โครงการส่งเสริมสุขภาพบุคลากรเทศบาลเมืองเบตง พิชิตโรคออฟฟิศซินโดรมและโรค
| กิจกรรม | ระยะเวลา | เป้าหมาย/วิธีการ | ผลการดำเนินงาน | ปัญหา/อุปสรรค/แนวทางแก้ไข | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| ตามแผน | ปฏิบัติจริง | ตามแผน | ปฏิบัติจริง | ตามแผน | ปฏิบัติจริง | |||
| 1. | กิจกรรมที่ 1 คัดกรองประเมินสุขภาพเบื้องต้น (ตระหนักรู้ภาวะสุขภาพแห่งตน) | 1 ม.ค. 2568 | 27 ก.พ. 2568 | 1.1 คัดกรองสุขภาพเบื้องต้น เช่น ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว วัดความดันโลหิต ตรวจน้ำตาลในเลือด ประเมิน BMI ทำแบบประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ เช่น ประเมิน CVD risk ประเมินภาวะซึมเศร้า ประเมินพฤติกรรมสุขภาพ 3 อ. ประเมินความเสี่ยงโรคออฟฟิศซินโดรมฯ
1.2 แจ้งผลการคัดกรองประเมินสุขภาพรายบุคคล
1.3 แยกกลุ่มปกติ กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย กลุ่มป่วย และจัดทำทะเบียนสุขภาพของบุคลากรเพื่อให้การดูแลส่งเสริมสุขภาพตามความเหมาะสมหรือส่งต่อเพื่อตรวจวินิจฉัย
กิจกรรมที่ 1 คัดกรองประเมินสุขภาพเบื้องต้น |
ดำเนินการตรวจคัดกรองสุขภาพเบื้องต้นผู้เข้าร่วมโครงการ ได้แก่ ชั่งน้ำหนัก วัดรอบเอว วัดความดันโลหิต ตรวจน้ำตาลในเลือด ประเมินค่า BMI ทำแบบประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อสุขภาพ |
- |
ผลการตรวจสุขภาพ 1.ค่าดัชนีมวลกาย BMI ร้อยละของแต่ละกลุ่ม สมส่วน 31.89 ผอม 5.41 ท้วม 22.16 อ้วน 31.35 อ้วนอันตราย 9.19 และผู้ที่มีเส้นรอบเอวเกินร้อยละ 48.11 2.ค่าระดับความดันโลหิต ร้อยละของแต่ละกลุ่ม ปกติ 71.35 เสี่ยงต่อโรคความดันสูง 19.46 เสี่ยงทั้งโรคความดันโลหิตสูงและเบาหวาน 4.86 สงสัยป่วย 0.54 และเป็นผู้ป่วยอยู่แล้ว 3.78 3.ค่าระดับน้ำตาลในเลือด ร้อยละของแต่ละกลุ่ม ปกติ 84.21 เสี่ยงต่อโรคเบาหวาน 7.60 สงสัยป่วย 1.17 และเป็นผู้ป่วยเบาหวานอยู่แล้ว 1.75 4.การคัดกรองจากแบบสำรวจ พบว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงโรคออฟฟิตซินโดรมร้อยละ 71.04 ไม่ออกกำลังกายร้อยละ 30.77 การดื่มแอลกอฮอล์ร้อยละ 20.81 และการสูบบุหรี่ร้อยละ 12.67 |
- |
| 2. | กิจกรรมที่ 2 ฝึกอบรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) | 1 ม.ค. 2568 | 26 ก.พ. 2568 | กิจกรรมที่ 2 ฝึกอบรมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) จำนวน 2 วัน ในเรื่องดังนี้
วันที่ 1 อบรมเชิงปฏิบัติการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพเพื่อป้องกันโรคออฟฟิศซินโดรมและโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ฐานกิจกรรม 4 กลุ่ม ตามหัวข้อดังนี้
กลุ่มที่ 1 หัวข้อ “โรคออฟฟิศซินโดรม โรคน่ากลัวของคนวัยทำงาน”
หัวข้อ “การจัดสภาพแวดล้อมและท่าทางการทำงานให้เหมาะสมตามหลักกายรศาสตร์”
หัวข้อ “ท่าบริหารกล้ามเนื้อบอกลาออฟฟิศซินโดรม”
กลุ่มที่ 2 หัวข้อ “โรค NCDs” โรคที่เกิดจากพฤติกรรม”
หัวข้อ “Health Check-up” รู้ตน ลดเสี่ยง ลดโรค
หัวข้อ “สมรรถภาพทางกาย เช็กไว้ ได้ประโยชน์”
กลุ่มที่ 3 หัวข้อ “ปัญหาสุขภาพจิตในวัยทำงานและแนวทางการจัดการความเครียดใน
ชีวิตประจำวัน”
หัวข้อ “วัยทำงานใส่ใจการดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน”
กลุ่มที่ 4 หัวข้อ “การค้นหาความเสี่ยงและการจัดทำแผนขจัดความเสี่ยงโรคออฟฟิศซินโดรมและ
หัวข้อ “แนวทางการสร้างองค์กรสุขภาพดี (Healty Organization) ในการสร้างเสริม
สุขภาพให้กับตนเอง ครอบครัว ชุมชน”
วันที่ 2 อบรมเชิงปฏิบัติการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ. (อออกกำลังกาย/อารมณ์/อาหาร)
หัวข้อ ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ พิชิตโรคโรคออฟฟิศซินโดรมและโรค NCDs (ออกกำลังกาย/
อารมณ์) สาธิตและฝึกปฏิบัติ เทคนิคการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กิจกรรมชวนขยับ ปรับพฤติกรรม |
|
- |
|
- |
| 3. | กิจกรรมที่ 3 นโยบายส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสถานที่ทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพ เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีและส่งเสริมให้บุคลากรมีพฤติกรรมที่ดีต่อสุขภาพอย่างอย่างยั่งยืน | 1 ม.ค. 2568 | 24 เม.ย. 2568 | กิจกรรมที่ 3 นโยบายส่งเสริมสุขภาพและสิ่งแวดล้อมสถานที่ทำงานที่เอื้อต่อสุขภาพ |
สร้างเสริมสุขภาพที่ดีและส่งเสริมให้บุคลากรมีพฤติกรรมที่ดีแบบอย่างยั่งยืน |
- |
-นโยบายกระตุ้นและส่งเสริมการออกกำลังกายของบุคลากร โดยความร่วมมือจากทุกกอง/ฝ่าย ในกิจกรรม "ทม.เบตงแอโรบิคแดนซ์ โจ๊ะ โจ๊ะ" โดยจัดกิจกรรมทุกวันพฤหัสบดี -จัดกิจกรรม ทม.เบตง ฟิตพิชิตแคล season1 กิจกรรมออกกำลังกายสะสมแคลลอรี่ ตั้งแต่วันที่ 24 เม.ย. -31 ก.ค.2568 เวลา 99 วัน ผู้สะสมแคลอรี่สูงสุด 31,027 Kcal -จัดกิจกรรม "กินดีมีเฮ แชร์จานอาหารกลางวัน สูตร 2:1:1 เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมให้บุคลากรรับประทานอาหารให้ถูกสัดส่วน กิจกรรมไม่ได้รับความสนใจ เนื่องจากการจัดอาหารสุขภาพค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่มื้ออาหารกลางวันเป็นมื้อที่เร่งรีบต้องทำธุระหรือกิจกรรมต่อ จะต้องสื่อสารประชาสัมพันธ์ให้ความรู้กับบุคลากรในเรื่องโภชนาการและการรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพได้ |
- |