กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการสร้างสุขภาพ กินถูกวิธี ออกกำลังกายถูกใจ ลดการกินยา ห่างไกลโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง เพื่อชะลอภาวะไตเสื่อม ประจำปี2568

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.ตะลุโบะ

โครงการสร้างสุขภาพ กินถูกวิธี ออกกำลังกายถูกใจ ลดการกินยา ห่างไกลโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง เพื่อชะลอภาวะไตเสื่อม ประจำปี2568

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการสร้างสุขภาพ กินถูกวิธี ออกกำลังกายถูกใจ ลดการกินยา ห่างไกลโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง เพื่อชะลอภาวะไตเสื่อม ประจำปี2568
รหัสโครงการ L-3011-02-06
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลตะลุโบะ
วันที่อนุมัติ 12 มีนาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กุมภาพันธ์ 2568 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 33,100.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายสมัน สาเมาะ
พื้นที่ดำเนินการ
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

ปัจจุบันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง เป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่นับวันจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกระทรวงสาธารณสุขต้องสูญเสียงบประมาณในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และปัญหาภาวะแทรกซ้อนจากโรคเบาหวานอย่างต่อเนื่อง จากการศึกษาข้อมูลสถิติในปี 2550 พบว่า ผู้ป่วยเบาหวานทั่วโลกเพิ่ม มากขึ้น 4 ใน 5 เป็นชาวเอเชีย และจากรายงานของสำนักงานนโยบายและสาธารณสุข (ปี2552-2567) พบว่าสาเหตุการตายด้วยโรคเบาหวานมีอัตราเฉลี่ยร้อยละ 12 จากการศึกษาประเมินผู้ป่วยเบาหวานและ ความดันโลหิตสูงที่มารับบริการที่คลินิกเบาหวานความดันของโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพช่วง ปี 2565 2566 และ 2567 พบว่าผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงขาดความรู้ในการดูแลตนเอง ไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้คงที่ ไม่เคยได้รับการตรวจเท้า ไม่รู้ว่าทำไมต้องตรวจเลือด ไม่รู้วิธีการดูแลสุขภาพตนเอง ขาดความตระหนักในเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง มีพฤติกรรมการดูแลตนเองไม่เหมาะสม ทั้งเรื่องการรับประทานอาหารการกินยาการออกกำลังกาย การดูแลระดับน้ำตาลในเลือดการดูแลเท้า ในผู้ป่วยเบาหวานว่ามีความสำคัญอย่างไรนั้นแสดงให้เห็นว่าผู้ป่วยมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนและเกิดผลกระทบจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเพิ่มมากขึ้นทุกปี จากการทดสอบความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพ ทั้งด้านการรับประทานอาหารและยาในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง พบว่าผู้ป่วยยังขาดความรู้จึงส่งผลให้ผู้ป่วยไม่สามารถดูแลสุขภาพด้วยตนเองได้ดี ดังนั้นโครงการนี้จึงมีความสำคัญในการเตรียมผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ทั้งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ให้สามารถนำความรู้ที่ได้รับการอบรมจากสหวิชาชีพ ทั้งแพทย์ พยาบาล เภสัชกร นักสุขศึกษาและโภชนากรโดยเน้นให้ผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงให้สามารถดูแลสุขภาพได้อย่างถูกวิธีแบบพึ่งพาตนเอง ไม่ต้องพึ่งยามากเกินความจำเป็น ให้เป็นแบบยั่งยืนและนำไปพัฒนางานให้เกิดรูปแบบการดูแลผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังแบบครบวงจร ส่งเสริมให้ทีมงาน สหวิชาชีพมีความสามารถในการดูแลผู้ป่วย ได้อย่างเป็นระบบและเป็นต้นแบบที่มีประสิทธิภาพทั้งช่วยส่งเสริมการพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยเบาหวานโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลตะลุโบะ ดังนั้นชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขตำบลตะลุโบะจึงได้จัดทำโครงการสร้างสุขภาพ กินถูกวิธีออกกำลังกายถูกใจ ลดการกินยา ห่างไกลโรคเบาหวานความดันโลหิตสูง เพื่อชะลอภาวะไตเสื่อม ประจำปี 2568 เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานและหรือความดันโลหิตสูงได้รับความรู้เรื่อง รู้ทัน เข้าใจ อยู่อย่างปลอดภัยกับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเบาหวานและหรือ ความดันโลหิตสูงได้รับความรู้เรื่อง รู้ทัน เข้าใจ อยู่อย่างปลอดภัยกับโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
  2. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเบาหวานและหรือความดันโลหิตสูงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมีผล การตรวจระดับน้ำตาลในเลือด/ระดับความดันโลหิตสูงเปลี่ยนแปลงอยู่ในเกณฑ์ปกติ
  3. เพื่อให้ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเบาหวานและหรือความดันโลหิตสูงได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่อง
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. จัดอบรมให้ความรู้
  2. เวทีติดตามเยี่ยมบ้าน
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑. ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเบาหวาน ความดันโลหิตสูงมีความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ทั้งความรู้เรื่องโรคการตรวจสุขภาพด้วยตนเอง การรับประทานอาหาร การรับประทานยา การออกกำลังกายได้ถูกต้องปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น

๒. ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเบาหวาน ความดันโลหิตสูง สามารถนำความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง ทั้งความรู้เรื่องโรคการตรวจสุขภาพด้วยตนเอง การรับประทานอาหาร การรับประทานยาการออกกำลัง มาใช้ดูแลสุขภาพด้วยตนเองได้ถูกต้องเหมาะสม

๓. ผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตนเอง หลังได้รับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพด้วยตนเองแบบครบวงจร

๔. ผู้ป่วยสามารถปรับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพ และสามารถใช้ยาได้ถูกต้องปลอดภัย