กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุและสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเชิงรุก ปี 2567

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุและสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเชิงรุก ปี 2567
รหัสโครงการ
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรม อสม. ชุมชนโรงเรียนแหลมทองวิทยา
วันที่อนุมัติ 16 สิงหาคม 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กันยายน 2567 - 30 กันยายน 2567
งบประมาณ 20,150.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ 1. นางพนิดา มะดิง 2. นางฮับเสาะ อีซอมูซอ 3. นางสาวพิกุล กวาวสิบ 4. นางสาวฮาซานีบะ มามะ 5. นางไอนี ศิริวัลลภ
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลตันหยงมัส อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานผู้สูงอายุ
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ผู้สูงอายุถือเป็นปูชนียบุคคลที่มีคุณค่ายิ่งในสังคม เนื่องจากผ่านประสบการณ์มามากและเคยเป็นกำลังสำคัญในชุมชนที่มีความรู้และทักษะและได้ทำคุณประโยชน์ให้กับชุมชนมาอย่างมากมาย แต่จากสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปและปัญหาทางด้านสุขภาพร่างกายที่ถดถอยไปตามวัย ทำให้ผู้สูงอายุต้องเผชิญกับปัญหาในการปรับตัวเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพสังคมและสภาพร่างกายที่เปลี่ยนแปลง และหากผู้สูงอายุไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลใกล้ชิดและขาดการมีสัมพันธภาพที่ดีกับสมาชิกในชุมชนและขาดการเฝ้าระวังและติดตามประเมินโรคที่เกิดจากความถดถอยทางด้านร่างกาย รวมทั้งไม่ได้รับการส่งเสริมสุขภาพจิตทั้งจากผู้ดูแลและแกนนำทางด้านสุขภาพในชุมชนจะส่งผลเสียต่อการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุได้
      ดังนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข จึงได้เห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าวจึงได้จัดทำโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ดูแลผู้สูงอายุและสร้างเสริมสุขภาพผู้สูงอายุเชิงรุก ในเขตเทศบาลตำบลตันหยงมัสขึ้น โดยคาดหวังว่าจะเป็นประโยชน์สูงสุดแก่ผู้สูงอายุในเขตพื้นที่และผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ผู้ดูแลผู้สูงอายุและแกนนำสุขภาพในชุมชนมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
  2. เพื่อติดตาม และคัดกรองสุขภาพผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่อง
  3. เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้และสามารถดูแลสุขภาพตนเองได้
การดำเนินงาน/กิจกรรม
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. ผู้ดูแลผู้สูงอายุและแกนนำสุขภาพในชุมชนมีความรู้ในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพทางด้านร่างกายและจิตใจของผู้สูงอายุ ๒. ผู้สูงอายุได้รับการติดตามและคัดกรองสุขภาพอย่างต่อเนื่อง
๓. ผู้สูงอายุมีความรู้ดูแลสุขภาพด้วยตนเองเพิ่มขึ้น ๔. ผู้สูงอายุสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ถูกต้อง และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนที่ป้องกันได้