โครงการป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ ปีงบประมาณ 2568
-
นายสมนึกทองรอด
-
นางนิตสาคร เอียดวงค์
-
นางพนารัตน์คำทรา
-
นางไหมหมาดเกื้อ
-
นางณัฐธนา พรหมปลัด
-
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป)ที่ว่ายน้ำไม่ได้และมีโอกาสเสียชีวิตจากการจมน้ำ80
จากรายงานขององค์การอนามัยโลก พบว่าการจมน้ำในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีเป็นการเสียชีวิตอันดับที่ 3 ของโลก โดยมีจำนวนการเสียชีวิตปีละ 141,219 คน ประเทศไทย พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำสูงเป็นอันดับที่ 1เฉลี่ย 1,015 คน(ปี พ.ศ.2550-2559) ปี พ.ศ.2559 มีเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 713 คน หรือ 6.2 ต่อประชากรแสนคนจากข้อมูลสถิติปี 2559ของจังหวัดพัทลุง มีเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 7 รายจากประชากรเด็กทั้งหมด 97,002 คนคิดเป็นอัตราตาย 8.2 ต่อประชากรเด็กแสนคน ปี จังหวัดพัทลุง ปี พ.ศ.2560 พบว่าเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 2 คน หรือ 2.1 ต่อประชากรแสนคน ส่วนอำเภอกงหราพบเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำตั้งแต่ปี พ.ศ.2557-ปัจจุบันจำนวน 4 ราย ปี พ.ศ. 2567 รพ.สต.บ้านชะรัดพบเด็กอายุต่ำกว่า 15ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ จำนวน 1 ราย ในเด็กอายุ 11 ปี การจมน้ำเสียชีวิต เป็นสาเหตุที่สามารถป้องกันได้ในปีงบประมาณ 2568 ได้กำหนดเป้าหมายลดอัตราการเสียชีวิตจากการจมน้ำของเด็ก อายุต่ำกว่า 15 ปี ไม่เกิน 6.5 ต่อประชากรเด็กแสนคน ประกอบกับรัฐบาลมีข้อเสนอเชิงนโยบายที่สำคัญ 3 ประเด็น สำหรับการดำเนินงานป้องกันเด็กจมน้ำ 1.) ควรให้เด็กทุกคนที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปี ขึ้นไป ได้เรียนหลักสูตรว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอด(ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางน้ำการเอาชีวิตรอด และวิธีการช่วยเหลือ) เป็นหลักสูตรภาคบังคับสำหรับเด็ก 2.) ควรออกกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ สำหรับท้องถิ่นในการขุดแหล่งน้ำเพื่อใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ต้องมีมาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้แหล่งน้ำดังกล่าวกลายเป็นแหล่งน้ำสี่ยงของชุมชน เช่นเดียวกับแหล่งน้ำที่จัดให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว (น้ำตก ทะเล อ่างเก็บน้ำ สวนน้ำ) และสระว่ายน้ำ จำเป็นต้องกำหนดให้มีมาตรการความปลอดภัย เช่น การมีเจ้าหน้าที่ (Lifeguard) ดูแล การมีกฎระเบียบให้ผู้มารับบริการทุกคนต้องสวมเสื้อชูชีพทุกครั้งที่เดินทางหรือทำกิจกรรมทางน้ำ การมีอุปกรณ์ช่วยคนตกน้ำติดตั้งไว้เป็นระยะและสามารถเข้าถึงได้ง่าย การมีป้าย/ธงแจ้งเตือน (ห้ามลงเล่นน้ำ น้ำลึก น้ำวน) ป้ายบอกระดับความลึกของน้ำ 3.) ควรให้ทุกหน่วยงานในพื้นที่มีการสร้างทีมเครือข่ายผู้ก่อการดี (Merit Maker) เพื่อดำเนินงานป้องกันการจมน้ำ อย่างน้อยตำบลละ 1 ทีม เพื่อให้เกิดการบูรณาการการดำเนินงานป้องกันการจมน้ำของหน่วยงานและภาคส่วนต่างๆ ครอบคลุมทุกมาตรการในระดับพื้นที่ และเน้นการใช้ทรัพยากรร่วมกัน
ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านชะรัด ได้เล็งเห็นถึงปัญหานี้ จึงได้ทำโครงการการป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ ขึ้น เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตด้วยการจมน้ำ
-
เพื่อลดภาวะที่ว่ายน้ำไม่ได้และมีโอกาสเสียชีวิตจากการจมน้ำเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป)ลง8040
ร้อยละของเด็กวัยเรียน(อายุ 6 ปีขึ้นไป)ที่ว่ายน้ำไม่ได้และมีโอกาสเสียชีวิตจากการจมน้ำ
-
เพื่อสร้างทีมผู้ก่อการดี (Merit Maker) ในระดับพื้นที่01
มีทีมผู้ก่อการดี รพ.สต.บ้านชะรัด ที่เข้มแข็ง จำนวน 1 ทีม
-
กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน200
