โครงการลดการใช้โทรศัพท์เพิ่มการขยับและออกกำลังกายโรงเรียนบ้านโคกม่วง (ดำประชาอุทิศ) ปีงบประมาณ 2568
โครงการลดการใช้โทรศัพท์เพิ่มการขยับและออกกำลังกายโรงเรียนบ้านโคกม่วง (ดำประชาอุทิศ) ปีงบประมาณ 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการลดการใช้โทรศัพท์เพิ่มการขยับและออกกำลังกายโรงเรียนบ้านโคกม่วง (ดำประชาอุทิศ) ปีงบประมาณ 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L3312-2-09 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านโคกม่วง(ดำประชาอุทิศ) | |
| วันที่อนุมัติ | 23 เมษายน 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 23 เมษายน 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 12,745.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายวุฒิพงษ์ อำภัยฤทธิ์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงเรียนบ้านโคกม่วง(ดำประชาอุทิศ) |
- ร้อยละของเด็กและวัยรุ่นอายุ 5-17 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 60 นาทีต่อวัน) ขนาด 70.00
- ร้อยละของเวลาในโรงเรียนที่มีการเรียนการสอนและการเล่นแบบกระฉับกระเฉง (Active play Active learning) ขนาด 80.00
- ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป) ที่มีภาวะเครียดและเสี่ยงฆ่าตัวตาย ขนาด 10.00
- ร้อยละของหน่วยงาน สถานประกอบการ ที่มีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพจิต ขนาด 2.00
ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีโดยเฉพาะโทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของนักเรียนเป็นอย่างมาก ส่งผลให้นักเรียนจำนวนมากใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับหน้าจอมือถือ วันละหลายๆชั่วโมงติดต่อกัน จนส่งผลกระทบต่อกิจวัตรประจำวันและทำให้เด็กไม่เห็นความสำคัญของการเรียน ปฏิเสธที่จะทำการบ้าน แค่ใช้เวลาการเล่นเกม ดูคลิป หรือใช้โซเชียลมีเดีย ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพทั้งทางร่างกายและจิตใจ เช่น สายตาเสื่อม ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ภาวะเครียด รวมถึงการขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคม จากการสำรวจข้อมูลพบว่านักเรียนในโรงเรียนบ้านโคกม่วง(ดำประชาอุทิศ) มีโทรศัพท์มือถือร้อยละ 75 และใช้เวลากับการเล่นโทรศัพท์มือถือในกิจกรรมยามว่างหลังเลิกเรียนและกลางคืน ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ในการเรียน โดยนักเรียนไม่สามารถแยกแยะเวลาที่เหมาะสมในการใช้โทรศัพท์ได้ นักเรียนไม่มีสมาธิในการเรียน จึงส่งผลกระทบต่อการเรียน ประกอบกับในช่วงเวลากลางคืนมักใช้เวลากับการใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไป ทำให้พักผ่อนไม่เพี่ยงพอ จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตด้วย นักเรียนหลายคนมีกิจกรรมทางกายน้อยลง ไม่ค่อยออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวร่างกาย ทำให้เสี่ยงต่อโรคอ้วนและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ฯลฯ ดังนั้น โรงเรียนจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมนิสัยการใช้ชีวิตที่สมดุล โรงเรียนบ้านโคกม่วง(ดำประชาอุทิศ) เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำโครงการลดการใช้โทรศัพท์เพิ่มการขยับและออกกำลังกายโรงเรียนบ้านโคกม่วง (ดำประชาอุทิศ) ปีงบประมาณ 2568 ขึ้น เพื่อสร้างกิจกรรมให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นการส่งเสริมสุขภาพกายและสุขภาพจิต อีกทั้งยังช่วยให้นักเรียนได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ลดการใช้โทรศัพท์มือถือ หันมาเสริมสร้างสุขนิสัยที่ดีต่อสุขภาพด้วยการออกกำลังกายผ่านการเล่นที่มีกิจกรรมทางกาย (Active Play) ให้มากขึ้น เพื่อทดแทนการเล่นสมาร์ทโฟน โดยเลือกเป็นการเรียนการสอนในลักษณะ Active learning และ Active play ในโรงเรียนและศูนย์ฯเด็กเล็ก เป็นกิจกรรมที่เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง โดยเพิ่มการขยับและออกกำลังกายให้มากขึ้น อีกทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีบทบาทในการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีของนักเรียนภายใต้ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนนอกจากนั้นยังวางแผนส่งเสริมสุขภาพของชุมชน โดยให้โรงเรียนเป็นศูนย์กลางการออกกำลังกายในเวลาเย็นอีกด้วยการสร้างกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อสุขกายกายและสุขภาพจิตที่ดีให้เด็กได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ห่างไกลจากโทรศัพท์มือถือ สามารถช่วยเด็กได้กลับมาใช้ชีวิตที่ดีขึ้น โดยจัดทำโครงการ “ลดการใช้โทรศัพท์ เพิ่มการขยับและออกกำลังกาย” ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนลดเวลาการใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม และเพิ่มพฤติกรรมการขยับร่างกายหรือออกกำลังกายในแต่ละวัน เพื่อสุขภาพที่ดีทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม
- เพื่อเพิ่มการเรียนการสอนในลักษณะ Active learning และ Active play ในโรงเรียนและศูนย์ฯเด็กเล็ก
- เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันภัยทางสุขภาพจากการติดโทรศัพท์มือถือ
- เพื่อลดการใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียน
- สำรวจข้อมูลเบื้องต้น
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้ เรื่อง ภัยทางสุขภาพจากการติดโทรศัพท์มือถือ
- ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย
- กิจกรรมติดตามกิจกรรมทางกาย และติดตามโครงการ
- นักเรียนมีพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือลดลงและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
- กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจในการป้องกันภัยทางสุขภาพจากการติดโทรศัพท์มือถือมากขึ้น