นกับตนเองและผู้อื่น ผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเองหรือผลกระทบทางตรงต่อสุขภาพ เป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุจราจร การเกิดอุบัติเหตุจราจรมีความสัมพันธ์กับการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยความสัมพันธ์ในลักษณะที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามปริมาณการดื่มก่อนขับขี่ โดยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุจราจรมากที่สุดคือเมาแล้วขับ และเป็นเหตุที่ทำให้เสียชีวิตลำดับที่สอง ผลกระทบแบบเรื้อรังหรือระยะยาว ได้แก่ภาวการณ์เกิดพิษเฉียบพลัน ระบบทางเดินอาหาร มะเร็ง โรคทางจิตและประสาทและโรคอื่นที่เกี่ยวข้อง โดยความรุนแรงของโรค มีความสัมพันธ์กับปริมาณการดื่มที่มากขึ้นผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อผู้อื่นซึ่งเป็นหลักการสำคัญลำดับต้นๆในการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คือผลกระทบต่อเด็กและเยาวชนในครอบครัวของผู้ดื่ม พฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของบุคคลในครอบครัว เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดื่มของบุคคลอื่นที่เป็นสมาชิกในครอบครัวอีกทั้งยังเป็นผลให้เกิดการส่งผ่านพฤติกรรมการดื่มจากรุ่นสู่รุ่น (intergenerational transmission) นอกจากนี้ การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ยังเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการทารุณกรรมต่อเด็กในครอบครัวทางร่างกายร้อยละ 18.1 และทางจิตใจ ร้อยละ9.2 ส่งผลต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานก่อให้เกิดความรุนแรงในสถานที่ปฏิบัติงาน อาทิเช่น การคุกคามและล่วงละเมิดทางเพศ ยังพบว่าผู้ที่ดื่มในระดับอันตรายมากจะสูญเสียผลิตภาพการทำงานมากที่สุด ร้อยละ 13.9 หรือคิดเป็นการขาดงาน 30 วันต่อปี (10) ในส่วนผลกระทบต่อชุมชนหรือสาธารณะ ได้แก่ การกระทำความผิดทางอาญา การดื่มสุราเป็นปัจจัยที่สัมพันธ์กับการกระทำผิดคดีอาญาต่างๆ อาทิเช่น ทำให้เสียทรัพย์ ร้อยละ 59.1 ความผิดเกี่ยวกับเพศ ร้อยละ 34.8 ความผิดต่อร่างกาย ร้อยละ 20.8 ความผิดฐานบุกรุก ร้อยละ 16.1 และความผิดฐานข่มขืนกระทำชำเรา ร้อยละ10.5 ความสูญเสียบนท้องถนนเป็นอีกผลกระทบหนึ่ง ผู้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีทัศนคติหลังการดื่มกับสมรรถภาพในการขับรถ คิดว่าตนเองยังสามารถขับรถได้อย่างปลอดภัย ส่งผลให้เป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุอันดับที่ 1 คือเมาสุรา การดื่มแล้วขับเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุและทำให้มีผู้เสียชีวิตอันดับที่ 1 (4) ผลกระทบต่อครอบครัว การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทำให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งและความรุนแรงในครอบครัว พบว่าครอบครัวที่ดื่มสุรามีโอกาสเกิดความรุนแรงในครอบครัว 3.84 เท่า ของครอบครัวที่ไม่ดื่มสุรา (10) ทำให้สัมพันธภาพในครอบครัวไม่ดี บุตรขาดความอบอุ่น ผู้หญิงที่เป็นภรรยาเผชิญกับปัญหาสุขภาพจิต อาจถึงเป็นโรคซึมเศร้าเพราะหัวหน้าครอบครัวติดสุรา (15) ผลกระทบต่อรัฐ ก่อให้เกิดภาระของประเทศในการคอยแบกรับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลการบาดเจ็บจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ค่าใช้จ่ายในการบังคับใช้กฎหมายและการฟ้องร้องคดีความกระบวนยุติธรรม เป็นต้น
สถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รายจังหวัดของจังหวัดพะเยา โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ย้อนหลังตั้งแต่ปี 2554 ความชุกของนักดื่มในประชากรอายุ 15 ปี ขึ้นไป ร้อยละ 54 สูงเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ มีคะแนนดัชนีความเสี่ยงต่อปัญหาแอลกอฮอล์ของจังหวัดสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของประเทศเช่นเดียวกัน ในปี 2560 พบความชุกร้อยละ 44 อยู่ในลำดับที่ 3และในปี 2564 พบความชุกร้อยละ 40.7 อยู่ในลำดับที่ 5 ของประเทศ (ข้อมูลจากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา,2564)
