โครงการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง ปีงบประมาณ 2568
-
นายแพทย์ชุติมันต์ พงศ์ไตรภูมิ
-
นายบัญชา ทองขุนดำ
-
นางสาวสาวิตรี จันทร์มณี
-
นางบุญเพ็ญ ขุนชำนาญ
-
นางพรเพ็ญ มากเอียด
-
องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจและคาดการณ์โรคมะเร็ง พบว่าในปี 2593 จะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกกว่า 35 ล้านราย โดยเพิ่มขึ้นกว่า 20 ล้านราย4.00
องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ ( IARC) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจและคาดการณ์โรคมะเร็ง พบว่าในปี 2593 จะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกกว่า 35 ล้านราย โดยเพิ่มขึ้นกว่า 20 ล้านราย ซึ่งการเพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการสูงวัยขึ้นของประชากรโลก ซึ่งสถิติโรคมะเร็ง จากข้อมูลสถิติทะเบียนมะเร็งประเทศไทย ปี 2565 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติเผย แต่ละปีไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 140,000 คน หรือ ประมาณ 400 คนต่อวัน โดยโรคมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรกในคนไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่/ทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก
จากข้อมูล 5 ปีย้อนหลังของกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต ร้อยละการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ในปี 2563-2567 คิดเป็นร้อยละ 91.82, 83.72, 83.72, 88.54 และ 97.90 ตามลำดับ,การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในปี 2563-2567 คิดเป็นร้อยละ 32.93, 41.64, 58.71, 59.22 และ 67.30 ตามลำดับ,การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ในปี 2563-2567 คิดเป็นร้อยละ 98.00, 100, 100, 63.03 และ 97.76 ตามลำดับ ปัญหาที่ผ่านมาประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ไม่มารับการตรวจคัดกรอง คือ 1.ไม่อยากตรวจกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ มีความอับอาย 2.ขาดความใส่ใจและตระหนักในสุขภาพของตนเอง 3. ภาระการทำงาน ไม่มีเวลา 4.กลัวเจ็บ 5.กลัวผลการวินิจฉัยและยอมรับไม่ได้ถ้าผลตรวจเป็นมะเร็ง ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือการตรวจคัดกรองที่สามารถตรวจได้ด้วยตนเอง จึงรณรงค์ให้มีการตรวจคัดกรองให้ครอบคลุมมากขึ้น กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงร่วมกับ อสม.เขาย่า จัดทำโครงการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง
องค์กรวิจัยมะเร็งนานาชาติ (International Agency for Research on Cancer: IARC) เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับการสำรวจและคาดการณ์โรคมะเร็ง พบว่าในปี 2593 จะมีผู้ป่วยโรคมะเร็งทั่วโลกกว่า 35 ล้านราย โดยเพิ่มขึ้นกว่า 20 ล้านราย หากนับจากปี 2565 ที่มีผู้ป่วยโรคมะเร็งประมาณ 15 ล้านราย ซึ่งการเพิ่มขึ้นสะท้อนถึงการสูงวัยขึ้นของประชากรโลก รวมถึงการมีปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุให้ประชากรโลกเป็นมะเร็งมากขึ้น โดยเฉพาะบุหรี่ แอลกอฮอล์ โรคอ้วน และมลพิษทางอากาศ ซึ่งสถิติโรคมะเร็ง จากข้อมูลสถิติทะเบียนมะเร็งประเทศไทย ปี 2565 โดยสถาบันมะเร็งแห่งชาติเผย แต่ละปีไทยจะมีผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่กว่า 140,000 คน หรือ ประมาณ 400 คนต่อวัน โดยโรคมะเร็งที่พบมาก 5 อันดับแรกในคนไทย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งลำไส้ใหญ่/ทวารหนัก และมะเร็งปากมดลูก สำหรับข้อมูลการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งของคนไทย กองยุทธศาสตร์และแผนงาน กระทรวงสาธารณสุข รายงานว่าในปีพ.ศ. 2565 ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง 83,334 คน โดย 5 อันดับโรคมะเร็งที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิตในเพศชาย ได้แก่ มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งปอด มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง มะเร็งช่องปากและคอหอย และมะเร็งต่อมลูกหมาก ส่วนในเพศหญิง ได้แก่ มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม มะเร็งตับและท่อน้ำดี มะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง และมะเร็งปากมดลูก ซึ่งสาเหตุการเกิดโรคมะเร็ง มีทั้งปัจจัยภายในร่างกาย เช่น พันธุกรรมมีสัดส่วนเพียงร้อยละ 5-10 และปัจจัยภายนอกร่างกายประมาณร้อยละ 90-95 พฤติกรรมการดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ มะเร็งบางชนิด