โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ประจำปี 2568
-
นางบุญพาพรหมแก้ว
-
นางสมใจพรหมจินดา
-
นส.โสพิศ ภักดีบำรุง
-
นางนุชนาจไหมแก้ว
-
นางละม่อมมณีสุวรรณ
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน41.22
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง61.85
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)25.00
-
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย2.50
โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ด้วยพบว่าอัตราชุกของโรคเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะโรคดบาหวานโรคความดันโลหิตสูงและโรคหลอดเลือดสมององค์การอนามัยโลก (WHO)รายงานว่า ในปี 2555 ผู้ป่วยโรคเบาหวานมีจำนวน 108 ล้านคน เพิ่มขึ้นเป็น 422 ล้านคน ในปี 2557 มีผู้เสียชีวิตจากโรคเบาหวาน 1.5 ล้านคน นอกจากนี้ ยังพบว่าประชากรทั่วโลกที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 4.7 เป็นร้อยละ 8.5 หรือเมื่อเปรียบเทียบแล้ว พบว่า ปัจจุบันประชากรวัยผู้ใหญ่ 1 ใน 11 คนป่วยเป็นโรคเบาหวาน จากการกำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2567 พบว่า จังหวัดพัทลุง มีอัตราตายของผู้ป่วยเบาหวานร้อยละ 3.95 อำเภอปกพะยูน มีอัตราตาย ร้อยละ 4.39 และ มีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานสูงขึ้นทุกๆปี จากสถิติตั้งแต่ 2561 – 2566ความชุกของผู้ป่วยเบาหวานมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นดังนี้ 4.615, 5.158, 5.483, 5.481 ต่อแสนประชากร ตามลำดับเนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามภาวะสุขภาพเช่นพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกินการขาดการออกกำลังกายจากสถิติการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ รพ.สต. ในตำบลฝาละมี พบว่า ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 4,250คน ที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 1,615 คนได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้วจำนวน 1,521 คนคิดเป็นร้อยละ 94.18เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 0.94ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 87 คนคิดเป็นร้อยละ 49.15สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง พบว่า ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,396 คนได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,305 คนคิดเป็นร้อยละ 93.48เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 6 คนคิดเป็นร้อยละ 7.32ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีจำนวน 322 คน คิดเป็นร้อยละ 79.51 เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง NCDsเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนเพื่อพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรครวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย ทาง ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุข หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลฝาละมีจึงจัดทำโครงการรณรงค์การตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน หมู่ที่ 1 และหมู่ที่ 10 ตำบลบ้านฝาละมี ปีงบประมาณ 2568 ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วยมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ 2สเพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน41.2235
ร้อยละของประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวานลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง61.8550
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูงลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)25.0015
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ลดลง
-
เพื่อแก้ปัญหาผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย2.501.5
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานที่เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เบาหวานขึ้นจอประสาทตา แผล ไตวาย ลดลง
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1250
-
สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)]0
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมชี้แจง อสม. ในเรื่ององค์ความรู้ วัตถุ ประสงค์โครงการและแนวทางการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง
ประชุมชี้แจง ทบทวน ความรู้แนวทางการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงมีค่าใช้จ่ายดังนี้
- ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 40คน ๆ ละ 25 บาทเป็นเงิน 1,000 บาท
- ค่าสมนาคุณตอบแทนวิทยกร ให้ความรู้ และฝึกปฏิบัติการตรวจคัดกรองโรค จำนวน 2ชั่วโมง ๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน1,200 บาท
1 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568มีผู้เข้าร่วมประชุม จำนวน 200 คน
- ผู้เข้าร่วมประชุมมีความรู้ และสามารถตรวจคัดกรองได้2200 บาท - ค่าอาหารว่างพร้อมเครื่องดื่ม จำนวน 40คน ๆ ละ 25 บาทเป็นเงิน 1,000 บาท
-
ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย หอกระจายข่าว เวทีประชุมต่างๆของหมู่บ้าน และป้ายประชาสัมพันธ์เพื่อขอความร่วมมือสร้างกระแสในการสร้างสุขภาพ
ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย หอกระจายข่าว เวทีประชุมต่างๆของหมู่บ้าน และป้ายประชาสัมพันธ์
ค่าจัดทำป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์ และรณรงค์โครงการ ขนาด 1.5 เมตร ยาว 2 เมตร จำนวน 2 ป้ายๆ ละ 600 บาท เป็นเงิน 1,200 บาท
1 มกราคม 2568 ถึง 28 กุมภาพันธ์ 25681200 บาท -
จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ในการคัดกรองโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง
จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ในการคัดกรองโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง ให้มีความพร้อมและเพียงพอ ต่อการจัดกิจกรรม
- ค่าจัดทำเอกสาร/แบบคัดกรองโรคฯ จำนวน 900 ชุดๆ 1 บาท เป็นเงิน 900 บาท
- เครื่องตรวจระดับน้ำตาล 2 เครื่องละ 2,000บาท เป็นเงิน4,000 บาท
- แถบตรวจระดับตาลในเลือด พร้อมเข็มเจาะ (100 ชิ้น/กล่อง) กล่องละ 1,000 บาท จำนวน 15 กล่อง เป็นเงิน 15,000 บาท-เครื่องวัดความดันโลหิตจำนวน 4 เครื่องละ 2,500 บาท เป็นเงิน 10,000 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 30 เมษายน 2568มีวัสดุ อุปกรณ์เพียงพอ
28900 บาท -
ออกดำเนินการตรวจคัดกรองในพื้นที่ และให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการตรวจคัดกรอง
ออกดำเนินการตรวจคัดกรองในพื้นที่ และให้ความรู้กลุ่มเสี่ยงที่ได้รับการตรวจคัดกรอง
1 มีนาคม 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568ผลผลิต 1.ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมากกว่าร้อยละ 95
ผลลัพธ์ 1. ประชาชนกลุ่มเป้าหมายรับรู้สถานะสุขภาพของตนเองและสามารถดูแลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้เหมาะสม2.ผู้ป่วยเบาหวานรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ 2 และผู้ป่วยความดันโลหิตสูงรายใหม่จากการคัดกรองน้อยกว่าร้อยละ 5
0 บาท -
กิจกรรมสร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพ
กิจกรรม 1.ประชาสัมพันธ์รณรงค์การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักสุขภาพในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน 2.จัดกิจกรรมสร้างกระแสการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักษ์สุขภาพโดยการออกกำลังกายแอโรบิค หรือบาสโลบไลน์เด้นท
3.ตรวจุขภาพกลุ่มเสี่ยง/สงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานที่สมัครใจเข้าร่วมกิจกรรมรักสุขภาพสร้างกระแสในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม รักษ์สุขภาพโดยการรณรงค์การออกกำลังกายและตรวจสุขภาพจำนวน 2 ครั้ง
1 เมษายน 2568 ถึง 31 กรกฎาคม 2568ผลผลิต 1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานจำนวน 50 คน
ผลลัพธ์ 1.กลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนการออกกำลังกายที่เหมาะสม
0 บาท -
ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มเสี่ยง/สงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง และเบาหวาน
กิจกรรม 1.ติดตามวัดความดันโลหิตที่บ้าน กลุ่มแฝง/เสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง (SBP=120-139 mmHg. หรือ DBP = 80-89 mmHg.) หลังได้รับการคัดกรองภายใน 180 วัน งบประมาณ -ไม่ใช้งบประมาณ
1 พฤษภาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568ผลผลิต 1.กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงจากการคัดกรองได้รับการติดตามวัดความดันที่บ้านมากกว่าร้อยละ80 ผลลัพธ์ กลุ่มเสี่ยงและสงสัยเป็นโรคความดันโลหิตสูงมีภาวะสุขภาพดีขึ้น
0 บาท
1.ร้อยละของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 95 2.ร้อยละประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง 3. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง 4. เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน มีภาวะแทรกซ้อนลดลง
