กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการป้องกันตนเองเพื่อห่างไกลจากโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต (Stroke) โดยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปีงบประมาณ 2567

กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลตำบลทุ่งนุ้ย

โครงการป้องกันตนเองเพื่อห่างไกลจากโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต (Stroke) โดยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปีงบประมาณ 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการป้องกันตนเองเพื่อห่างไกลจากโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต (Stroke) โดยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปีงบประมาณ 2567
รหัสโครงการ 67-L5281-1-06
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลทุ่งนุ้ย
วันที่อนุมัติ 9 พฤษภาคม 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 17 กรกฎาคม 2567 - 17 กรกฎาคม 2567
งบประมาณ 15,550.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายบุญยืน ทองเงิน
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคหลอดเลือดสมอง(Stroke)หรือที่เรียกอีกชื่อว่าโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต เป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของการเสียชีวิตและความพิการที่สำคัญทั่วโลกและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั่วโลกพบว่า 1 ใน 4 ของประชากรที่มีอายุมากกว่า 25 ปีขึ้นไปเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke) และร้อยละ 90 ของโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke)สามารถป้องกันได้ สำหรับประเทศไทยข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข สธ. ในปี 2566 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง(Stroke)มากถึง 349,126 ราย เสียชีวิต 36,214 ราย เป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่มีอายุน้อยกว่า 70 ปี         เนื่องจากการรักษาที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิด ดังนั้น การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิต เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ทำได้โดยการควบคุมระดับความดันโลหิต ระดับน้ำตาล และระดับไขมันในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม รับประทานอาหารที่ดีต่อ สุขภาพ ลดหวาน มัน เค็ม มีกิจกรรมทางกายหรือออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ งดดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ งดการใช้สารเสพติดทุกชนิด หลีกเลี่ยงความเครียด พักผ่อนให้เพียงพอ ตรวจสุขภาพเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวควรพบแพทย์อย่างสม่ำเสมอ
        แพทย์แผนไทยโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลทุ่งนุ้ยจึงเล็งเห็นความสำคัญในเรื่องการดูแลสุขภาพตนเองก่อนการเกิดโรคในกลุ่มวัยทำงานในชุมชน ซึ่งพบว่าอัตราการเกิดโรคอัมพฤกษ์-อัมพาตในชุมชนเกิดกับกลุ่มวัยทำงานมากขึ้น ปัจจัยการเกิดโรคเกิดจากการทำงานเกินกำลัง ความเครียด อาหาร ไม่ได้รับการดูแลสุขภาพที่ถูกต้อง จึงได้จัดโครงการป้องกันตนเองเพื่อห่างไกลจากโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต(Stroke)โดยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปีงบประมาณ 2567 นี้ขึ้น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนในชุมชนเกิดความตระหนักถึงการดูแลสุขภาพมากขึ้น และช่วยลดอัตราการเกิดโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต(Stroke)ในชุมชน

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนในชุมชนตระหนักถึงการดูแลใส่ใจสุขภาพก่อนการเกิดโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต (Stroke)
  2. เพื่อช่วยลดอัตราการการเกิดโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต (Stroke)ในชุมชน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมบรรยายให้ความรู้พร้อมการนวดรักษาเบื้องต้นเกี่ยวกับโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต(Stroke)
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ       1. เสนอร่างโครงการผ่านเวทีพิจารณาโดยคณะกรรมการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งนุ้ย
      2. จัดทำทะเบียนกลุ่มเป้าหมายในเขตรับผิดชอบ ขั้นดำเนินการ       1. เขียนโครงการและศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ       2. เสนอโครงการผ่านเวทีประชุมคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนุ้ย เพื่อขออนุมัติและสนับสนุนงบประมาณ       3.ปรับปรุงแก้ไขโครงการตามข้อเสนอแนะของคณะกรรมการกองทุนหลักประกันสุขภาพองค์การบริหารส่วนตำบลทุ่งนุ้ย
      4. ดำเนินการตามแผนงานโครงการที่จัดทำขึ้น ดังนี้       - นัดประชุมกับแกนนำ อสม.เพื่อเตรียมความพร้อมและนัดหมายกำหนดวันในการเข้ารับการอบรม ณ ห้องประชุมปาหนันโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลทุ่งนุ้ย       - จัดอบรมประชาชนกลุ่มวัยทำงาน ประสานงานผ่านแกนนำ อสม. ให้มาอบรมตามกำหนดวันเวลา และสถานที่นัดหมาย       - อบรมเชิงปฏิบัติการ โครงการป้องกันตนเองเพื่อห่างไกลจากโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต(Stroke)โดยศาสตร์การแพทย์แผนไทย ปีงบประมาณ 2567 โดยเชิญวิทยากรจาก รพ.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ. สตูล

ขั้นประเมินผล       1. ประเมินผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์       2. ประเมินผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับเป้าหมาย       3. ประเมินผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับงบประมาณ       4. ประเมินผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับผลที่คาดว่าจะได้รับ       5. ประเมินผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับความทันเวลาในการดำเนินโครงการ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชาชนในชุมชนได้ตระหนักถึงการดูแลใส่ใจสุขภาพก่อนการเกิดโรคอัมพฤกษ์-
  อัมพาต (Stroke)   2.ประชาชนในชุมชนกลุ่มวัยทำงานไม่เป็นโรคอัมพฤกษ์-อัมพาต(Stroke)