โครงการเสริมสร้างแรงจูงใจ เพื่อนำบุตรหลานรับภูมิคุ้มกันโรค ปี 2568
โครงการเสริมสร้างแรงจูงใจ เพื่อนำบุตรหลานรับภูมิคุ้มกันโรค ปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการเสริมสร้างแรงจูงใจ เพื่อนำบุตรหลานรับภูมิคุ้มกันโรค ปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | ุ68-L4145-02-03 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านที่ 6 | |
| วันที่อนุมัติ | 7 กุมภาพันธ์ 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 28,960.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวมารีฮะ อาแด | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา |
- ร้อยละของคนในชุมชนที่มีความรู้ สามารถปฏิบัติตัวในการป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ขนาด 85.00
- ร้อยละของหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการทางสังคมเพื่อการเฝ้าระวังและจัดการโรคอุบัติใหม่ เช่น ข้อตกลง/ธรรมนูญ/มาตรการชุมชน เพื่อป้องกัน แก้ปัญหา และฟื้นฟูโรคติดต่ออุบัติใหม่ (เช่น มาตรการเกี่ยวกับตลาด การทำกิจกรรมทางศาสนา การสวมหน้ากากอนามัย การจัดงานพ ขนาด 85.00
การสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคมีความสำคัญที่จะเป็นตัวป้องกันการเกิดโรคในอนาคต ซึ่งแน่นอนที่สุดการป้องกันย่อมจะดีกว่าการรักษาในภายหลัง การเกิดโรคไม่ว่าจะด้วยทฤษฎีทางการแพทย์หรือหลักการของศาสนา แทนที่จะให้เกิดโรคก่อนค่อยคิดหาวิธีหายา หาทางรักษาในภายหลังอาจจะเป็นสิ่งที่สายเกินไป หากเกิดโรคแล้วไม่สามารถรักษาได้ สร้างความเจ็บป่วย ทรมาน รำคาญใจและเสียเงินมากมาย ซึ่งไม่คุ้มค่าต่อผลเสียที่อาจเกิดขึ้นในภายหลังหากมิได้รับภูมิคุ้มกันแก่ร่างกายตั้งแต่แรกๆโดยการฉีดวัคซีน ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขได้กำหนดให้เด็กอายุ 0-5 ปี ได้รับวัคซีนภูมิคุ้มกันโรคแก่ร่างกาย ซึ่งสามารถป้องกันโรคได้ 8 ชนิด ดังนี้ วัณโรค ตับอักเสบบี คอตีบ ไอกรน บาดทะยัก โปลิโอ หัด และไข้สมองอักเสบ ซึ่งวัคซีนป้องกันโรคแต่ละตัวแต่ละชนิดควรได้รับตามช่วงอายุที่กำหนด และรับครบชุดตามเกณฑ์ เมื่ออายุครบ 5 ปี นับตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุขได้บรรจุวัคซีนพื้นฐาน หรือวัคซีนภาคบังคับไว้ในแผนสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรคของประเทศไทยเราเมื่อประมาณ 33 ปีมาแล้ว โดยค่อยๆ เพิ่มชนิดของวัคซีนที่ค้นพบใหม่เข้าไปเรื่อยๆ จนครอบคลุมโรคสำคัญแทบทุกโรคในปัจจุบัน ด้วยเหตุนี้เด็กๆ แทบทุกคนล้วนได้รับวัคซีนกันถ้วนหน้า ส่งผลให้โรคติดต่อร้ายแรงชนิดต่างๆ เช่น โปลิโอ,คอตีบ,ไอกรน,วัณโรค ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากโรคติดต่อเหล่านี้เป็นเชื้อโรคที่ติดต่อจากคนสู่คน บางโรคการติดต่อเกิดขึ้นได้ง่าย ทำให้เกิดการแพร่กระจายอย่างรวดเร็วที่เรียกว่า “การระบาด” ผลการระบาดแต่ละครั้ง ทำให้ผู้ติดเชื้อพิการ และเสียชีวิตจำนวนมาก ดังนั้นวัคซีนจึงเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มหาศาลต่อมนุษย์ จากผลจากกการดำเนินงานสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค 3 ปีย้อนหลังเด็ก 0-5 ปี ได้รับความคอบคลุมการสร้างเสริมภูมิคุมกันโรค ดังนี้ ในปีงบประมาณ 2565 คิดเป็นร้อยละ 48.57 ในปีงบประมาณ 2566 คิดเป็นร้อยละ 50.54 ในปีงบประมาณ 2567 คิดเป็นร้อยละ 52.67 ตามลำดับ จะเห็นได้ว่า ผลการดำเนินงานย้อนหลัง 3 ปี เป็นผลงานที่ต่ำ ประชาชนไม่เห็นความสำคัญของการรับวัคซีน ยังเป็นปัญหาที่สำคัญที่ควรได้รับการแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาในรูปแบบเดิมยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
ทางชมรม อสม.(อาสาสมัครสาธารณสุข) ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกาตอง จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างแรงจูงใจ เพื่อนำบุตรหลานรับภูมิคุ้มกันโรค ปี 2568
- เพื่อเพิ่มจำนวนคนในชุมชนที่สามารถปฏิบัติตัวเพื่อป้องกันโรคติดต่ออุบัติใหม่ได้
- เพื่อเพิ่มหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีและใช้มาตรการทางสังคม เพื่อการเฝ้าระวังและจัดการโรคอุบัติใหม่
- ขั้นเตรียมการ
- ขั้นดำเนินการ
- ขั้นหลังดำเนินการ
- ขั้นดำเนินการ
- 1. ประเมินความก้าวหน้าการดำเนินงาน
- 2. ประเมินตามวัตถุประสงค์ของโครงการ