กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 9 ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ประจำปี 2568

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ฝาละมี

โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 9 ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ประจำปี 2568

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการรณรงค์ตรวจคัดกรองเบาหวาน/ความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 9 ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ประจำปี 2568
รหัสโครงการ L3338-02-07
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรม อสม.รพ.สต.บ้านควนเคี่ยม
วันที่อนุมัติ 28 มีนาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 3 มีนาคม 2568 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 20,600.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายนิยม บุญเฟื่อง
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 36.36
  2. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 24.38

โรคเบาหวานเป็นหนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรังสำคัญที่องค์การสหประชาชาติประกาศให้เป็นปัญหาทางสาธารณสุข สำหรับประเทศไทยพบแนวโน้มผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานเพิ่มขึ้น จากรายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 5 พ.ศ. 2557 ประมาณการของประชากรอายุ 15 ปีขึ้นไป มีผู้ป่วยเบาหวาน 4.8 ล้านคน และมีผู้มีระดับน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติหรือเป็นกลุ่มเสี่ยงต่อโรคเบาหวานถึง 7.7 ล้านคน จะนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน ทำให้การทำงานของระบบหัวใจ หลอดเลือด ตา ไตและเส้นประสาทบกพร่อง และอาจเกิดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร(กองโรคไม่ติดต่อ,2562) จังหวัดพัทลุง ปีงบประมาณ พ.ศ.2567 มีผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวนทั้งหมด 31,560 คน โดยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 31.37ในส่วนของอำเภอปากพะยูน มีผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวนทั้งหมด 2,926 คน โดยควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ร้อยละ 29.43และตำบลฝาละมี พบว่า ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 4,250คน ที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 1,615 คนได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้วจำนวน 1,521 คนคิดเป็น ร้อยละ 94.18เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 5 คน คิดเป็นร้อยละ 0.94 ในส่วนของผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีจำนวน 87 คนคิดเป็นร้อยละ 49.15สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง พบว่า ประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน 1,396 คนได้รับการคัดกรอง จำนวน 1,305 คนคิดเป็นร้อยละ 93.48เป็นกลุ่มเสี่ยงจำนวน 537 คนพบผู้ป่วยรายใหม่จำนวน 6 คนคิดเป็นร้อยละ 7.32ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดีจำนวน 322 คน คิดเป็นร้อยละ 79.51 เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื่อรัง NCDsเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกันของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชนเพื่อพัฒนาระบบบูรณาการการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูงเพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรครวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย จากข้อมูลดังกล่าว โชมรม อสม.รพ.สต.บ้านควนเคี่ยม ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน ในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้ โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับการดูแลตนเอง จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์การตรวจคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวานหมู่ที่ 5 และหมู่ที่ 9 ตำบลบ้านฝาละมี ปีงบประมาณ 2568 ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยงมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3 อ 2ส จนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
  2. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ประชุมชี้แจง อสม. ในเรื่ององค์ความรู้ วัตถุ ประสงค์โครงการและแนวทางการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง
  2. ประชาสัมพันธ์เสียงตามสาย หอกระจายข่าว เวทีประชุมต่างๆของหมู่บ้าน
  3. จัดหาวัสดุ อุปกรณ์ ในการคัดกรองโรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ร้อยละของประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป ในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า ร้อยละ 95 2.ร้อยละประชากรกลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงโรคเบาหวานลดลง 3. เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน มีความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวานและการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่ถูกต้อง 4. เพื่อให้กลุ่มผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน มีภาวะแทรกซ้อนลดลง