ปันยิ้มสร้างสุขผู้สูงวัยฟันดีตำบลกอตอตือร๊ะ ปีงบประมาณ 2568
ปันยิ้มสร้างสุขผู้สูงวัยฟันดีตำบลกอตอตือร๊ะ ปีงบประมาณ 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | ปันยิ้มสร้างสุขผู้สูงวัยฟันดีตำบลกอตอตือร๊ะ ปีงบประมาณ 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L4152-01-04 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจือแร | |
| วันที่อนุมัติ | 18 พฤศจิกายน 2567 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 19 มิถุนายน 2568 - 20 มิถุนายน 2568 | |
| งบประมาณ | 35,000.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายอามีน มาโซ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกอตอตือร๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา |
ผู้สูงอายุนับเป็นกลุ่มประชากรที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในสังคมไทยที่ทุกฝ่ายต้องให้ความสำคัญ โดยข้อมูลปีพ.ศ. 2565 ประเทศไทยมีประชากรผู้สูงอายุ จำนวน 12.๒ ล้านคนจากจำนวนประชากรรวม 66 ล้านคน โดยคิดเป็นร้อยละ 18.3 ของประชากรรวม และคาดว่า ในปีพ.ศ. 2566 ประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ (Complete Aged Society) คือ มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป ร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนี้ จำเป็นต้องให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ สุขภาพช่องปากถือเป็นองค์ประกอบหนึ่งที่สำคัญกับสุขภาพทางด้านร่างกาย อาทิ การสูญเสียฟันจำนวนมากจะลดประสิทธิภาพการเคี้ยวอาหาร ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินอาหาร การดำเนินชีวิตประจำวันและสุขภาพจิต เป็นต้น ดังกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ความว่า “เวลาไม่มีฟัน กินอะไรก็ไม่อร่อย ทำให้ไม่มีความสุข จิตใจก็ไม่สบาย ร่างกายก็ไม่แข็งแรง” จากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านจือแร พ.ศ.2567 พบว่า ผู้สูงอายุที่มีอายุ 60-74 ปี มีฟันถาวรใช้งานอย่างน้อย 20 ซี่ เฉลี่ย 6.23 ซี่/คน คิดเป็นร้อยละ 23.4 มีฟันหลังสบกันอย่างน้อย 4 คู่สบ และลดลงในผู้สูงอายุตอนปลายอายุ 80-85 ปี มีเพียงร้อยละ 18.6 ที่มีฟันถาวรใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ เฉลี่ย 4.76 ซี่/คน และมีฟันหลังสบกัน 4 คู่สบ เพียงร้อยละ 9.2 ทำให้ประสิทธิภาพการบดเคี้ยวลดลงอย่างชัดเจน แม้ว่ากลุ่มผู้สูงอายุตอนต้น จำนวนมากกว่าครึ่งที่มีฟันถาวรใช้งานได้ 20 ซี่ แต่ฟันถาวรที่เหลืออยู่นั้น ยังมีปัญหารอยโรคและความผิดปกติในช่องปากที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการลุกลามที่นำไปสู่ความเจ็บปวดและการสูญเสียฟัน ซึ่งปัญหาสำคัญ ได้แก่ การสูญเสียฟัน โดยเฉพาะการสูญเสียฟันทั้งปาก ในผู้สูงอายุ 60-74 ปี พบร้อยละ 12.7 แต่เมื่ออายุ 80-85 ปี เพิ่มสูงถึงร้อยละ 56.2 ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตด้านการบดเคี้ยวอย่างมาก นอกจากนี้ยังพบฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษาร้อยละ 52.5 รากฟันผุที่สัมพันธ์กับเหงือกร่นในวัยสูงอายุร้อยละ 17.4 โรคปริทันต์อักเสบที่มีการทำลายของเนื้อเยื่อและกระดูกรองรับรากฟันร้อยละ 36.7
- เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันอย่างถูกต้อง
- เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับบริการทันตกรรมและเข้าถึงการรับบริการทันตกรรม
- ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพช่ีองปากได้รับการส่งต่อรักษาและแก้ไขปัญหาสุขภาพช่องปาก
8.1 อัตราการเกิดโรคฟันผุ และปัญหาสุขภาพช่องปากในกลุ่มผู้สูงอายุลดลง
8.2 ผู้สูงอายุมีความรู้เรื่อง การดูแลสุขภาพช่องปากและสามารถนำความรู้ไปเผยแพร่แก่ประชาชน ในชุมชนได้
8.3 ผู้สูงอายุสามารถตรวจฟันด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง
8.4 ผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพได้รับการส่งต่อบริการทันตกรรม และเข้าถึงบริการทันตกรรม
8.5 เกิดการมีส่วนร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพช่องปากที่ดีภายในชุมชน