โครงการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง ปีงบประมาณ 2568
โครงการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง ปีงบประมาณ 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง ปีงบประมาณ 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L3366-1-05 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลศรีบรรพต | |
| วันที่อนุมัติ | 5 มีนาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 23 มกราคม 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 6,300.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายแพทย์ชุติมันต์ พงศ์ไตรภูมิ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | พื้นที่ตำบลเขาปู่ |
- องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจและคาดการณ์โรคมะเร็ง พบว่าในปี 2593 จะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกกว่า 35 ล้านราย โดยเพิ่มขึ้นกว่า 20 ล้านราย ขนาด 4.00
องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer: IARC) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจและคาดการณ์โรคมะเร็ง พบว่าในปี 2593 จะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกกว่า 35 ล้านราย โดยเพิ่มขึ้นกว่า 20 ล้านราย หากนับจากปี 2565 ที่มีผู้ป่วยโรคมะเร็งประมาณ 15 ล้านราย ซึ่งการเพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการสูงวัยขึ้นของประชากรโลก รวมถึงการมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุให้ประชากรโลกเป็นมะเร็งมากขึ้น โดยเฉพาะบุหรี่ แอลกอฮอล์ โรคอ้วน และมลพิษทางอากาศ ซึ่งสถิติโรคมะเร็ง จากข้อมูลสถิติทะเบียนมะเร็งประเทศไทย ปี 2565 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติเผย แต่ละปีไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 140,000 คน หรือ ประมาณ 400 คนต่อวัน โดยโรคมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรกในคนไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่/ทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก สำหรับข้อมูลการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งของคนไทย กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าในปีพ.ศ. 2565 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 83,334 คน โดย 5 อันดับโรคมะเร็งที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตในเพศชาย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งช่องปากและคอหอย และมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนในเพศหญิง ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง และมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสาเหตุการเกิดโรคมะเร็ง มีทั้งปัจจัยภายในร่างกาย เช่น พันธุกรรมมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5-10 และปัจจัยภายนอกร่างกายประมาณร้อยละ 90-95 พฤติกรรมการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มะเร็งบางชนิด สามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง จากข้อมูล 5 ปีย้อนหลังของกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต ร้อยละการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ในปี 2563-2567 คิดเป็นร้อยละ 91.82, 83.72, 83.72, 88.54 และ 97.90 ตามลำดับ,การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในปี 2563-2567 คิดเป็นร้อยละ 32.93, 41.64, 58.71, 59.22 และ 67.30 ตามลำดับ,การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ในปี 2563-2567 คิดเป็นร้อยละ 98.00, 100, 100, 63.03 และ 97.76 ตามลำดับ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวพบว่าการตรวจคัดกรองมะเร็งยังไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมาย ปัญหาที่ผ่านมาประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ไม่มารับการตรวจคัดกรองมะเร็ง ที่กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต คือ 1. ไม่อยากตรวจกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ มีความอับอาย 2.ขาดความใส่ใจและตระหนักในสุขภาพของตนเอง 3. ภาระการทำงานไม่มีเวลา 4.กลัวเจ็บ 5.กลัวผลการวินิจฉัยและยอมรับไม่ได้ถ้าผลตรวจเป็นมะเร็ง ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือการตรวจคัดกรองที่สามารถตรวจได้ด้วยตนเอง จึงรณรงค์ให้มีการตรวจคัดกรองให้ครอบคลุมมากขึ้น กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงร่วมกับ อสม.เขาย่า จัดทำโครงการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองค้นหาความเสี่ยงโรคมะเร็งในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดจำนวนผู้ป่วย ค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็วเหมาะสม รวมไปถึงการติดตามผู้ป่วยรายใหม่ระยะเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ต่อเนื่องเพื่อลดอัตราตายในระยะยาว
- เพื่อค้นหาโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ในระยะเริ่มแรกและระยะก่อนเป็นมะเร็งโดยมีการตรวจส่งต่อเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาอย่างครบวงจร
- 1. กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่และตรง
- 2. กิจกรรมตรวจมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มเป้าหมายสตรีอายุ 30-60 ปี โดยวิธี HPV DNA test แบบตรวจด้วยตนเอง
- ประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และเข้าใจในโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่และตรง
- สตรีอายุ 30-70 ปีสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 80
- สตรีอายุ 30- 60 ปีได้รับคัดกรองการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองและเจ้าหน้าที่ร้อยละ 25