กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุง หุ่นดี ด้วย DPAC

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุง หุ่นดี ด้วย DPAC
รหัสโครงการ 2568-L3351-02-18
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านทุ่งยาว
วันที่อนุมัติ 21 กุมภาพันธ์ 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 21 กุมภาพันธ์ 2568 - 31 กรกฎาคม 2568
งบประมาณ 14,050.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายอุทิศ คงทอง
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลโคกชะงาย อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานกิจกรรมทางกาย
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 50.00
  2. ร้อยละของคนที่มีการสัญจรโดยการเดินหรือใช้จักรยานในชุมชน ขนาด 23.00
  3. ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน ขนาด 46.00
  4. ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 24.00

พฤติกรรมและวิถีชีวิตมีผลอย่างมากต่อสุขภาวะของมนุษย์พฤติกรรมเสี่ยงต่างๆ ของแต่ละบุคคลเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการเจ็บป่วยของบุคคลนั้นๆจากสถานการณ์ของคนไทยในปัจจุบันพบว่าโรคเบาหวานโรคความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเจ็บป่วยและการตายในลำดับต้นๆ ปัจจุบันคนไทยมีภาวะอ้วนและอ้วนลงพุงมากขึ้นจากพฤติกรรมบริโภคที่ไม่เหมาะสม โดยหันมาบริโภคอาหารรสหวานมันเค็ม และอาหารแปรรูปมากขึ้น รับประทานผักผลไม้น้อยลงและขาดการออกกำลังกายในปี2565ผลการสำรวจภาวะอ้วนลงพุงในประชาชนอายุ15ปีขึ้นไปทั่วประเทศของกรมอนามัยพบว่าเพศชายมีรอบเอวเกิน90เซนติเมตรร้อยละ34และเพศหญิงมีรอบเอวเกิน80เซนติเมตรร้อยละ58 จากผลการคัดกรองสุขภาพในกลุ่มเสี่ยงของ รพ.สต.บ้านทุ่งยาวระหว่างปี พ.ศ.2560-พ.ศ.2565 จำนวน 1,089 รายพบว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคอ้วนจำนวน 384 รายคิดเป็นร้อยละ 35.26เป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 305 รายคิดเป็นร้อยละ 28.01 และเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมองจำนวน 39 รายคิดเป็นร้อยละ 3.58และจากผลการดำเนินกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรคฯของรพ.สต. บ้านทุ่งยาว ระหว่างปี พ.ศ.2560 - พ.ศ.2565 ร้อยละ มีการรับรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตนเองเพิ่มขึ้นร้อยละ 35มีการกำกับพฤติกรรมสุขภาพตนเองเพิ่มขึ้น ร้อยละ 23มีการดูแลสุขภาพตนเองเพิ่มขึ้นร้อยละ 34มีค่าดัชนีมวลกายลดลงจากก่อนเข้าร่วมโครงการ และร้อยละ 67มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากซึ่งการปรับพฤติกรรมสุขภาพต้องใช้เวลานานพอสมควรจึงสำเร็จด้วยความตระหนักถึงความรุนแรงของโรคอ้วนโรคเบาหวานความดันโลหิตสูงโรคหัวใจและหลอดเลือดที่คุกคามวิถีชีวิตและสุขภาวะของผู้ประกันตนในสถานประกอบการ ประชาชนในชุมชนและเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านทุ่งยาวร่วมกับเทศบาลตำบลบ้านทุ่งยาว จึงได้ทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างต่อเนื่องภายใต้โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมลดโรค ลดพุงหุ่นดีด้วย DPACโดยได้รับการสนับสนุนเงินงบประมาณในการดำเนินกิจกรรมจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทั้งนี้ได้นำแนวคิดพฤติกรรมสุขภาพ3 อ 2 สมาใช้เป็นหลักในการวางแผนการดำเนินกิจกรรมโดยการเพิ่มพลังอำนาจในตนเองให้เกิดความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเองในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสามารถตัดสินใจเลือกวิธีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมได้อย่างเหมาะสมเพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความมั่นใจในการแก้ปัญหาพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความมั่นใจในการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสูงขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความตระหนักในการดูแลสุขภาพก่อนที่จะเกิดการเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการมีพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่ถูกต้องและมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนรวมทั้งมีแนวทางและเกิดทักษะในการดูแลสุขภาพตนเองจะช่วยลดการพึ่งพิงการรักษาและค่าใช้จ่ายในระดับทุติยภูมิและตติยภูมิซึ่งจะเสริมให้ทรัพยากรบุคลเป็นทุนมนุษย์ที่แข็งแรงของหน่วยงานและสังคมและประเทศชาติต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
  2. เพื่อเพิ่มการสัญจรโดยการเดินหรือใช้จักรยานในชุมชน
  3. เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน
  4. เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมเชิงปฏิบัติการ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
  2. ตรวจเลือดหาค่าไขมันในเลือด
  3. ติดตามแประเมินผลกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. กลุ่มเป้าหมายมีความรอบรู้ทางด้านสุขภาพเพิ่มขึ้น
  2. ผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ เพิ่มขึ้น
  3. คนในชุมชนออกกำลังกายเพิ่มขึ้น