กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการอบรมเยาวชนต้านยาเสพติด บ้านประชานิมิตร

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการอบรมเยาวชนต้านยาเสพติด บ้านประชานิมิตร
รหัสโครงการ 67-L2524-2-0032
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ เยาวชนบ้านประชานิมิตร
วันที่อนุมัติ 24 มิถุนายน 2567
ปี 2567
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2567 - 31 ตุลาคม 2567
งบประมาณ 5,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ .นายนัสรูดิน ซาราเซะ
พื้นที่ดำเนินการ บ้านประชานิมิตร ม.4 ตำบลกาหลง อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส
ประเด็น
แผนงานสิ่งเสพติด
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด ขนาด 90.00
  2. ร้อยละของเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด ขนาด 80.00
  3. ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด ขนาด 70.00
  4. จำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน ขนาด 30.00
  5. จำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน ขนาด 10.00
  6. ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน ขนาด 50.00

ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญซึ่งมีผลกระทบและเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ รัฐบาลได้กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ และกำหนดยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดเพื่อให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยึดเป็นหลักในการขับเคลื่อนงานยาเสพติดและได้มอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ เป็นหน่วยงานหลักรับผิดชอบแผนที่ 3 แผนการสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างระบบป้องกัน เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา เยาวชน คืออนาคตของชาติปัจจุบันสังคมไทยกำลังประสบปัญหาวิกฤต จากสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่ได้เริ่มแพร่ระบาดและกำลังทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างน่าวิตก การหวนกลับมาระบาดอย่างหนักของยาเสพติดในปัจจุบัน เป็นผลให้เยาวชน หลงผิดเข้าสู่วงจรของการซื้อขายและเสพยาเสพติดเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเป็นวัยที่เอื้อต่อการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งปัจจัยจากตนเอง คือ เป็นวัยที่ต้องการเรียนรู้ อยากลอง ต้องการเรียกร้องความสนใจ ต้องการค้นหาตัวตนสร้างการยอมรับ มีแรงผลักดันทางอารมณ์สูง กล้าเสี่ยง กล้าทำสิ่งท้าทาย นอกจากนี้ นักค้ายาเสพติดต่าง มองว่าเยาวชนส่วนใหญ่มีเงิน จึงมีความมั่นใจว่าการค้ายาเสพติดกับเยาวชนนั้น จะทำให้มีลูกค้าอยู่สม่ำเสมอ จากสถิติค้ายาเสพติดพบว่า เด็กและเยาวชนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดเริ่มมีอายุน้อยลงซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาประเทศ และเป็นการทำลายทรัพยากรบุคคลซึ่งเป็นอนาคตและเป็นพลังในการพัฒนาประเทศให้ด้อยคุณภาพ อันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และเป็นภาระงบประมาณของประเทศในการบำบัดรักษาผู้ป่วยที่เกิดจากการเสพยาเสพติด อีกทั้งยังเป็นปัญหาที่สร้างความรู้สึกสะเทือนใจและเจ็บปวดให้กับพ่อแม่ผู้ปกครอง และปัญหายาเสพติดได้นำมาซึ่งความรุนแรงในครอบครัวและอาชญากรรมต่างๆในสังคม เช่น การลักขโมย ฉกชิงวิ่งราวและการก่อปัญหาอาชญากรรมอื่นๆตามมาอีกมากมาย ซึ่งทำให้มีผลกระทบต่อสังคมโดยรวม ซึ่งปัจจุบันนี้รัฐบาลได้มีนโยบายในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามยุทธศาสตร์ 5 รั้วป้องกัน คือ 1. รั้วชายแดน 2. รั้วชุมชน 3. รั้วสังคม4. รั้วครอบครัว และ 5. รั้วโรงเรียน ซึ่งจากทั้ง 5 รั้วป้องกันนี้ จะเห็นได้ว่า รั้วเยาวชน และรั้วโรงเรียน เป็นยุทธศาสตร์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นรากฐานและเป็นทรัพยากรที่สำคัญในการพัฒนาประเทศจากที่กล่าวมาจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ จะต้องเรียนรู้วิธีป้องกันยาเสพติดในเด็กและเยาวชน เพื่อจะได้สามารถร่วมมือกันปกป้องเด็กและเยาวชน จากปัญหายาเสพติด เยาวชนบ้านประชานิมิตรตระหนักและเห็นความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน และเพื่อสนับสนุนนโยบายของรัฐบาล จึงได้จัดทำโครงการ รู้ทัน รู้ภัย ห่างไกล ยาเสพติด

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อลดจำนวนพื้นที่เสี่ยงต่อการมั่วสุมในชุมชน
  2. เพื่อเพิ่มจำนวนกลุ่มหรือเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดในชุมชน
  3. เพื่อเพิ่มหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในชุมชน
  4. เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่เสี่ยงต่อการใช้สารเสพติด
  5. เพื่อลดเด็กและเยาวชน อายุ 15-25 ปีในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด
  6. เพื่อลดผู้ใหญ่ อายุ 25 ปีขึ้นไปในชุมชน ที่มีการใช้สารเสพติด
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. อบรมให้ความรู้เรื่องวิธีการเล่นที่ถูกวิธี, ให้ความรู้เรื่องโทษของการเล่นผิดวิธี
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

เยาวชนที่เข้าร่วมรับการอบรมกลุ่มเยาวชนต่อต้านยาเสพติดบ้านประชานิมิตร 1.ทำให้เยาวชนมีสุขภาพสุขภาพจิตที่ดี 2. เยาวชนได้มีสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้น 3. เยาวชนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์และห่างไกลยาเสพติด 4. เยาวชนได้ออกกำลังกายอย่างถูกวิธี
5. ผู้เข้าร่วมอบรมที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้จำนวน 20 คน