จากสถานการณ์การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ตำบลจำป่าหวาย มีการสำรวจข้อมูลโดยใช้แบบประเมินพฤติกรรมการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่เข้ารับบริการสุขภาพในสถานบริการ(ASSIST) ในประชากร อายุ 15 ปี ขึ้นไป ประชากรที่ได้รับการคัดกรองทั้งหมด จำนวน 1,413 คน ประชากรที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จำนวน 791 คน คิดเป็นร้อยละ 55.98 (ข้อมูลจาก HDC(Health Data Center) จังหวัดพะเยา) ข้อมูลผู้ป่วยที่รับการรักษาพยาบาลจากโรงพยาบาลพะเยา สาเหตุเนื่องจากสุราของตำบลจำป่าหวายที่เข้ารับการรักษาพยาบาลจากกลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลพะเยา ย้อนหลัง 3 ปี มีแนวโน้มสูงขึ้น ดังข้อมูลตามตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 1 แสดงจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษา กลุ่มงานจิตเวช โรงพยาบาลพะเยา ปี 2564-2566 ปี พ.ศ. จำนวนผู้ป่วยรายใหม่ (คน)จำนวนผู้ป่วย(คน) จำนวนที่รับบริการ(ครั้ง) หมายเหตุ 256418 30 131
2565 9 31130
256619 34 92 *พยายามฆ่าตัวตาย 1 ราย เพศชาย 1 ต.ค.-31 ธ.ค.66*** 2037 112
ตารางที่ 1 จากข้อมูลดังกล่าว เห็นได้ว่าจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาสาเหตุเนื่องจากสุรามีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะข้อมูลช่วง 1 ตุลาคม–31 ธันวาคม 2566 จำนวนผู้ป่วยรายใหม่สูงกว่าผู้ป่วยตลอดปี ซึ่งยังไม่ทราบแน่ชัดว่าข้อมูลจำนวนผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นมาจากปัจจัยใดบ้าง
ด้านพฤติกรรมการดื่ม พบว่าในปัจจุบัน ผู้ป่วยมีการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมกับสารเสพติดอื่นแบบผสมผสาน ได้แก่ ดื่มเหล้าควบคู่กับการใช้กัญชา กะท่อม สูบบุหรี่(รวมถึงบุหรี่ไฟฟ้า) ส่งผลให้มีการออกฤทธิ์เร็ว รุนแรง และต้องการเพิ่มปริมาณสูงขึ้น ผลกระทบต่อแต่ละด้านเพิ่มสูงขึ้นตามมาที่เห็นชัดเจนคือผลกระทบในมิติด้านสุขภาพ ด้านสังคม และด้านเศรษฐกิจ จากความสำคัญของปัญหาดังกล่าว เครือข่ายลดปัจจัยเสี่ยงสุขภาพตำบลจำป่าหวาย จึงได้ประสานงานและร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลจำป่าหวาย และหน่วยบริการสาธารณสุข (โรงพยาบาลพะเยาและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลจำป่าหวาย) จัดทำโครงการบูรณาการลดปัจจัยเสี่ยงจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมสารเสพติดอื่นๆตำบลจำป่าหวายขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อเพิ่มกลุ่มหรือเครือข่ายเพื่อควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน
  2. เพื่อลดจำนวนร้านค้าที่ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายในการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในชุมชน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 3.1 สำรวจข้อมูลการดื่มเริ่มตั้งแต่กลุ่มอายุ 15 ปีขึ้นไป แหล่งจำหน่าย และจัดประชุมคณะทำงานร่วมกับผู้นำชุมชน อสม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจแนวทางในการขับเคลื่อนโครงการ คืนข้อมูลและทำข้อตกลงการขับเคลื่อนงานร่วมกัน (ประกอบด้วย คณะทำงาน
  2. 8.1 ประชุมคืนข้อมูล
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

8.1 แกนนำชุมชน อสม. สามารถขับเคลื่อนงานด้านการแก้ไขปัญหาการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วม สารเสพติดอื่นๆในชุมชนของตนเองได้8.2 ประชาชนได้รับการเฝ้าระวังการฆ่าตัวตายจากผลกระทบจากการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และการใช้สารเสพติดอื่นๆ