ส่งเสริมป้องกันและลดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในหญิงวัยเจริญพันธุ์ด้วยยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ
ส่งเสริมป้องกันและลดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในหญิงวัยเจริญพันธุ์ด้วยยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ส่งเสริมป้องกันและลดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในหญิงวัยเจริญพันธุ์ด้วยยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ | |
| รหัสโครงการ | 68-L1513-01-001 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติฯ ตำบลควนเมา | |
| วันที่อนุมัติ | 12 ธันวาคม 2567 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 20 ธันวาคม 2567 - 15 เมษายน 2568 | |
| งบประมาณ | 19,340.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายทวี จบสองชั้น | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลควนเมา อำเภอรัษฏา จังหวัดตรัง |
- ร้อยละของหญิงวัยเจริญพันธุ์ ไม่มีความรู้ในการดูแลสุขภาพและไม่มีความพร้อมทางด้านร่างกายในการตั้งครรภ์ ขนาด 80.00
- ร้อยละของหญิงวัยเจริญพันธ์ุมีระดับผลตรวจเลือดที่มีภาวะโลหิตจาง ขนาด 80.00
หญิงวัยเจริญพันธุ์เป็นประชากรกลุ่มหนึ่งที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะโลหิตจาง เนื่องจากมีการสูญเสียธาตุเหล็กไปกับประจำเดือน ประมาณ ๑๒.๕-๑๕ มิลลิกรัมต่อเดือน หรือเฉลี่ยวันละ ๐.๔-๐.๕ มิลลิกรัม ซึ่งปกติร่างกายจะสูญเสียธาตุเหล็กจากการขับถ่ายวันละ ๐.๕-๑.๐ มิลลิกรัม และยังมีการสูญเสียธาตุเหล็กออกไปทางปัสสาวะ ผิวหนัง บาดแผล และการบริจาคโลหิต นอกจากนี้พฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้องทำให้ร่างกายได้รับธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ผู้ที่มีภาวะโลหิตจางจะมีอาการแตกต่างกันออกไปตามสาเหตุ ตั้งแต่อาการเล็กๆน้อยๆไปจนถึงรุนแรงหรือในบางรายอาจไม่พบอาการผิดปกติใดๆ จนกว่าภาวะโลหิตจางรุนแรงมากขึ้น ซึ่งอาการผิดปกติเป็นผลมาจากการทำงานของหัวใจที่หนักขึ้น เพื่อให้ร่างกายได้รับออกซิเจนจากเลือดมากขึ้น โดยอาการที่พบส่วนมาก ได้แก่ รู้สึกเหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย แม้จะเป็นการทำกิจกรรมปกติในชีวิตประจำวัน มีอาการตัวซีด อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น หายใจลำบากขณะออกแรง มึนงง วิงเวียนศีรษะ ปวดหัว มือเท้าเย็น ผิวซีดหรือผิวเหลือง เจ็บหน้าอก ใจสั่น ในขั้นรุนแรงอาจทำให้หัวใจทำงานหนักจนหัวใจล้มเหลว นอกจากนี้หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีภาวะโลหิตจางก่อนตั้งครรภ์ จะส่งผลเมื่อตั้งครรภ์ต่อการเจริญเติบโตทั้งทางร่างกายและสมองของทารกในครรภ์มีพัฒนาการด้านร่างกายล่าช้า ดังนั้นเพื่อลดภาวะโลหิตจางในขณะตั้งครรภ์ควรมีการป้องกันและแก้ไขปัญหาการขาดธาตุเหล็กในวงกว้างให้ครอบคลุมกลุ่มหญิงวัยเจริญพันธุ์ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีโอกาสตั้งครรภ์ องค์การอนามัยโลก (WHO) ให้คำนิยามของหญิงวัยเจริญพันธ์ุ คือ ผู้หญิงที่มีอายุระหว่าง ๑๕-๔๙ ปี โดยกรมอนามัยได้มีการรณรงค์ให้สาวไทยแก้มแดง โดยสาวไทยที่อยู่ในช่วงวัยเจริญพันธุ์จะต้องไม่มีภาวะโลหิตจาง โดยดูจากผลตรวจเลือด ค่าปกติคือ ค่าฮีโมโกลบิน (Hb) มากกว่าหรือเท่ากับ ๑๒ กรัมต่อเดซิลิตร หรือ ค่าฮีมาโตคริต (Hct) มากกว่าหรือเท่ากับ ๓๖% นอกจากนี้แล้วกรมอนามัยยังมีการส่งเสริมให้หญิงวัยเจริญพันธุ์ในช่วงอายุระหว่าง ๒๐-๓๔ ปี ซึ่งอยู่ในช่วงวัยที่เหมาะกับการตั้งครรภ์ให้ได้รับการดูแลส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันภาวะโลหิตจางก่อนการตั้งครรภ์ โดยสถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี จังหวัดตรัง หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีอายุระหว่าง ๑๕-๔๙ ปี จำนวน ๙๙๐ คน และในช่วงอายุระหว่าง ๒๐-๓๔ ปี จำนวน ๓๘๐ คน จากการคัดกรองหญิงวัยเจริญพันธุ์ ในปี ๒๕๖๗ จำนวน ๗๙๒ คน พบว่าหญิงวัยเจริญพันธุ์มีภาวะโลหิตจาง จำนวน ๓๘๖ คน คิดเป็นร้อยละ ๔๘.๗๔ และจากการให้บริการคลินิกรับฝากครรภ์ จำนวน ๑๘ คน พบว่ามีภาวะซีดระหว่างตั้งครรภ์ จำนวน ๓ คน คิดเป็นร้อยละ ๑๖ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ ๖๐ พรรษา นวมินทราชินี จังหวัดตรัง จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมป้องกันและลดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็กในหญิงวัยเจริญพันธ์ูด้วยยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติขึ้น เพื่อให้หญิงวัยเจริญพันธุ์มีความรู้ในการดูแลสุขภาพและมีความพร้อมทางด้านร่างกายในการตั้งครรภ์ และเพื่อลดภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์โดยใช้ยาสมุนไพรจากบัญชียาหลักแห่งชาติ
- เพื่อให้หญิงวัยเจริญพันธุ์มีความรู้ในการดูแลสุขภาพและมีความพร้อมทางด้านร่างการในการตั้งครรภ์
- เพื่อลดภาวะโลหิตจางในหญิงวัยเจริญพันธุ์โดยใช้ยาสมุนไพรจากบัญชียาหลักแห่งชาติ
- จัดอบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพเพื่อป้องการภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก
- ส่งเสริมการใช้ยาสมุนไพรจากบัญชียาหลักแห่งชาติในหญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีภาวะโลหิตจาง
๑. หญิงวัยเจริญพันธุ์มีความรู้ในการดูแลสุขภาพและมีความพร้อมทางด้านร่างกายในการตั้งครรภ์
๒. หญิงวัยเจริญพันธุ์ที่มีภาวะโลหิตจางมีระดับผลตรวจเลือด อยู่ในค่าปกติ หลังรับประทานยาครบ ๙๐ วัน