สามารถตรวจคัดกรองได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก เช่น มะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง จากข้อมูล 5 ปีย้อนหลังของกลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต ร้อยละการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ในปี 2563-2567 คิดเป็นร้อยละ 91.82, 83.72, 83.72, 88.54 และ 97.90 ตามลำดับ,การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก ในปี 2563-2567 คิดเป็นร้อยละ 32.93, 41.64, 58.71, 59.22 และ 67.30 ตามลำดับ,การตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ในปี 2563-2567 คิดเป็นร้อยละ 98.00, 100, 100, 63.03 และ 97.76 ตามลำดับ ซึ่งจากข้อมูลดังกล่าวพบว่าการตรวจคัดกรองมะเร็งยังไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมาย ปัญหาที่ผ่านมาประชากรกลุ่มเป้าหมายที่ไม่มารับการตรวจคัดกรองมะเร็ง ที่กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต คือ 1. ไม่อยากตรวจกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ มีความอับอาย 2.ขาดความใส่ใจและตระหนักในสุขภาพของตนเอง 3. ภาระการทำงานไม่มีเวลา 4.กลัวเจ็บ 5.กลัวผลการวินิจฉัยและยอมรับไม่ได้ถ้าผลตรวจเป็นมะเร็ง ซึ่งในปัจจุบันมีเครื่องมือการตรวจคัดกรองที่สามารถตรวจได้ด้วยตนเอง จึงรณรงค์ให้มีการตรวจคัดกรองให้ครอบคลุมมากขึ้น กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลศรีบรรพต เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงร่วมกับ อสม.เขาย่า จัดทำโครงการป้องกันและควบคุมโรคมะเร็ง เพื่อให้ประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รับการตรวจคัดกรองค้นหาความเสี่ยงโรคมะเร็งในพื้นที่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อลดจำนวนผู้ป่วย ค้นหาผู้ป่วยรายใหม่ให้ได้รับการรักษาที่รวดเร็วเหมาะสม รวมไปถึงการติดตามผู้ป่วยรายใหม่ระยะเริ่มต้นเข้าสู่กระบวนการรักษาที่ต่อเนื่องเพื่อลดอัตราตายในระยะยาว
-
เพื่อค้นหาโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่และลำไส้ตรง ในระยะเริ่มแรกและระยะก่อนเป็นมะเร็งโดยมีการตรวจส่งต่อเพื่อการวินิจฉัยและการรักษาอย่างครบวงจร80.0080.00
-สตรีอายุ 30-70 ปีสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 80 -สตรีอายุ 30- 60 ปีได้รับคัดกรองการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองมากกว่าร้อยละ 25
-
ประชากรกลุ่มเสี่ยงโรคมะเร็ง40
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
1. กิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่และตรง
- ลงทะเบียนผู้เข้าอบรม
- เจ้าหน้าที่ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่และตรง แก่กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ
- เจ้าหน้าที่สอนตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเอง ในกลุ่มเป้าหมายสตรีอายุ 30-70 ปี
โดยมีงบประมาณ ดังนี้
- อาหารว่างสำหรับผู้เข้าร่วมอบรม จำนวน 40 คน x 30 บาท x 2 มื้อ = 2400 บาท - อาหารว่างสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้จัดโครงการ จำนวน 5 คน x 30 บาท x 2 มื้อ = 300 บาท - ค่าอาหารกลางวันสำหรับผู้เข้าร่วมอบรมจำนวน 40 คน x 80 บาท= 3200บาท - ค่าอาหารกลางวันสำหรับเจ้าหน้าที่ผู้จัดโครงการ จำนวน 5 คน x 80 บาท = 400 บาท
23 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568ประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และเข้าใจในโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูก และมะเร็งลำไส้ใหญ่และตรง
6300.00 บาท -
2. กิจกรรมตรวจมะเร็งปากมดลูกในกลุ่มเป้าหมายสตรีอายุ 30-60 ปี โดยวิธี HPV DNA test แบบตรวจด้วยตนเอง
ลงทะเบียนการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยวิธี HPV DNA test แบบตรวจด้วยตนเอง
สอนและสาธิตวิธการคัดกรองมะเร็งปากมดลูก โดยวิธี HPV DNA test แบบตรวจด้วยตนเอง
กลุ่มเป้าหมายเก็บสิ่งส่งตรวจด้วยตนเอง
23 มกราคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568- ประชากรกลุ่มเป้าหมายได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองและมะเร็งปากมดลูกโดยวิธี HPV DNA test แบบตรวจด้วยตนเอง
0.00 บาท
- ประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความรู้และเข้าใจในโรคมะเร็งเต้านม มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งลำไส้ใหญ่และตรง
- สตรีอายุ 30-70 ปีสามารถตรวจเต้านมด้วยตนเองได้ถูกต้องอย่างน้อยร้อยละ 80
- สตรีอายุ 30- 60 ปีได้รับคัดกรองการตรวจมะเร็งปากมดลูกด้วยตนเองและเจ้าหน้าที่ร้อยละ 25
