โครงการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย ประจำปี 2568 “เจ็บปวดคราใด คิดถึงยาไทยก่อนไปหาหมอ”
โครงการ
" โครงการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย ประจำปี 2568 “เจ็บปวดคราใด คิดถึงยาไทยก่อนไปหาหมอ” "
หัวหน้าโครงการ
นางอโนชา เลาหวิริยานนท์
กันยายน 2568
ที่อยู่ จังหวัด
รหัสโครงการ เลขที่ข้อตกลง 5/2568
ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568
กิตติกรรมประกาศ
"โครงการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย ประจำปี 2568 “เจ็บปวดคราใด คิดถึงยาไทยก่อนไปหาหมอ” จังหวัด" สำเร็จได้ด้วยดี ด้วยความร่วมมือจาก สมาชิกในชุมชน
คณะทำงานโครงการฯ ขอขอบคุณ กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองสะเตงนอก ที่ให้การสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินโครงการฯ รวมทั้ง ภาคีเครือข่ายที่สำคัญระดับพื้นที่ ที่ให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ชี้แนะ สุดท้ายขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องที่มิได้ระบุชื่อไว้ในที่นี้ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้มีความยั่งยืนในพื้นที่ต่อไป
คณะทำงานโครงการ
โครงการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย ประจำปี 2568 “เจ็บปวดคราใด คิดถึงยาไทยก่อนไปหาหมอ”
บทคัดย่อ
โครงการ " โครงการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย ประจำปี 2568 “เจ็บปวดคราใด คิดถึงยาไทยก่อนไปหาหมอ” " ดำเนินการในพื้นที่ รหัสโครงการ ระยะเวลาการดำเนินงาน 1 มกราคม 2568 - 30 กันยายน 2568 ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจำนวน 27,050.00 บาท จาก กองทุนสุขภาพตำบล เทศบาลเมืองสะเตงนอก เพื่อใช้ในการดำเนินกิจกรรมโครงการ หลังจากสิ้นสุดระยะเวลาโครงการ ผลที่เกิดขึ้นจากการดำเนินงานปรากฏดังนี้
โครงการนี้ยังไม่มีการเขียนหรือแก้ไขบทคัดย่อ
หมายเหตุ : รายละเอียดของบทสรุปคัดย่อการดำเนินงาน ให้ผู้รับผิดชอบโครงการเป็นผู้เขียนสรุปภาพรวมของโครงการใน "ผลลัพธ์โครงการ"
สารบัญ
| กิตติกรรมประกาศ | » |
| บทคัดย่อ | » |
| ความเป็นมา/หลักการเหตุผล | » |
| วัตถุประสงค์โครงการ | » |
| กิจกรรม/การดำเนินงาน | » |
| กลุ่มเป้าหมาย | » |
| ผลลัพธ์ที่ได้ | » |
| การประเมินผล | » |
| ปัญหาและอุปสรรค | » |
| ข้อเสนอแนะ | » |
| เอกสารประกอบอื่นๆ | » |
ความเป็นมา/หลักการเหตุผล
การป้องกัน และส่งเสริมสุขภาพ เป็นกระบวนการปฏิบัติเพื่อให้เกิดสุขภาพทั้งกายและใจให้แข็งแรง ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ต้องมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการป้องกันและส่งเสริมสุขภาพ แต่ขาดในเรื่องความตระหนักและจะกลับมาใส่ใจสุขภาพ เมื่อมีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นทั้งกับตนเองหรือคนในครอบครัวจึงไม่สามารถช่วยเหลือเบื้องต้นได้อย่างทันท่วงที ประกอบกับการดำรงชีวิตในปัจจุบันที่มีความเร่งรีบ และให้ความสำคัญการทำงานเพื่อหาปัจจัยยังชีพ การพัฒนาทางด้านการแพทย์ที่ประชาชนไม่สามารถพึ่งพาตนเองหรือคนในครอบครัว ประชาชนไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ในการดูแลรักษาสุขภาพ ทำให้การดูแลความเจ็บป่วยเบื้องต้นเหล่านั้นไปอยู่ในความดูแลของบุคลากรทางการแพทย์
กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายส่งเสริมการใช้การแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในระบบบริการสาธารณสุขทุกระดับ โดยมียุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน เพื่อส่งเสริมสุขภาพตามกลุ่มวัย ด้วยการบริการทางการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร เพื่อเป็นการรักษาภูมิปัญญาด้านการแพทย์แผนไทยและส่งเสริมการใช้สมุนไพร นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังมีนโยบายที่สนับสนุนการใช้ยาสมุนไพรเป็นลำดับแรกของการรักษา จึงเกิดประโยคที่ว่า “เจ็บปวดคราใด คิดถึงยาไทยก่อนไปหาหมอ” จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เพื่อเป็นการยกระดับการแพทย์แผนไทยให้มีคุณภาพ และให้ประชาชนเข้าถึงยาสมุนไพรเพิ่มมากขึ้น ลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย
พื้นที่ในเขตรับผิดชอบของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก ประกอบด้วย 5 หมู่บ้าน คือ หมู่ 4, 6, 9, 10 และ 12 ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชุมชนกึ่งเมือง มีประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ประมาณ 13,000 คน นอกจากนี้ยังมีประชากรแฝงอีกเป็นจำนวนมาก เมื่อประชาชนมีอาการเจ็บป่วยมักเลือกซื้อยาได้เองจากร้านสะดวกซื้อ หรือร้านขายยาทั่วไป ซึ่งประชาชนจะเลือกซื้อยาแผนปัจจุบันมากกว่ายาสมุนไพร ทั้งนี้ประชาชนเล็งเห็นว่าการใช้ยาแผนปัจจุบันจะทำให้หายเร็วกว่ายาสมุนไพร แต่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับผลที่จะเกิดขึ้นภายหลังจากการรับประทานยาแผนปัจจุบันติดต่อกันเป็นเวลานานๆ เช่น มีการดื้อยาเกิดขึ้นในตัวผู้ป่วย หรือมีโรคที่ไม่คาดขึ้นเกิดขึ้นมาหลังจากรับประทานยาแผนปัจจุบันเป็นเวลานานๆ หรือในประชาชนบางกลุ่มที่อาจเลือกใช้ยาสมุนไพร โดยการซื้อยาจากร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นการอ่านสรรพคุณตามฉลากยาข้างกล่อง โดยไม่ทราบรายละเอียดการใช้ยาอย่างแน่ชัด จึงทำให้เกิดการใช้ยาที่ผิดทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดี งานแพทย์แผนไทย โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเลือกซื้อ เลือกใช้ยาของประชาชนในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสะเตงนอก เพื่อให้ประชาชนเลือกใช้ยาสมุนไพรให้ถูกต้องตามอาการ ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์แผนไทย และให้ประชาชนเข้าถึงบริการด้านการแพทย์แผนไทยอย่างปลอดภัย ได้มาตรฐานและเลือกใช้ยาสมุนไพรในการรักษาโรคเบื้องต้นและเป็นลำดับแรกก่อนที่จะใช้ยาแผนปัจจุบัน ความสำคัญดังกล่าวทำให้เกิดโครงการส่งเสริมการแพทย์แผนไทย ประจำปี 2568 “เจ็บปวดคราใด คิดถึงยาไทยก่อนไปหาหมอ” ให้แก่กลุ่มประชาชนทั่วไปทุกกลุ่มวัยทั้งวัยรุ่น วัยทำงาน เพื่อให้เข้าถึงยาสมุนไพรได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม กลุ่มแกนนำอสม.เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปใช้ในครัวเรือน และเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชนในชุมชนได้รับทราบ กลุ่มผู้สูงอายุที่ให้ความสนใจในเรื่องของการใช้ยาสมุนไพรเป็นพื้นฐานอยู่แล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจในการใช้ยาสมุนไพรในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น และสามารถเผยแพร่ความรู้ให้แก่คนในครอบครัวและชุมชนได้อย่างถูกต้องอีกด้วย
วัตถุประสงค์โครงการ
- 1. เพื่อให้กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น
- 2. เพื่อให้กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรประจำบ้านในการรักษาโรคเบื้องต้น
- 3. เพื่อให้กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของการใช้ยาสมุนไพรผิดวิธี และสามารถเลือกซื้อยาสมุนไพรอย่างถูกต้องได้
กิจกรรม/การดำเนินงาน
- กิจกรรมที่ 1 จัดนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรประจำบ้าน แนะนำยาสมุนไพรที่มีใช้ใน รพ.สต. ยาสมุนไพรที่มีขายตามท้องตลาด โดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.สะเตงนอก
- กิจกรรมที่ 2 จัดอบรม
กลุ่มเป้าหมาย
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้ | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | 80 | |
| กลุ่มผู้สูงอายุ | 50 | |
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | ||
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] |
ผลที่คาดว่าจะได้รับ
- กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น และเลือกใช้ยาสมุนไพรประจำบ้านในการรักษาโรคเบื้องต้น รวมทั้งสามารถเผยแพร่ความรู้ให้กับคนในครอบครัว และรอบข้างได้อย่างถูกต้อง
- กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของการใช้ยาสมุนไพรผิดวิธี สามารถเลือกซื้อยาสมุนไพรอย่างถูกต้องได้ และสามารถเผยแพร่ความรู้ให้กับคนในครอบครัว บุคคลรอบข้าง และสามารถเป็นแกนนำหลักในการกระจายความรู้ให้กับคนในชุมชนได้
ส่วนที่ 1 ผลการดำเนินงาน
| วัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ผลลัพธ์และตัวชี้วัดผลลัพธ์** กิจกรรมของโครงการ | ผลผลิต* | |
|---|---|---|
| ผลผลิตที่ตั้งไว้ | ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง | |
* ผลผลิต หมายถึง ผลที่เกิดขึ้นเชิงปริมาณจากการทำกิจกรรม เช่น จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม จำนวนผู้ผ่านการอบรม จำนวนครัวเรือนที่ปลูกผักสวนครัว เป็นต้น
** ผลลัพธ์ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงที่นำไปสู่การแก้ปัญหา เช่น หลังอบรมมีผู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจำนวนกี่คน มีข้อบังคับหรือมาตรการของชุมชนที่นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือสภาพแวดล้อม เป็นต้น ทั้งนี้ต้องมีข้อมูลอ้างอิงประกอบการรายงาน เช่น ข้อมูลรายชื่อแกนนำ , แบบสรุปการประเมินความรู้ , รูปภาพกิจกรรมพร้อมคำอธิบายใต้ภาพ เป็นต้น
ส่วนที่ 2 ประเมินความพึงพอใจต่อความสำเร็จและปัญหาอุปสรรคในการดำเนินโครงการในภาพรวม
ผลการดำเนินโครงการ
สรุปผลการดำเนินโครงการ
ผลการดำเนินโครงการ/กิจกรรม:
บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
บรรลุตามวัตถุประสงค์บางส่วนของโครงการ
ไม่บรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ
ผลผลิตโครงการ
| วัตถุประสงค์ | สถานการณ์ | เป้าหมาย | ผลผลิต | อธิบาย | |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 1. เพื่อให้กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น ตัวชี้วัด : 1. ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นและรู้จักยาสมุนไพรที่มีขายอยู่ในท้องตลาด |
0.00 |
|
||
| 2 | 2. เพื่อให้กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรประจำบ้านในการรักษาโรคเบื้องต้น ตัวชี้วัด : 2. ร้อยละ 80 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรประจำบ้านในการรักษาโรคเบื้องต้น |
0.00 |
|
||
| 3 | 3. เพื่อให้กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของการใช้ยาสมุนไพรผิดวิธี และสามารถเลือกซื้อยาสมุนไพรอย่างถูกต้องได้ ตัวชี้วัด : 3. ร้อยละ 85 ของกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของการใช้ยาสมุนไพรผิดวิธี และสามารถเลือกซื้อยาสมุนไพรอย่างถูกต้องได้ |
0.00 |
|
ผู้เข้าร่วมโครงการ
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
|---|---|---|---|
| จำนวนกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด | 130 | ||
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวนที่วางไว้(คน) | จำนวนที่เข้าร่วม(คน) | |
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | |||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | - | ||
| กลุ่มเด็กวัยเรียนและเยาวชน | - | ||
| กลุ่มวัยทำงาน | 80 | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | 50 | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | |||
| กลุ่มหญิงตั้งครรภ์และหญิงหลังคลอด | - | ||
| กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง | - | ||
| กลุ่มคนพิการและทุพพลภาพ | - | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | - | ||
| สำหรับการบริหารหรือพัฒนากองทุนฯ [ข้อ 10(4)] | - |
บทคัดย่อ*
โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) 1. เพื่อให้กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรในการดูแลสุขภาพเบื้องต้น (2) 2. เพื่อให้กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาสมุนไพรประจำบ้านในการรักษาโรคเบื้องต้น (3) 3. เพื่อให้กลุ่มแกนนำประชาชน อสม.และกลุ่มผู้สูงอายุมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของการใช้ยาสมุนไพรผิดวิธี และสามารถเลือกซื้อยาสมุนไพรอย่างถูกต้องได้
ผลการดำเนินงานที่สำคัญ ได้แก่ (1) กิจกรรมที่ 1 จัดนิทรรศการความรู้เกี่ยวกับยาสมุนไพรประจำบ้าน แนะนำยาสมุนไพรที่มีใช้ใน รพ.สต. ยาสมุนไพรที่มีขายตามท้องตลาด โดยเจ้าหน้าที่ รพ.สต.สะเตงนอก (2) กิจกรรมที่ 2 จัดอบรม
ข้อเสนอแนะ ได้แก่ (1) ...
หมายเหตุ *
ปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