โครงการส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดล รุ่น 3 ประจำปี 2568
โครงการส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดล รุ่น 3 ประจำปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดล รุ่น 3 ประจำปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L6961-1-31 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มงานการพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลสุไหงโก-ลก | |
| วันที่อนุมัติ | 9 เมษายน 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 38,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวอาซูรา เบ็ญจุฬามาศ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสุไหงโก-ลก อำเภอสุไหง-โกลก จังหวัดนราธิวาส |
โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อ ( Non-communication diseases, NCDs ) ที่พบบ่อยและเป็นภาระต่อระบบสาธารณสุขของแต่ละประเทศทั่วโลก สมาพันธ์โรคเบาหวานนานาชาติกล่าวว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานมากถึง 537 ล้านคน มากกว่า 90% เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เกือบครึ่งหนึ่งยังไม่ได้รับการวินิจฉัย คาดว่าภายในปี 2573 จะเพิ่มขึ้นเป็น 643 ล้านคน และภายในปี 2588 จะเพิ่มมากถึง 783 ล้านคน ประเทศไทยพบอุบัติการณ์โรคเบาหวาน ในปี 2566 มีผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้น 3 แสนคนต่อปีและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ละวันมีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวานถึง 200 คน หรือประมาณชั่วโมงละ 8 คน (ข้อมูลจากรายงานสถิติสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุข) โรคเบาหวานส่งผลต่ออวัยวะต่างๆ ของร่างกายที่เป็นต้นเหตุของการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบทางด้านร่างกาย ได้แก่ ภาวะแทรกซ้อนทางตา โรคหลอดเลือดสมองและหลอดเลือดหัวใจ โรคไตวาย โรคหลอดเลือดส่วนปลาย และการถูกตัดอวัยวะ เป็นต้น เป็นสาเหตุทำให้เสียชีวิตถึงร้อยละ 65 โรคเบาหวานส่งผลกระทบทางด้านจิตใจ โดยผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานมีโอกาสเกิดภาวะซึมเศร้ามากกว่าคน ปกติ 2 เท่า ปัจจัยเสี่ยงโรคเบาหวานเกิดจากการมีประวัติครอบครัวเป็นโรคเบาหวาน มีภาวะอ้วน น้ำหนักเกิน รอบเอวเกิน เป็นโรคความดันโลหิตสูง ชอบรับประทานอาหารรสหวาน มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ สูบบุหรี่ และดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ อีกทั้งการรับประทานยาอย่างไม่ต่อเนื่อง และไม่สามารถปรับพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกหลักได้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และยังส่งผลกระทบทางด้านสังคม ทำให้สูญเสียความสามารถในการทำงาน รู้สึกว่าตนเองเป็นภาระต่อครอบครัวและสังคม คุณภาพชีวิตแย่ลง เพิ่มค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ส่งผลกระทบต่อ ครอบครัว เศรษฐกิจและสังคม ทำให้เสียชีวิตก่อนวัยอันสมควร
โรงพยาบาลสุไหงโก-ลกมีผู้ป่วยโรคเบาหวานตั้งแต่ปี 2565-2567 จํานวน 2,625 คน 2,681 คน และ 2,702 คน ตามลําดับ ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2567 มีผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้สูงถึงร้อยละ 62.08 ในเขตรับผิดชอบของศูนย์แพทย์ใกล้ใจ 1 และ 2 มีผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวาน จำนวน 1,107 ราย โรคความดันโลหิตสูง จำนวน 3,252 ราย และมารับการตรวจรักษาและรับยาที่ศูนย์แพทย์ใกล้ใจจำนวน 200 ราย/สัปดาห์ (ในวันคลินิกเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง)
ดังนั้น เพื่อส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ เป้าหมายเพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีความรู้ เกิดความตระหนักในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ มีโอกาสให้โรคเบาหวานเข้าสู่ระยะสงบเกิดประสิทธิผลที่ดี และเกิดความพึงพอใจ ทำให้ลดโอกาสการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ กลุ่มงานการพยาบาลชุมชน ร่วมกับ ศูนย์แพทย์ใกล้ใจใกล้ใจ 1, 2 จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการจัดการตนเองของผู้ป่วยเบาหวานในโรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดล รุ่น 3 ประจำปี 2568
- เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ เกิดความตระหนักในการจัดการตนเองและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
- เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้องได้
- เพื่อให้ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้
- Kolok Healthy Good Sugar
- โรงเรียนเบาหวานสุไหงโก-ลกโมเดล On Tour
- ผู้ป่วยเบาหวานมีความรู้ เกิดความตระหนักในการจัดการตนเองและป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้
- ผู้ป่วยเบาหวานมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดและระดับความดันโลหิตได้
- ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้