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
สำรวจและจัดการสิ่งแวดล้อมแหล่งน้ำเสี่ยงในเขตรับผิดชอบ ให้ปลอดภัย โดยอสม.ผู้นำชุมชน
1.สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงทุกประเภทภายในหมู่บ้าน เช่น คลอง หนอง บึง แอ่งน้ำ เป็นต้น
2.ติดตั้งป้ายเตือนภัยและอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้น
3.จัดทำแผนที่จุดเสี่ยงภัยจากแหล่งน้ำเสี่ยง(Spot map)- ค่าไวนิลและอุปกรณ์ช่วยชีวิต ติดบริเวณแหล่งน้ำเสี่ยง (แกลลอน,เชือก) จำนวน12ชุดๆ ละ 500 บาท เป็นเงิน 6,000 บาท
1 มีนาคม 2568 ถึง 31 มีนาคม 2568- มีการสำรวจและกำหนดพื้นที่แหล่งน้ำเสี่ยง โดยจัดทำเป็นSpot map เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการเฝ้าระวังพื้นที่ต่อไป
- มีการจัดการแหล่งน้ำเสี่ยง โดยการตั้งตั้งป้ายเตือนภัยและอุปกรณ์ช่วยเหลือเบื้องต้นในจุดเสี่ยงภัย
6000 บาท -
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการทีมผู้ก่อการดีรพ.สต.บ้านชะรัด
1.จัดอบรมทีมผู้ก่อการดี จำนวน 40 คน (ผู้นำชุมชน 6 คน, ครูรร.2 คน,ครูศพด. 3 คน , อสม. 20 คน ,อปภร 2 คน ,จนท.สาธารณสุข 7 คน)
2.ภาคเช้าฝึกปฏิบัติการช่วยคนตกน้ำบนบกและฝึกการช่วยฟื้นชีพ(CPR) ภาคบ่ายฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือคนตกน้ำและว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดในสระน้ำ
3.ทีมผู้ก่อการดีจะเป็นวิทยากร ครู ค ในพื้นที่ เพื่อนำความรู้และทักษะไปสอนประชาชนในระดับหมู่บ้านต่อไป- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 45 คน(รวมวิทยากร) ๆละ 2 มื้อๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,800บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 45 คน(รวมวิทยากร)ๆละ 1 มื้อๆละ 60 บาท เป็นเงิน 2,700 บาท
- ค่าตอบแทนวิทยากร จำนวน 6 ชม.ๆละ600 บ. เป็นเงิน3,600บาท
- ค่าป้ายไวนิลโครงการ 300 บาท
- ค่าบริการสระว่ายน้ำผู้ใหญ่ จำนวน 45 คน(รวมวิทยากร) คนๆละ 40 บาท เป็นเงิน1,800
- ค่าจ้างเหมารถรับส่ง เป็นเงิน 1,500 บาท
1 เมษายน 2568 ถึง 31 พฤษภาคม 2568ทีมผู้ก่อการดีทุกคนมีทักษาในการช่วยเหลือคนตกน้ำได้อย่างถูกต้อง
เกิดทีมผู้ก่อการดีป้องกันการจมน้ำในพื้นที่ จำนวน 1 ทีม
ส่งทีมผู้ก่อการดีเข้ารับการประเมิน,ประกวด ระดับเงิน/ทอง ในระดับประเทศ
11700 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 45 คน(รวมวิทยากร) ๆละ 2 มื้อๆละ 20 บาท เป็นเงิน 1,800บาท
-
จัดอบรมหลักสูตรการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดและการช่วยฟื้นชีพ(CPR)ในเด็กนักเรียน
1.จัดอบรมหลักสูตรการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดและการช่วยฟื้นชีพ(CPR) ในเด็กนักเรียน จำนวน 50 คน แก่ เด็กนักเรียนชั้น ป.4-6 รร.วัดควนขี้แรด และรร.บ้านต้นประดู่
2.ภาคเช้าฝึกปฏิบัติการช่วยคนตกน้ำบนบกและฝึกการช่วยฟื้นชีพ(CPR) ภาคบ่ายฝึกปฏิบัติการช่วยเหลือคนตกน้ำและว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดในสระน้ำ- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 50 คนๆ ละ 2 มื้อๆละ20บาท เป็นเงิน2,000 บาท
- ค่าอาหารกลางวัน จำนวน 50 คนๆละ1 มื้อๆละ 60 บาท เป็นเงิน 3,000 บาท
- ค่าวิทยากร จำนวน 6 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน3,600 บาท
- ค่าไวนิลป้ายโครงการ จำนวน 1 แผ่นๆละ 300บาท
- ค่าบริการสระว่ายน้ำเด็ก จำนวน 50คนๆละ 20 บาท เป็นเงิน1,000 บาท
- ค่าจ้างเหมารถ จำนวน 1คันๆละ 1500 บาท เป็นเงิน 1,500 บาท
1 มิถุนายน 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2568- มีการจัดอบรมเชิงปฏิบัติฝึกการว่ายน้ำเพื่อเอาชีวิตรอดจำนวน 1 ครั้ง
- เด็กนักเรียนที่เข้ารับการอบรมมีทักษะในการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้ ร้อยละ 95
11400 บาท -
อบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและเด็ก 3-5 ปี เรื่องแหล่งน้ำเสี่ยงและการปรับปรุงแหล่งน้ำเสี่ยงใน ศพด.
