กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ประจำปี 2568

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ฝาละมี

โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ประจำปี 2568

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ประจำปี 2568
รหัสโครงการ L3338-02-08
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรม อสม.หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลฝาละมี
วันที่อนุมัติ 28 มีนาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 28 มีนาคม 2568 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 32,300.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางบุญพา พรหมแก้ว
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 41.22
  2. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 61.85
  3. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ขนาด 25.00
  4. ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ขนาด 2.50

โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ด้วยพบว่าอัตราชุกของโรคเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะโรคดบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมององค์การอนามัยโลก (WHO)รายงานว่า ในปี 2555 ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวน 108 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 422 ล้านคน ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังพบว่าประชากรทั่วโลกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.7 เป็นร้อยละ 8.5 หรือเมื่อเปรียบเทียบแล้ว พบว่า ปัจจุบันประชากรวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คนป่วยเป็นโรคเบาหวาน จากการกำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2567 พบว่า จังหวัดพัทลุง มีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 3.95 อำเภอปกพะยูน มีอัตราตาย ร้อยละ 4.39 และ มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2561 – 2566ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 4.615, 5.158, 5.483, 5.481 ต่อแสนประชากร ตามลำดับเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามภาวะสุขภาพเช่นพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกินการขาดการออกกำลังกายจากสถิติการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ รพ.สต. ในตำบลฝาละมี พบว่า ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 4,250คน ที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 1,615 คนได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้วจำนวน 1,521 คนคิดเป็นร้อยละ 94.18เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 0.94ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 87 คนคิดเป็นร้อยละ 49.15สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง พบว่า ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,396 คนได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,305 คนคิดเป็นร้อยละ 93.48เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 6 คนคิดเป็นร้อยละ 7.32ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีจำนวน 322 คน คิดเป็นร้อยละ 79.51 เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง NCDsเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนเพื่อพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรครวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย ทาง ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลฝาละมีจึงจัดทำโครงการรณรงค์การตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลบ้านฝาละมี ปีงบประมาณ 2568 ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วยมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ 2สเพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
  2. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  3. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)
  4. เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ประชุมชี้แจง อสม. ในเรื่ององค์ความรู้ วัตถุ ประสงค์โครงการและแนวทางการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง
  2. ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย หอกระจายข่าว เวทีประชุมต่างๆของหมู่บ้าน และป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อขอความร่วมมือสร้างกระแสในการสร้างสุขภาพ
  3. จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ในการคัดกรองโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง
  4. ออกดำเนินการตรวจคัดกรองในพื้นที่ และให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการตรวจคัดกรอง
  5. กิจกรรมสร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพ
  6. ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มเสี่ยง/สงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ร้อยละของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 95 2.ร้อยละประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง 3. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง 4. เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน มีภาวะแทรกซ้อนลดลง