โครงการส่งเสริมการป้องกันการจมน้ำในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ในเขตรพ.สต.บ้านป่าบาก ปีงบประมาณ 2568
โครงการส่งเสริมการป้องกันการจมน้ำในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ในเขตรพ.สต.บ้านป่าบาก ปีงบประมาณ 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการป้องกันการจมน้ำในเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี ในเขตรพ.สต.บ้านป่าบาก ปีงบประมาณ 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L3341-02-9 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าบาก | |
| วันที่อนุมัติ | 18 มีนาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 18 มีนาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 13,200.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | 1.นายสมบัติ ช่อคง 2.นางนี เลี่ยนกัตวา 3.นางดารา ทองอินทร์ 4.นายวิเชียร จงรัตน์ 5.นางทัศนีย์ ดำชุม | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง |
ปัญหาการจมน้ำ เป็นปัญหาสำคัญทางด้านสาธารณสุขทั่วโลก ข้อมูลรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ในแต่ละปีทั่วโลก มีผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำสูงถึง 372,000 คน และเป็นกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จำนวน 145,739 คน นับว่าการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 2 ของกลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี สำหรับประเทศไทยปัญหาการจมน้ำเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับที่ 1 ของเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี มาโดยตลอด ตั้งแต่ก่อนปี พ.ศ.2549 มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตมากถึงปีละประมาณ 1,500 คน ซึ่งมากกว่าการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุการจราจรถึง 2 เท่า และหลังจากประเทศไทยได้ดำเนินการป้องกันการจมน้ำ เมื่อปลายปี พ.ศ.2549 พบว่า เด็กไทยจมน้ำและเสียชีวิตลดลงร้อยละ 64.46 และในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา (ปี พ.ศ.2554-2563) สูญเสียเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปี จากการจมน้ำไปแล้ว 7,794 คน เฉลี่ยปีละ 779 คน หรือวันละ 2 คน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มเด็กอายุ 5-9 ปี รองลงมา คือ กลุ่มเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และกลุ่มเด็กอายุ 10-14 ปี ตามลำดับ โดยเด็กผู้ชายมีอัตราการเสียชีวิตมากกว่าเด็กผู้หญิง 2 เท่า และช่วงเดือนที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด คือเดือนเมษายน รองลงมา คือ เดือนมีนาคมและเดือนพฤษภาคม ตามลำดับ สำหรับแหล่งน้ำที่มีเด็กจมน้ำเสียชีวิตมากที่สุด คือ แหล่งน้ำตามธรรมชาติและบ่อขุดเพื่อการเกษตร ร้อยละ 33.2 รองลงมา คือ สระว่ายน้ำ ร้อยละ 5.9 และอ่างอาบน้ำ ร้อยละ 4.7 ตามลำดับ
ปัจจัยที่ก่อให้เกิดการจมน้ำ ประกอบด้วย 2 ปัจจัยที่สำคัญ คือ 1) ปัจจัยด้านบุคคล ซึ่งมีความเสี่ยงขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย พัฒนาการ พฤติกรรม และโรคประจำตัวของเด็กแต่ละคน และ 2) ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม จะแบ่งออกเป็นสิ่งแวดล้อมทางกายภาพและสิ่งแวดล้อมทางสังคม สิ่งแวดล้อมทางกายภาพ เช่น การมีแหล่งน้ำใกล้ตัวเด็ก การไม่มีรั้วกั้นรอบแหล่งน้ำ และการไม่มีคอกกั้นเด็ก เป็นต้น สิ่งแวดล้อมทางสังคม เช่น การขาดผู้ดูแลหลักในครอบครัวที่พ่อแม่ต้องทำงาน เด็ก/ผู้ดูแล/ชุมชน ไม่รู้สึกว่าเป็นความเสี่ยงต่อเด็ก ผู้ช่วยเหลือไม่มีความรู้ในการกู้ชีพหรือการปฐมพยาบาลผิดวิธี และสถานบริการสาธารณสุขในพื้นที่ไม่มีความพร้อมในการช่วยเหลือภาวะฉุกเฉิน เป็นต้น ดั้งนั้น การป้องกันการจมน้ำจึงต้องครอบคลุมปัจจัยเสี่ยง ทั้งมาตรการด้านความรู้มาตรการด้านสิ่งแวดล้อม มาตรการด้านนโยบาย/กฎหมาย/กฎระเบียบ และมาตรการด้านเยียวยาความเสียหาย
กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าบาก และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าบาก เห็นถึงความสำคัญของปัญหาเด็กจมน้ำ จึงจัดทำโครงการส่งเสริมการป้องกันการจมน้ำในเด็กอายุต่ำว่า 15 ปี เพื่อส่งเสริมให้มีความรู้และทักษะการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ วิธีช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเด็กจมน้ำเบื้องต้น ตลอดจนการเพิ่มมาตรการป้องกันการจมน้ำและการดูแลความปลอดภัยตามแหล่งน้ำเสี่ยง และเร่งสร้างทีมผู้ก่อการดีป้องกันเด็กจมน้ำในพื้นที่ต่อไป
- 1. เพื่อส่งเสริมความรู้และทักษะการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ
- 2. เพื่อส่งเสริมความรู้วิธีการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเด็กจมน้ำเบื้องต้น
- 3. เพื่อสร้างทีมผู้ก่อการดีป้องกันเด็กจมน้ำในพื้นที่
- ให้ความรู้และทักษะการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ วิธีการช่วยเหลือและการปฐมพยาบาลเด็กจมน้ำเบื้องต้น
- - จัดทำบอร์ดประชาสัมพันธ์ความรู้ เช่น การป้องกันการจมน้ำ การช่วยเหลือและการปฐมพยาบาล เด็กจมน้ำที่ถูกวิธี เป็นต้น
- สำรวจแหล่งน้ำเสี่ยงและติดป้ายเตือนตามแหล่งน้ำเสี่ยง พร้อมอุปกรณ์ช่วยเหลือเด็กจมน้ำ
1.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้และทักษะการเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำ และสามารถเอาชีวิตรอดจากการจมน้ำได้
2.กลุ่มเป้าหมายมีความรู้วิธีการช่วยเหลือและปฐมพยาบาลเด็กจมน้ำเบื้องต้นเพิ่มมากขึ้นและสามารถช่วยเหลือเด็กจมน้ำได้
3.มีทีมผู้ก่อการดีป้องกันเด็กจมน้ำที่มีความพร้อมในการดำเนินงานป้องกันเด็กจมน้ำในพื้นที่