โครงการหนูน้อยวัยใส ใส่ใจกินผัก รักสุขภาพ
โครงการหนูน้อยวัยใส ใส่ใจกินผัก รักสุขภาพ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการหนูน้อยวัยใส ใส่ใจกินผัก รักสุขภาพ | |
| รหัสโครงการ | 67-L3049-3-08 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กองศึกษา องค์การบริหารส่วนตำบลสาบัน | |
| วันที่อนุมัติ | 29 กุมภาพันธ์ 2567 | |
| ปี | 2567 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 สิงหาคม 2567 - 30 กันยายน 2567 | |
| งบประมาณ | 17,520.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวซานะ อูมา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสาบัน อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี |
การบริโภคอาหารอย่างพอเพียงและถูกต้องตามหลักโภชนาการ นับเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตระหนัก และดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง เพื่อการมีสุขภาพที่ดี แต่ทุกวันนี้ประเทศไทยกลับมีปัญหาด้านโภชนาการสมวัยเพิ่มมากขึ้น เด็กไทยในวันนี้น่าห่วง เพราะต้องเผชิญปัญหาอ้วน เตี้ย ผอม ส่งผลโง่ เรียนรู้ช้า ภูมิต้านทานต่ำ เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ซึ่งสาเหตุมาจากพฤติกรรมโภชนาการไม่ถูกต้อง เด็กที่มีภาวะอ้วน เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อ ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น สาเหตุสำคัญส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมโกชนาการไม่ถุกต้องซึ่งจากการสำรวจโภชนาการเด็กไทยพบว่า เด็กกินผักเพียงวันละ ๑ ๕ ข้อนโต๊ะ ทั้งที่ควรกินไม่ต่ำกว่าวันละ12 ช้อนโต๊ะ กินขนมกรุบกรอบและเครื่องดื่ม รสหวานจัดเกือบทุกวันหรือทุกวันสูงถึงร้อยละ ๖๗.๔ ส่งผลให้เด็กไทยมีปัญหาการทั้งชาดและเกิน โรคผอมเกินไป ขาดสารอาหาร และโรคอ้วนหรือภาวะโภชนาการเกินในเด็กมีผลกระทบต่อทั้งพัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม ปัจจัยสำคัญของภาวะโภชนาการขาดและเกิน คือ การบริโภคอาหารที่ไม่ได้สัดส่วนและมีปรีมาณไม่เหมาะสม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้เด็กวัยเรียนมีแนวโน้มเป็นโรคขาดสารอาหารหรือ โรคอ้วนเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก ๑ ) เด็กกินไม่เป็น เพราะไม่มีความรู้ด้านโภชนาการ ทำให้กินไม่เพียงพอ กินอาหารไม่ครบ ๕ หมูใน ๑ วัน ชอบกินอาหารฟาสฟูด ที่มีรสหวานจัด มันจัด และเค็มจัด กินผักและผลไม้น้อยกว่าสัดส่วนมาตรฐานที่กำหนด ๒) การเปลี่ยนแปลงวิถีชีถีชีวิตการหาอยู่หากินของครอบครัว ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลใจใส่ในเรื่องอาหารการกินของเด็ก อีกทั้งประกอบอาหารเองลดลง โดยเฉพาะสภาพครอบครัวในชนบหนึ่ง ครอบครัวฟันหลอ เด็กอาศัยกับปู่ย่าตายาย ในขณะที่พ่อแม่ไปทำงานต่างถิ่น จึงปล่อยให้เด็กเลือกกินอาหารเองตามสื่อโฆษณาชวนเชื่อ เช่น จากร้านสะดวกซื้อ หรือตามตลาดนัด ๓) ผักและผลไม้บางชนิดมีราคาแพง ประกอบกับครอบครัวรายได้น้อย จึงไม่สามารถหาซื้อมาให้ลูกหลานกินเป็นประจำได้ อีกทั้งผักผลไม้ตามท้องตลาดไม่ปลอดภัยจากสารพิษ ซึ่งจากการสำรวจในปี ๒๕๕๕๕ พบผักและผลไม้สดในห้างสรรพสินค้า ตลาดสด และรถเร่ขายของตามหมู่บ้าน โดยเฉลี่ยมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างสูงกว่ามาตรฐาน EU ร้อยละ ๔๐ ๔) แหล่งซื้ออาหารสุขภาพในโรงเรียนและชุมชนมีจำนวนน้อย ส่วนใหญ่ที่พบมีการจำหน่ายสินค้าจำพวกพวกขนมกรบกรอบและน้ำอัดลมในสหกรณ์และร้านค้า ๕) เมนูอาหารกลางวันที่โรงเรียนจัดบริการให้นักเรียนที่โรงเรียนนั้นไม่ถูกหลักโภชนาการ เนื่องจากมีสารอาหารประเภทโปรตีนและผักผลไม้ไม้ไม้ไม่เพียงพอตามคำแนะนำของกองโภชนากาการ กระทรวงสาธารณสุข การที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้นั้น ส่วนหนึ่งควรจะต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันในระดับครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองถือว่าเป็นผู้ดูแลอบรมเลี้ยงดูเด็ก ผู้ประกอบอาหารหรือจัดการอาหารในบ้าน รวมทั้งภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีบทบาทสำคัญที่จะสนับสนุน ผลักดันระดับครอบครัวอีกทอดหนึ่ง ดังนั้น กองการศึกษาฯ องค์การบริหารส่วนตำบลสาบัน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการที่จะทำให้เด็กภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง ๒ ศูนย์ที่สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลสาบัน มีสุขภาพดี แข็งแรงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย จึงได้จัดทำโครงการ "หนูน้อยวัยใส ใสใจกินผัก รักสุขภาพ" ประจำปี ๒๕๖๗ นั้น
- เพื่อกระตุ้นให้เด็กศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กินผักและผลไม้
- เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และทักษะจากการลงมือปฏิบัติจริงให้ผักและผลไม้น่าทาน
- ิจกรรมปลูกผักและผลไม้ จัดซื้อ
- กิจกรรมพัฒนาเมนูผักและผลไม้
- เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้กินผักและผลไม้เพิ่มขึ้น
- ครูและผู้ปกครองได้คิดค้นเมนูผักและผลไม้ใหม่ๆให้น่าทาทาน