กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ปีงบประมาณ 2567
รหัสโครงการ 67-L5281-6-03
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตำบลทุ่งนุ้ย
วันที่อนุมัติ 9 พฤษภาคม 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 พฤษภาคม 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 25,850.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายบุญยืน ทองเงิน
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

โรคไตเสื่อม คือภาวะที่ไตทำงานลดลงจนไม่สามารถขับของเสียและปริมาณน้ำส่วนเกินออกทางปัสสาวะ เมื่อไตเสื่อมถึงระดับหนึ่งจะมีการคั่งของเสียและน้ำ ทำให้เกิดภาวะไตวายเรื้อรัง คือ ภาวะที่ไตทำงานได้ลดลง โดยดูจากค่าอัตราการกรองของไตที่ผิดปกติ หรือไตมีภาวะผิดปกติ เช่น มีโปรตีนรั่วในปัสสาวะ หรือมีความผิดปกติทางรังสีวิทยา เป็นต้น ในระยะเวลามากกว่า 3 เดือนขึ้นไป เมื่อถึงตอนนั้นการรักษาให้หายก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ ทำได้เพียงการชะลอการเสื่อมของไตและบรรเทาอาการแทรกซ้อนต่างๆ เท่านั้น ปัญหาก็คือ ไตเสื่อมระยะเริ่มแรกไม่มีอาการ จึงขอแนะนำให้หมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายเป็นประจำ





จากการดำเนินคลินิกโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ตำบลทุ่งนุ้ย พบว่า มีผู้ป่วยที่เข้ารับบริการในคลินิกทั้งหมด 313 คน แยกเป็นผู้ป่วยเบาหวาน 46 คน และผู้ป่วยความดันโลหิตสูง จำนวน 195 คน และผู้ป่วยเบาหวานร่วมกับความดันโลหิตสูง 72 คน จากสถิติการเก็บข้อมูลย้อนหลัง 3 ปี ในการเจาะเลือดประจำปีเพื่อคัดกรองโรคไต ในปี 2564 พบผู้ป่วยที่ไตทำงานผิดปกติในระยะที่ 3 ขึ้นไป จำนวน 29 คน ปี 2565 พบผู้ป่วยที่ไตทำงานผิดปกติในระยะที่ 3 ขึ้นไป จำนวน 35 คน และปี 2566 พบผู้ป่วยที่ไตทำงานผิดปกติในระยะที่ 3 ขึ้นไป จำนวน 37 คน คิดเป็นร้อยละ 11.82 ของผู้ป่วยที่รับบริการอยู่ในปีปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี       โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตำบลทุ่งนุ้ย ได้เล็งเห็นความสำคัญเรื่องการชะลอภาวะไตวายในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เพื่อลดปัญหาภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว และตระหนักถึงภาวะสุขภาพของประชาชนในกลุ่มผู้ป่วยความดันโลหิตสูงและเบาหวานเป็นอย่างมาก จึงได้จัดทำโครงการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง เพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณสุขให้ได้ผลทั้งในเชิงป้องกันและแก้ไขปัญหา ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานและความดันโลหิตสูงมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองเพื่อชะลอการเสื่อมของไต
  2. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ไตมีปัญหาในระยะที่ 3 ขึ้นไป ได้รับการรักษาและส่งต่อไปรพ.แม่ข่าย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
วิธีดำเนินการ

ขั้นเตรียมการ
1. เสนอร่างโครงการผ่านเวทีพิจารณาโดยคณะกรรมการกองทุน 2. สำรวจกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในพื้นที่ ที่ไตทำงานผิดปกติ ขั้นดำเนินการ 1. ประชุมชี้แจงรายละเอียดโครงการแก่เจ้าหน้าที่ อสม.และผู้นำชุมชน
2. ประชาสัมพันธ์โครงการ ประสานงานทีมวิทยากร จัดเตรียมเอกสาร
3. ลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ป่วยที่ไตอยู่ในระยะที่ 3 ขึ้นไป เพื่อประเมินการใช้ชีวิตประจำวัน การกิน การอยู่อาศัย พฤติกรรมเสี่ยง เพื่อนำมาวิเคราะห์ และเตรียมความรู้ในการอบรม 4. ดำเนินการตามแผนงานโครงการที่จัดทำขึ้น   4.1 วันที่จัดกิจกรรมอบรม หลังจากลงทะเบียนมีการทำแบบทดสอบก่อนการอบรมเพื่อวัดความรู้
    4.2 ให้ความรู้เรื่องการดูแลตนเอง และการปฏิบัติตัว เพื่อชะลอความเสื่อมของไตในผู้ป่วยโรคเรื้อรัง แบ่งกลุ่มเข้าฐานความรู้ เรื่อง อาหารชะลอไต การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 3 อ. 2 ส. และฐานความรู้เรื่องค่าไตที่ปกติ
    4.3 ทำแบบทดสอบหลังการอบรมเพื่อวัดความรู้ เฉลยแบบทดสอบเพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง และตอบข้อซักถาม
4.4 สรุปผลการจัดการอบรม โดยตัวแทนผู้เข้ารับการอบรมและจากวิทยากร
4.5 ติดตามผลการเจาะเลือดประจำปี เพื่อประเมินระยะของไต ตามแผนการปฏิบัติงานของรพ.ควนกาหลง ขั้นประเมินผล
1. ประเมินผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ 2. ประเมินผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับงบประมาณ 3. ประเมินผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับผลที่คาดว่าจะได้รับ 4. ประเมินผลการดำเนินโครงการเปรียบเทียบกับความทันเวลาในการดำเนินโครงการ

ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง มีความรู้ความเข้าใจในการดูแลตนเองเพื่อชะลอการเสื่อมของไตได้อย่างถูกต้อง     2. ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการดูแลในการเฝ้าระวัง ป้องกัน ไม่ให้การดำเนินของโรคไปสู่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง และจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังลดลง และได้รับการส่งต่อในรายที่มีความผิดปกติเพิ่มขึ้น