โครงการคัดกรอง ค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ของคนบ้านควน ปี 2568
โครงการคัดกรอง ค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ของคนบ้านควน ปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการคัดกรอง ค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ของคนบ้านควน ปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L5307-1-4 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน 1 | |
| วันที่อนุมัติ | 28 พฤศจิกายน 2567 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568 | |
| งบประมาณ | 19,050.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางปทุมมาศ โลหะจินดา | |
| พื้นที่ดำเนินการ | หมู่ที่ 2,3,5,6 และ 7 ตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล |
- ประชาชน อายุ 32 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรอง ค้นหา การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ขนาด 22.84
สถานการณ์ของโรคตับอักเสบทั่วโลก จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีเรื้อรังประมาณ 257 ล้านคน และผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซีเรื้อรังประมาณ 71 ล้านคน สถานการณ์ในประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี ประมาณ 2.2-3 ล้านคน และผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี ประมาณ 8 แสนคน พบมากในผู้ที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป และพบอัตราการเสียชีวิตมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โรคไวรัสตับอักเสบ บี และซี สามารถติดต่อผ่านทางเลือดและสารคัดหลั่ง การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่สวมถุงยางอนามัย สำหรับโรคไวรัสตับอักเสบบี สามารถติดต่อจากแม่สู่ลูกได้ ทั้งนี้ โรคไวรัสตับอักเสบบี มีวัคซีนในการป้องกัน หากมีพฤติกรรมเสี่ยงให้รีบไปตรวจคัดกรองโดยเร็ว สำหรับหญิงตั้งครรภ์ ควรรีบมาฝากครรภ์ และรับการตรวจหาโรคไวรัสตับอักเสบบี เพื่อลดการถ่ายทอดเชื้อจากแม่สู่ลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปัจจุบันได้มีการใช้วัคซีนเพื่อสร้างเสริมภูมิคุ้มกันในเด็กแรกเกิดทุกคน เพื่อป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี แต่สำหรับประชาชนที่เกิดก่อนปี 2535 ควรตรวจหาภูมิคุ้มกันโรคไวรัสตับอักเสบบี หากไม่มีภูมิคุ้มกัน แนะนำให้ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบี ให้ครบชุด จำนวน ๓ เข็ม ซึ่งจะป้องกันไวรัสตับอักเสบบี และลดจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ได้ ส่วนโรคไวรัสตับอักเสบซี ไม่มีวัคซีนในการป้องกัน แต่สามารถรักษาให้หายขาดได้ด้วยการทานยาต้านไวรัสให้ครบ ๑๒ สัปดาห์ ผู้ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง ควรเข้ารับบริการตรวจคัดกรองและรักษาโดยเร็วจากการดำเนินงานคัดกรองค้นหากลุ่มติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และซี ในปีงบประมาณ 2567 นั้น มีประชาชนกลุ่มเป้าหมายยังให้ความสนใจ และให้ความสำคัญน้อยมากมีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 662 คน คิดเป็นร้อยละ 22.84 พบผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี จำนวน 14 ราย คิดเป็นร้อยละ 2.12 และติดเชื้อไวรัสตับอักเสบซี จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.45 กลุ่มติดเชื้อดังกล่าวได้รับการส่งต่อพบแพทย์เพื่อให้ได้รับการรักษา จำนวน 17 ราย คิดเป็นร้อยละ 100
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน1 ให้ความสำคัญในการคัดกรองค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ บี และไวรัสตับอักเสบซีรายใหม่ เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายรู้เท่าทันภาวะสุขภาพของตนเอง ได้รับการส่งเสริมความรู้ในกลุ่มปกติ มีพฤติกรรมที่เหมาะสม สามารถป้องกันตนเอง ให้ห่างไกลจากโรคนี้ได้ในกลุ่มป่วย สามารถดูแลตนเองป้องกันการแพร่เชื้อสู่ผู้อื่นได้และได้รับการรักษาที่รวดเร็วส่งผลให้ลดความรุนแรงของโรคที่อาจพัฒนาไปเป็นโรคร้ายที่รุนแรงกว่าเดิมได้ เช่น ภาวะตับแข็ง และโรคมะเร็งตับ ดังนั้น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านควน1 จึงจัดทำโครงการคัดกรอง ค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี ของคนบ้านควน ปี 2568 ขึ้น เป้าหมายสูงสุด เพื่อให้ประชาชน คนบ้านควน มีสุขภาพที่ดี ปลอดภัย ห่างไกลจากโรคตับอักเสบบี และโรคตับอักเสบซี
- เพื่อให้ประชาชน อายุ 32 ปีขึ้นไป ได้รับการคัดกรอง ค้นหา การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี
- เพื่อให้ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี รายใหม่ ได้รับการส่งต่อพบแพทย์รวดเร็วที่สุด
- เตรียมความพร้อมก่อนดำเนินกิจกรรมโครงการ
- รณรงค์คัดกรอง ค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซีรายใหม่
1.ประชาชน อายุ 32 ปีขึ้นไป ให้ความสนใจ เข้าร่วมกิจกรรมคัดกรอง ค้นหาผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี มากขึ้น และประชาชนกลุ่มเป้าหมายรู้เท่าทันสุขภาพของตนเองสามารถดูแล เฝ้าระวังสุขภาพของตนเองได้เหมาะสม 2.ประชาชนอายุ 32 ปีขึ้นไป ตื่นตัวมากขึ้น รับรู้ถึงอันตรายของการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและไวรัสตับอักเสบซีที่อาจพัฒนาไปเป็นโรคร้ายที่รุนแรงกว่าเดิมได้ เช่น ภาวะตับแข็ง และโรคมะเร็งตับ เกิดการตื่นตัว และติดตามภาวะสุขภาพตนเองมากขึ้น 3.ผู้ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบี และไวรัสตับอักเสบซี รายใหม่ ได้รับการส่งต่อพบแพทย์ทุกราย ส่งผลให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็ว และสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ 4.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีสุขภาพที่ดี ปลอดภัย ห่างไกลจากโรคตับอักเสบบี และโรคตับอักเสบซี