1.จัดอบรมให้ความรู้แก่ผู้ปกครองและเด็กอายุ 3-5 ปี จำนวน 1ครั้ง
2.พร้อมกับอบรมให้ความรู้ครูผู้ดูแลเด็ก ในการป้องกันการจมน้ำ ด้วยวิธี อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม
3.ครูศพด.นำความรู้เรื่องแหล่งน้ำเสี่ยง และ อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม เป็นเนื้อหาเพิ่มเติมในการสอนนักเรียน
- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 80 คนๆ ละ 1 มื้อๆละ 20บาท เป็นเงิน1,600 บาท
- ค่าวิทยากร จำนวน 3 ชั่วโมงๆละ 600บาท เป็นเงิน1,800 บาท1 มิถุนายน 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2568มีการจัดอบรม 1 ครั้ง
ศพด.มีการเพิ่มเนื้อหาการสอนการป้องกันการจมน้ำในเด็กเล็ก ด้วยวิธี อย่าใกล้ อย่าเก็บ อย่าก้ม
ผู้ปกครองสามารถจัดการแหล่งน้ำเสี่ยงที่บ้านได้
3400 บาท -
อบรมการป้องกันการจมน้ำพร้อมการช่วยชีวิตเบื้องต้น(CPR) ในกลุ่มประชาชนทั่วไป โดยทีมผู้ก่อการดี
1.จัดอบรมการป้องกันการจมน้้ำพร้อมช่วยชีวิตเบื้องต้น(CPR) ในกลุ่มประชาชน โดยทีมผู้ก่อการดี จัดอบรม จำนวน 6 หมู่บ้านๆละ 30 คน
2.ให้ความรู้เชิงปฏิบัติการ ตะโกน โยน ยื่น และฝึกการช่วยฟื้นคืนชีพ(CPR) โดยวิทยากรครู ค ทีมผู้ก่อการดี- ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 6 ครั้งๆละ 40 คน(รวมทีมผู้ก่อการดี) จำนวน 20 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท
จัดซื้ออุปกรณ์ในการอบรมสำหรับการสอน เป็นเงิน 3,400 บาท รายการดังนี้
- เสื้อชูชีพ จำนวน 2 ตัวๆละ 450 บาท เป็นเงิน 900 บาท
- ห่วงชูชีพชนิดโฟม จำนวน 2 อันๆละ 250 บาท เป็นเงิน 500 บาท
- ชุดเชือกกู้ภัยทางน้ำ จำนวน 2 ชุดๆละ 1,000 บาท เป็นเงิน 2,000 บาท
1 กรกฎาคม 2568 ถึง 31 สิงหาคม 2568- ประชาชนมีความรู้ในการป้องกันตนเองจากการจมน้ำและมีทักษะในการช่วยเหลือคนตกน้ำพร้อมสามารถช่วยชีวิตเบื้องต้นได้
- เกิดเครือข่ายผู้ก่อการดีในหมู่บ้านเพิ่มขึ้น
8200 บาท - ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่ม จำนวน 6 ครั้งๆละ 40 คน(รวมทีมผู้ก่อการดี) จำนวน 20 บาท เป็นเงิน 4,800 บาท
-
สื่่อสาร ประชาสัมพันธ์ ผ่านหอกระจายข่าว และจัดนิทรรศการรณรงค์ป้องกันเด็กจมน้ำในหมู่บ้าน/ชุมชน สถานศึกษา/ศูนย์เด็ก อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง
มีการประชาสัมพันธ์ รณรงค์การป้องกันการจมน้ำ ผ่านการสื่อสาร ต่างๆ เช่น หอกระจายข่าว การประชุมประจำเดือนในหมู่บ้าน เป็นต้นเดือนละ 1 ครั้ง ทั้งในและนอกหน่วยบริการ
-ไม่ใช้งบประมาณ
1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568-มีการสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ การรณรงค์อ้งกันการจมน้ำทั้งในหน่วยบริการและนอกหน่วยบริการ อย่างน้อยเดือน 1 คร้ง
0 บาท
1.มีการบริหารจัดการให้มีการดำเนินงานการป้องกันเด็กจมน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ มีการดำเนินงานตามมาตรการดำเนินงานการป้องกันเด็กเสียชีวิตจากการจมน้ำ ผ่านการรับรองตามมาตรฐานในระดับเงิน/ทอง จากสำนักงานควบคุมโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข
2.ตำบลชะรัดไม่มีเด็กอายุ ต่ำกว่า 15 ปี เสียชีวิตจากการจมน้ำ
