โครงการป้องกันแก้ปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE 2568
เวลา 09.00 น.ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรม เวลา 09.30 น.ประธานเปิดพิธีโครงการ เวลา 10.00 -12.00 น. เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อรู้ทันภัยยาเสพติด เวลา 12.00 -13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน เวลา 13.00 - 15.00 น. กิจกรรมแลกเปลี่ยนฐานความรู้ เวลา 15.00 -16.00 น. สรุปผลกิจกรรมและปิดโครงการ
เวลา 09.00 น.ลงทะเบียนผู้เข้าร่วมกิจกรรม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นนักเรียนโรงเรียนวัดควนขี้แรด พร้อมคณะคุณครู และคณะผู้จัด ทั้งหมด 65 คน ตามกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 100.00 ในการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว
เวลา 09.30 น.ประธานเปิดพิธีโครงการ โดยได้รับเกียรติจากรองนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลชะรัด นายก่อเส็ม เหมริหนี เป็นประธานในการเปิดกิจกรรมในครั้งนี้ ซึ่งมีนายกรณ์ รัตนนท์ ผู้ร่วมรับผิดชอบโครงการ ในการกล่าวรายงาน เพื่อให้กิจกรรมบรรจุวัตถุประสงค์ของโครงการดังกล่าว
เวลา 10.00 -12.00 น. เชิญวิทยากรบรรยายในหัวข้อรู้ทันภัยยาเสพติด โดยรับเชิญวิทยากรจาก รพ.สต.บ้านชะรัด นางภาขวัญ เศรษฐสุข นักวิชาการชำนาญการ เป็นวิทยากรให้คววามรู้ในครั้งนี้ ซึ่งรายละเอียดดังกล่าวสุรุปได้ใจความดังนี้ 1. ความหมายของยาเสพติด 2.ประเภทของยาเสพติด 3.วิธีการเสพยาเสพติด 4.ยาเสพติดที่แพร่ระบาดในประเทศไทย 5.สาเหตุของการติดยาเสพติด 6.โทษ/พิษภัย ของยาเสพติด 7.วิธีสังเกตุอาการผู้ติดยาเสพติด 8.การตรวจพิสูจน์หาสารเสพติดในร่างกาย 9.การบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด 11.สถานบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติด ร่วมถึงการเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาในวัยเรียนที่ปลอดภัย เพื่อให้นักเรียนและครอบครัวเข้าใจเพิ่มมากยิ่งขึ้น
เวลา 12.00 -13.00 น. รับประทานอาหารกลางวัน
เวลา 13.00 - 15.00 น. กิจกรรมแลกเปลี่ยนฐานความรู้ ซึ่งผู้จัดได้จัดกิจกรรมทั้งหมด 3 ฐานย่อยในการให้ความรุ้ ดังต่อไปนี้ 1.ฐานความรู้เรื่องยาเสพติด 2.ฐานแลกน้ำแลกใจ 3.ความรู้ภัยยาเสพติด ซึ่งแต่ละฐานจะมีวิทยากรประจำฐานในการให้ความรู้และให้ผู้เข้าร่วมได้สนุกกับกิจกรรมดังกล่าว และให้เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อสามารถนำมาปรับแก้ให้เกิดประโยชน์และช่วยเหลือชุมชนต่อไป
เวลา 15.00 -16.00 น. สรุปผลกิจกรรมและปิดโครงการ จากการอบรมให้ความรู้ครั้งพบว่า ผู้เข้าร่วมมีความรู้และสนใจในกิจกรรม คิดเป็นร้่อยละ 100.00 และผู้เข้าร่วมกิจกรรมเข้าใจและสามารถนำไปช่วยเหลือสังคมได้ คิดเป็นร้อยละ 100.00 และอยากให้มีกิจกรรมต่อในปีถัดไป คิดเป็นร้อยละ 100.00
