กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการให้ความรู้เรื่องวัคซีนขั้นพื้นฐานในเด็ก 0-5 ปีแก่ผู้ปกครอง

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการให้ความรู้เรื่องวัคซีนขั้นพื้นฐานในเด็ก 0-5 ปีแก่ผู้ปกครอง
รหัสโครงการ 61-L4156-1-06
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกะรอ
วันที่อนุมัติ 31 พฤษภาคม 2561
ปี 2561
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 24 กรกฎาคม 2561 - 24 กรกฎาคม 2561
งบประมาณ 29,900.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายรีฎวน มะเซ็ง
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลเกะรอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
ประเด็น
แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

นโยบายของงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคเพื่อให้งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค ดำเนินไปโดยมีประสิทธิภาพ และบรรลุวัตถุประสงค์สูงที่สุด โดยมีแนวทางในการปฏิบัติงานของบุคลากร และแนวทางการรับบริการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กไทยอายุ 0-5 ปี ทุกคน ที่ต้องได้รับให้ครบทุกชนิดตามกำหนดของกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคด้วยวัคซีนแก่เด็กนั้นเป็นพื้นฐานสำคัญในการเสริมสร้างให้เด็กมีร่างกายที่แข็งแรง ปลอดจากโรค ซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาด้านความคิดและการเรียนรู้ของเด็ก ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต ฉะนั้นการเร่งรัดติดตามให้ประชากรกลุ่มเป้าหมายทุกคนได้รับการฉีดให้ครอบคลุมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องดำเนินการ โดยสิ่งสำคัญคือการจัดบริการด้วยความสะดวก ปลอดภัย และต้องให้ครอบคลุมประชากรเป้าหมายในระดับสูงที่สุด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในป้องกันการเกิดอัตราป่วย อัตราตาย และการระบาดในพื้นที่ด้วยโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีน อาทิเช่น โรคบาดทะยัก โรคคอตีบ โรคไอกรน เป็นต้น จากการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกะรอ ในปี 2560 รพ.สต.เกะรอ มีการจัดบริการคลินิกเด็กดี 4 ครั้งต่อเดือน โดยกำหนดเป็นช่วงเช้าบริการฉีดวัคซีนที่มาตามนัดและช่วงบ่ายเชิงรุกในพื้นที่ จากการสำรวจเด็กอายุ 0-5 ปี มีจำนวนทั้งหมด 359 คน มารับวัคซีนตามนัด จำนวน 185 คน คิดเป็นร้อยละ51.53 ซึ่งยังไม่ผ่านเกณฑ์ตัวชี้วัดที่กำหนด พบว่าผู้ปกครองพาเด็กมารับบริการฉีดวัคซีนล่าช้า เสี่ยงต่อการรับวัคซีนไม่ตรงตามเกณฑ์อายุ และไม่ครบตามเกณฑ์อายุ จึงมีการติดตามทั้งเครือข่าย อสม. และเจ้าหน้าที่ประจำ รพ.สต.อย่างต่อเนื่อง เพื่อการให้บริการมีความครอบคลุมมากที่สุดครบถ้วน ร้อยละ 100 ทั้งนี้ต้องมีการประชาสัมพันธ์ถึงผลกระทบ ความรุนแรงของโรคที่ป้องกันได้ด้วยวัคซีนเพิ่มเติม และอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกะรอ จึงได้จัดโครงการติดตามการได้รับวัคซีน เด็ก 0-5 ปีอย่างต่อเนื่องปี 2561

งานสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน เป็นงานที่มีความสำคัญในการที่จะช่วยป้องกันการเกิดโรคและส่งเสริมสุขภาพพื้นฐานให้แก่ประชาชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกะรอ ได้ให้บริการตามมาตรฐานงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค แต่ผลงานความครอบคลุมของการได้รับวัคซีนยังต่ำกว่าเป้าหมาย คือในปี 2559 คิดเป็นร้อยละ 46.39 และ ปี2560 ร้อยละ 78.18 ตามลำดับ จากการศึกษาปัญหาพบว่า กลุ่มที่ยังขาดคือกลุ่มเด็ก 0-5 ปี ที่ย้ายตามผู้ปกครองไปต่างจังหวัดและรายอยู่ในความดูแลของญาติ เริ่มแก้ปัญหาด้วยการใช้การติดตามทางโทรศัพท์ แต่พบปัญหาการติดต่อไม่ได้บ้างและเจ้าหน้าที่ให้ อสม.ติดตามก็มีปัญหาอสม.บางท่านไม่มีเวลาติดตามผู้รับบริการวัคซีน จึงได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบนัดและติดตามความครอบคลุมการได้รับวัคซีนพื้นฐานในเด็กอายุ 0-5 ปีขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มจำนวนผู้มารับบริการวัคซีนที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกะรอมากขึ้น การใช้สื่อออนไลน์เช่นเฟสบุ้ค สามารถเพิ่มและติดตามความครอบคลุมการมารับวัคซีนขั้นพื้นฐานในเด็ก0-5 ปีให้บรรลุเป้าหมายตามมาตรฐาน และสามารถลดค่าโทรศัพท์ในการติดตามการมารับวัคซีนได้ในการพัฒนาระบบนัดการติดตามวัคซีนในเด็ก 0-5 ปีของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเกะรอ ทำให้กลุ่มเป้าหมายได้รับวัคซีนครอบคลุม ลดการป่วยด้วยโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ลดภาระการกำจัดโรค ลดภาระการดูแลผู้ป่วย ซึ่งประเทศชาติต้องสูญเสียทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1. เพื่อให้ผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดีต่อการได้รับวัคซีน
  2. 2. เพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน
  3. 3. ผู้ปกครองมีความรู้ในการดูแลเด็กหลังได้รับวัคซีน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. การรณรงค์/ประชาสัมพันธ์/ฝึกอบรม/ให้ความรู้/ติดตามเด็กให้ได้รับวัคซีน
วิธีดำเนินการ
  1. ให้ความรู้ผู้ปกครองเรื่องการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค
  2. กิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้ปกครองที่ได้รับวัคซีน
  3. กิจกรรมผู้นำศาสนาให้ความรู้เรื่องวัคซีนประจำวันศุกร์
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. ผู้ปกครองมีทัศนคติที่ดีต่อการได้รับวัคซีน ร้อยละ 90
  2. ผู้ปกครองมีความรู้เกี่ยวกับโรคที่สามารถป้องกันได้ด้วยวัคซีน ร้อยละ 90
  3. ผู้ปกครองมีความรู้ในการดูแลเด็กหลังได้รับวัคซีน ร้อยละ 90