โครงการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ในเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี)
โครงการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ในเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ในเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี) | |
| รหัสโครงการ | 68 – L7889 -02-02 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี) | |
| วันที่อนุมัติ | 6 กุมภาพันธ์ 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 พฤษภาคม 2568 - 29 สิงหาคม 2568 | |
| งบประมาณ | 28,100.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางวาทินี สว่างรัตน์ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี) | |
| พื้นที่ดำเนินการ | โรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี) ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา |
หลักการและเหตุผล
อาหารมีความสำคัญในทุกเพศและทุกวัย โดยเฉพาะสำหรับเด็กวัยเรียน ซึ่งเป็นวัยที่ร่างกายกำลังเจริญเติบโต และเป็นช่วงที่สมองกำลังพัฒนา อาหารจึงมีความสำคัญอย่างมากสำหรับวัยนี้ ดังนั้น ควรรับประทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ซึ่งในแต่ละหมู่ต้องมีความหลากหลายและปริมาณให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอและเหมาะสม
เด็กวัยเรียนเป็นช่วงที่มีการเจริญเติบโตที่รวดเร็ว การได้รับสารอาหารมากเกินไปหรือขาดสารอาหารจะมีผลกระทบต่อเด็กได้ ผลกระทบที่พบประกอบด้วย ด้านสุขภาพร่างกาย ด้านสังคมและจิตใจ ด้านการเรียน และด้านเศรษฐกิจ ปัจจัยที่มีผลต่อปัญหาทุพโภชนาการในเด็กนักเรียนนั้น พบว่ามี 3 ปัจจัย ได้แก่ ส่วนบุคคล พฤติกรรม และอิทธิพลของสิ่งแวดล้อม ทั้งปัจจัยสิ่งแวดล้อมที่บ้านและโรงเรียนที่มีส่วนทำให้เด็กนักเรียนมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
จากการศึกษาข้อมูลสุขภาพของนักเรียน ปี พ.ศ. 2567 และบริบทสิ่งแวดล้อมของโรงเรียนบ้านปริกใต้
(นำราษฎร์สามัคคี) มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 66 คน พบว่าโรงเรียนมีปัญหาด้านสุขภาพ นักเรียนมีภาวะทุพโภชณาการ จำนวน 38 คน คิดเป็นร้อยละ 58.00 ซึ่งเกิดจากสภาพเศรษฐกิจในครอบครัวของนักเรียนค่อนข้างลำบาก และผู้ปกครองยังไม่เห็นถึงความสำคัญของการเสริมสร้างสุขภาพอนามัยของตนเองทำให้นักเรียนส่วนหนึ่งยังมีปัญหาโรคผอมเกินไป
การเลือกซื้ออาหารที่ไม่มีประโยชน์ และขาดการออกกำลังกาย รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ โรงเรียนที่เอื้อต่อการทำให้นักเรียนมีปัญหาน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่เกิดจากการขาดสารอาหาร การรับประทานอาหารไม่เพียงพอต่อ
ความต้องการ ถึงจะมีจำนวนการเกิดปัญหาโรคผอมเกินไปไม่มากแต่ถ้าหากไม่มีการส่งเสริมเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ก็จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการการเรียนรู้ของเด็กไม่ได้เต็มศักยภาพ ซึ่งในปีการศึกษาที่ผ่านมาโรงเรียน
บ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี) ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากมูลนิธิยุวพัฒน์ ภายใต้โครงการ Food For Good
ได้สนับสนุนเงินจำนวน 80,000 บาท จัดเป็นอาหารเช้าให้กับนักเรียนทุกคน เพื่อ แก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ และส่งเสริมให้นักเรียนได้รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และรับประทานอาหารครบมื้อ
ทั้งนี้ทางมูลนิธิยุวพัฒน์สนับสนุนเงินเป็นระยะเวลา 1 ปีการศึกษาเท่านั้น ในปีถัดไปให้โรงเรียนได้ดำเนินการแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ โดยไม่มีงบประมาณสนับสนุน จากเงื่อนไขดังกล่าวโรงเรียนจึงได้ดำเนินโครงการอาหารเช้าเพื่อน้องขึ้น เพื่อแก้ปัญหาภาวะทุพโภชนาการ โรงเรียนได้จัดทำโครงการส่งเสริมสุขภาพของนักเรียน โดยแก้ปัญหาและเสริมสร้าง ปลูกฝังสุขนิสัยที่ดีในการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับความต้องการของร่างกาย และถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพื่อให้นักเรียนสามารถพัฒนาสุขภาพของตนเองได้อย่างยั่งยืน และที่สำคัญผู้ปกครองของเด็กนักเรียนจำเป็นต้องมีความรู้ เรื่องการรับประทานอาหารที่ถูกต้องเหมาะสมของนักเรียนด้วย จึงได้จัดทำโครงการแก้ปัญหาภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ในเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านปริกใต้ (นำราษฎร์สามัคคี)
- เพื่อให้ผู้ปกครองและผู้เรียนที่มีปัญหาภาวะโภชนาการ ต่ำกว่าเกณฑ์ ได้รับความรู้ในด้านการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย
- เพื่อเปรียบเทียบภาวะโภชนาการ ต่ำกว่าเกณฑ์ ของผู้เรียน ก่อนและหลังการเข้าร่วมโครงการ มีจำนวนลดลง
- เพื่อลดจำนวนผู้เรียนที่มีภาวะโภชนาการ ต่ำกว่าเกณฑ์ และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาภาวะโภชนาการ ต่ำกว่าเกณฑ์เพิ่มขึ้น
- กิจกรรมจัดอบรม เรื่อง โภชนาการที่เหมาะสมกับเด็กวัยเรียน ให้ความรู้ ด้านการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย
- กิจกรรมประเมินติดตามชั่งน้ำหนัก และวัดส่วนสูงของผู้เรียนที่มีภาวะโภชนาการ ต่ำกว่าเกณฑ์ ทุกเดือน เดือนละ ๑ ครั้ง
- กิจกรรมจัดอาหารเช้าเสริมก่อนเข้าเรียน ให้กับผู้เรียน ที่มีภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์
ผู้ปกครองและนักเรียนที่มีปัญหาภาวะโภชนาการต่ำกว่าเกณฑ์ มีความรู้ในด้านการเลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย
นักเรียนได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย ส่งผลต่อการเจริญเติบโตและมีพัฒนาการเรียนรู้ของเด็กได้อย่างเต็มศักยภาพ