โครงการป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ ปีงบประมาณ 2568
โครงการป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ ปีงบประมาณ 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ ปีงบประมาณ 2568 | |
| รหัสโครงการ | ||
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านชะรัด | |
| วันที่อนุมัติ | 1 มีนาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 40,700.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายสมนึก ทองรอด | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
- ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป)ที่ว่ายน้ำไม่ได้และมีโอกาสเสียชีวิตจากการจมน้ำ ขนาด 80.00
จากรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่าการจมน้ำในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ของโลก โดยมีจำนวนการเสียชีวิตปีละ 141,219 คน ประเทศไทย พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำสูงเป็นอันดับที่ 1เฉลี่ย 1,015 คน(ปี พ.ศ.2550-2559) ปี พ.ศ.2559 มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 713 คน หรือ 6.2 ต่อประชากรแสนคนจากข้อมูลสถิติปี 2559ของจังหวัดพัทลุง มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 7 รายจากประชากรเด็กทั้งหมด 97,002 คนคิดเป็นอัตราตาย 8.2 ต่อประชากรเด็กแสนคน ปี จังหวัดพัทลุง ปี พ.ศ.2560 พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 2 คน หรือ 2.1 ต่อประชากรแสนคน ส่วนอำเภอกงหราพบเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำตั้งแต่ปี พ.ศ.2557-ปัจจุบันจำนวน 4 ราย ปี พ.ศ. 2567 รพ.สต.บ้านชะรัดพบเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 1 ราย ในเด็กอายุ 11 ปี การจมน้ำเสียชีวิต เป็นสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ในปีงบประมาณ 2568 ได้กำหนดเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็ก อายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่เกิน 6.5 ต่อประชากรเด็กแสนคน ประกอบกับรัฐบาลมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ 3 ประเด็น สำหรับการดำเนินงานป้องกันเด็กจมน้ำ 1.) ควรให้เด็กทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป ได้เรียนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด(ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำการเอาชีวิตรอด และวิธีการช่วยเหลือ) เป็นหลักสูตรภาคบังคับสำหรับเด็ก 2.) ควรออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ สำหรับท้องถิ่นในการขุดแหล่งน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ต้องมีมาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้แหล่งน้ำดังกล่าวกลายเป็นแหล่งน้ำสี่ยงของชุมชน เช่นเดียวกับแหล่งน้ำที่จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว (น้ำตก ทะเล อ่างเก็บน้ำ สวนน้ำ) และสระว่ายน้ำ จำเป็นต้องกำหนดให้มีมาตรการความปลอดภัย เช่น การมีเจ้าหน้าที่ (Lifeguard) ดูแล การมีกฎระเบียบให้ผู้มารับบริการทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่เดินทางหรือทำกิจกรรมทางน้ำ การมีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำติดตั้งไว้เป็นระยะและสามารถเข้าถึงได้ง่าย การมีป้าย/ธงแจ้งเตือน (ห้ามลงเล่นน้ำ น้ำลึก น้ำวน) ป้ายบอกระดับความลึกของน้ำ 3.) ควรให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่มีการสร้างทีมเครือข่ายผู้ก่อการดี (Merit Maker) เพื่อดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ อย่างน้อยตำบลละ 1 ทีม เพื่อให้เกิดการบูรณาการการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำของหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ครอบคลุมทุกมาตรการในระดับพื้นที่ และเน้นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านชะรัด ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงได้ทำโครงการการป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ ขึ้น เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตด้วยการจมน้ำ
- เพื่อลดภาวะที่ว่ายน้ำไม่ได้และมีโอกาสเสียชีวิตจากการจมน้ำเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป)ลง
- เพื่อสร้างทีมผู้ก่อการดี (Merit Maker) ในระดับพื้นที่
- สื่่อสาร ประชาสัมพันธ์ ผ่านหอกระจายข่าว และจัดนิทรรศการรณรงค์ป้องกันเด็กจมน้ำในหมู่บ้าน/ชุมชน สถานศึกษา/ศูนย์เด็ก อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
- สำรวจและจัดการสิ่งแวดล้อมแหล่งน้ำเสี่ยงในเขตรับผิดชอบ ให้ปลอดภัย โดยอสม.ผู้นำชุมชน
- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการทีมผู้ก่อการดีรพ.สต.บ้านชะรัด
- จัดอบรมหลักสูตรการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดและการช่วยฟื้นชีพ(CPR)ในเด็กนักเรียน
- อบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและเด็ก 3-5 ปี เรื่องแหล่งน้ำเสี่ยงและการปรับปรุงแหล่งน้ำเสี่ยงใน ศพด.
- อบรมการป้องกันการจมน้ำพร้อมการช่วยชีวิตเบื้องต้น(CPR) ในกลุ่มประชาชนทั่วไป โดยทีมผู้ก่อการดี
1.มีการบริหารจัดการให้มีการดำเนินงานการป้องกันเด็กจมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มีการดำเนินงานตามมาตรการดำเนินงานการป้องกันเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ ผ่านการรับรองตามมาตรฐานในระดับเงิน/ทอง จากสำนักงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข
2.ตำบลชะรัดไม่มีเด็กอายุ ต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