กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการให้ความรู้เพื่อป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการให้ความรู้เพื่อป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
รหัสโครงการ 68-L3069-10(1)-07
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ รพ.สต.บ้านท่ากูโบ
วันที่อนุมัติ 15 มกราคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ตุลาคม 2567 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 15,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางฮานีซะ แวสอเฮาะ
พื้นที่ดำเนินการ เขตพื้นที่รับผิดชอบตำบลปุโละปุโย
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี พ.ศ.2565 ขนาด 5.67
  2. ร้อยละการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี พ.ศ.2566 ขนาด 13.33
  3. ร้อยละการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นอายุน้อยกว่า 20 ปี พ.ศ.2567 ขนาด 7.01
  4. ร้อยละของเยาวชน (อายุต่ำกว่า 20 ปี) ที่มีภาวะเสี่ยงการตั้งครรภ์ซ้ำ ขนาด 5.00

วัยรุ่น หมายถึง กลุ่มบุคคลที่มีอายุ 9 - 19 ปี ซึ่งอยู่ในวัยเรียนเป็นวัยแห่งการเปลี่ยนแปลงและมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สติปัญญา และพฤติกรรม เป็นช่วงรอยต่อของความเป็นเด็กและผู้ใหญ่ โดยมีลักษณะสำคัญ 3 ประการ คือ มีพัฒนาการทางร่างกาย มีพัฒนาการด้านจิตใจ และมีการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจสังคม วัยรุ่นเป็นวัยที่อาจถูกชักจูงได้ง่าย ขาดความนับถือตนเอง รวมถึงขาดทักษะชีวิต ส่งผลให้เกิดพฤติกรรมเสี่ยงในด้านต่างๆ เช่น การดื่มสุรา การใช้สารเสพติด การมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมในวัยรุ่น โดยเฉพาะปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพทางเพศและอนามัยเจริญพันธุ์ หากไม่มีความเข้าใจเรื่องเพศศึกษาและการป้องกันที่ถูกต้อง อาจส่งผลให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้ ผลกระทบของกระแสโลกาภิวัตน์ ทำให้ประเทศไทยประสบปัญหาทางสังคมมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ปัจจุบันพบว่า เด็กเยาวชนมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุยังน้อย คือ ประมาณ๑๒ ปี ซึ่งเด็กในวัยนี้ยังขาดวุฒิภาวะและขาดความรับผิดชอบตัวเอง ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เช่น เสี่ยงต่อการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม การทำแท้ง การคลอดบุตรแล้วนำไปทิ้ง และยังมีผลต่อการออกจากโรงเรียนกลางคันรวมทั้งมีความไม่พร้อมในการเลี้ยงดูลูก กระทำความรุนแรงในครอบครัว กลายเป็นแรงงานราคาถูก ครอบครัวแตกแยก และยังอาจจะเกิดปัญหาสังคมอื่น ๆ ตามมาอีกมาก
ปัจจุบันปัญหาเด็กวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและนำไปสู่การตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมปรากฏอยู่ทุกภาคของประเทศไทย และมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในพื้นที่เขตรับผิดชอบ รพ.สต.บ้านท่ากูโบ พบการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรของเด็กนักเรียน ปี พ.ศ. 2564- 2565 จำนวน 2 รายและในวัยรุ่นอายุน้อยกว่า20 ปี พ.ศ. 2565จำนวน 3 ราย คิดเป็นร้อยละ 5.67 พ.ศ. 2566 มีจำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 13.33 พ.ศ.2567 มีจำนวน 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 7.01ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่ากูโบ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน จึงจัดโครงการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและตั้งครรภ์ในวัยรุ่นขึ้น

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กและเยาวชน ได้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร
  2. เพื่อให้เด็กและเยาวชน รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง และมีพฤติกรรมที่เหมาะสม
  3. เพื่อให้เด็กและเยาวชน รู้เท่าทันโลกปัจจุบัน สามารถดูแลตนเองได้ และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัย
  4. เพื่อให้คุณครูสามารถให้คำปรึกษาเรื่องการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเบื้องต้นให้กับนักเรียนได้
  5. เพื่อให้คุณครูสามารถดูแลและส่งต่อนักเรียนในรายที่พบปัญหาได้ทันท่วงที
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. เขียนโครงการเสนอ เพื่ออนุมัติ
  2. ชี้แจงโครงการให้กับคณะกรรมการโครงการทราบ
  3. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  4. จัดทำป้ายไวนิลโครงการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น พร้อมทั้งเตรียมวัสดุอุปกรณ์เพื่อจัดโครงการ
  5. แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่อง ป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร การวางแผนครอบครัว และการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น
  6. สรุปโครงการ
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
  1. เด็กและเยาวชน มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ร้อยละ 80
  2. เด็กและเยาวชน รู้จักหน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง และมีพฤติกรรมที่เหมาะสม ร้อยละ 70
  3. เด็กและเยาวชน รู้เท่าทันโลกปัจจุบัน สามารถดูแลตนเองได้ และใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างปลอดภัย ร้อยละ 70
  4. คุณครูสามารถให้คำปรึกษาหรือคำแนะนำเรื่องการป้องกันการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรเบื้องต้นให้กับนักเรียนได้ ร้อยละ 100
  5. คุณครูสามารถดูแลและส่งต่อนักเรียนในรายที่พบปัญหาได้ทันท่วงที ร้อยละ 100