โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือด | |
| รหัสโครงการ | 68-L1521-01-13 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกะลาเสใหญ่ | |
| วันที่อนุมัติ | 21 มีนาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 16,550.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายชาติชาย สุทธิธรรมานนท์ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง |
ข้อมูลจากสมาพันธ์หัวใจโลก (World Heart Federation, WHF) ระบุว่า โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 1 ของโลก ทั่วโลกพบผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 20.5 ล้านคนต่อปี และร้อยละ 85 ของการเสียชีวิตเกิดจากอาการหัวใจวายและโรคหลอดเลือดสมอง สำหรับประเทศไทยข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center) ปี 2566 พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยสะสมด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากกว่า 2.5 แสนราย และเสียชีวิต ด้วยโรคหัวใจและหลอดเลือดมากถึง 4 หมื่นราย เฉลี่ยชั่วโมงละ 5 คน
ปี 2567 ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดรายใหม่ จำนวน 178,106 คนคิดเป็นร้อยละ283.12ต่อแสนประชากร (HDC report กระทรวงสาธารณสุข 26 พย.2567)
ปี 2567 จังหวัดตรังพบผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือดรายใหม่ จำนวน 2,754 คนคิดเป็นร้อยละ444.48ต่อแสนประชากร (HDC report กระทรวงสาธารณสุข 26 พย.2567)
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านกะลาเสใหญ่ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการเฝ้าระวังสุขภาพ จึงได้จัดทำโครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงเพื่อป้องกันภาวะโรคหัวใจและหลอดเลือดขึ้น
- 1.เพื่อลดอัตราการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง 2.เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจ และรู้วิธีการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด
- 1.ประชุมวางแผน 2.จัดทําโครงการ 3.ประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มเป้าหมาย 4. คัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย 5. ประสานวิทยากร 6. ดำเนินการตามแผนกิจกรรมที่ระบุไว้
1.ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่ดีของทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสังคม
2.ผู้สูงอายุได้ร่วมกิจกรรม มีการพบปะพูดคุยมีกำลังใจ สร้างความรัก ความอบอุ่น ความสัมพันธ์ที่ดี
ระหว่างผู้สูงอายุกับคนทุกวัยให้อยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างมีความสุข
3.แกนนำผู้สูงอายุที่เข้าร่วมกิจกรรม จะสามารถถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ให้กับผู้สูงอายุรายอื่น ให้
มองเห็นคุณค่า ประโยชน์ของการได้เข้าร่วมกิจกรรม เกิดการกระตุ้นให้ผู้สูงอายุที่ติดบ้านอยากออกมา
พบปะเพื่อนวัยเดียวกัน ลดความเครียด คลายความเหงา และมีความสุข มองเห็นคุณค่าของตนเอง