โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างเสริมสุขภาวะ และป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบบ่อยในเครือข่ายผู้นำศาสนา ตำบลมะนังยง ปี 2568
โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างเสริมสุขภาวะ และป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบบ่อยในเครือข่ายผู้นำศาสนา ตำบลมะนังยง ปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างเสริมสุขภาวะ และป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่พบบ่อยในเครือข่ายผู้นำศาสนา ตำบลมะนังยง ปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L3046-02-10 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมผู้นำศาสนาตำบลมะนังยง | |
| วันที่อนุมัติ | 17 มีนาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 เมษายน 2568 - 31 สิงหาคม 2568 | |
| งบประมาณ | 11,850.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายมุสตาฟากามา แวดือเระ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลมะนังยง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี |
- จำนวนผู้นำศาสนาตำบลมะนังยงที่ไม่ได้รับการตรวจคัดกรองสุขภาพ ขนาด 65.00
ปัจจุบันความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและความเป็นอยู่ของประชาชน ทำให้วิถีการดำรงชีวิตของประชาชนเปลี่ยนแปลงตามไป จากการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกาย ครั้งที่ 6 พ.ศ. 2562-2563 พบว่า ปัญหาสุขภาพอันดับต้นของสังคมในปัจจุบัน คือ โรคที่เกิดจากพฤติกรรมทางสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงไป คือ โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งมีกลุ่มโรคที่พบบ่อยในวัยกลางคนและวัยสูงอายุ คือ โรคกลุ่มที่เป็นความเสี่ยงของหลอดเลือด เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และกลุ่มโรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกายตามการเปลี่ยนแปลงของอายุและกลุ่มโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น สมองเสื่อม ซึมเศร้า กระดูกพรุน ข้อเสื่อม หกล้ม มวลกล้ามเนื้อน้อย โดยโรคไม่ติดต่อเรื้องรังเกิดจากปัจจัยเสี่ยงร่วมกันทางด้านพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม และเกิดผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ไม่ดีร่วมกัน กลุ่มเครือข่ายผู้นำศาสนาในพื้นที่เป็นกลุ่มที่มีบทบาทอย่างมากกับพื้นที่ในชุมชนจังหวัดชายแดนภาคใต้ ถ้ากลุ่มผู้นำศาสนาสามารถเป็นแกนนำด้านสุขภาพได้ การทำงานด้านสุขภาพในชุมชนจะมีประสิทธิภาพอย่างมาก จึงจัดทำโครงการ “หลักสูตรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างเสริมสุขภาวะ และป้องกันโรคที่พบบ่อยในเครือข่ายผู้นำศาสนา” ขึ้น เพื่อให้ผู้นำทางศาสนาเป็นแกนนำการส่งเสริมสุขภาพในชุมชน การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้านการรับประทานอาหาร การออกกำลังกายที่เหมาะสมกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน สามารถเข้าร่วมโครงการและนำความรู้ที่ได้ไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองต่อไปได้เพื่อเฝ้าระวังสุขภาพตนเองและผู้สูงอายุ ส่งเสริมให้มีความรู้ ทักษะ มีความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถบริหารจัดการสุขภาพได้ด้วยตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาสุขภาพของชุมชนอย่างยั่งยืน รวมไปถึงยกระดับการขับเคลื่อนการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกศาสนา ผ่านกลไกของผู้นำทางศาสนาและเครือข่ายอาสาสมัครเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และสามารถเข้าถึงการบริการสุขภาพได้อย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ส่งผลต่อการมีพฤติกรรมสุขภาพที่พึงประสงค์ และการมีคุณภาพชีวิตที่ดี ต่อไป
- ผู้นำศาสนาได้รับการตรวจคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง
- เพื่อส่งเสริมความรู้ ทักษะการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และสามารถนำไปใช้ในการดำเนินชีวิตที่เหมาะสม
- ประชุมวางแผนการดำเนินงานและรูปแบบกิจกรรมที่จะดำเนินการ
- ตรวจคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในกลุ่มผู้นำศาสนา
- ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดูแลสุขภาพ นำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งด้านการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม
- กิจกรรมติดตามพฤติกรรมหลังกิจกรรมส่งเสริมความรู้
- ประชุมวางแผนการดำเนินงานและรูปแบบกิจกรรมที่จะดำเนินการ
- ตรวจคัดกรองโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในกลุ่มผู้นำศาสนา
- ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจในเรื่องการดูแลสุขภาพ นำไปสู่การปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตทั้งด้านการรับประทานอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสม
- กิจกรรมติดตามพฤติกรรมหลังกิจกรรมส่งเสริมความรู้
1.ผู้นำศาสนาสามารถเป็นต้นแบบบุคคลสุขภาพดี 2.เกิดกลไกบูรณาการภาคีเครือข่ายความร่วมมือ และขยายการขับเคลื่อนการส่งเสริมสุขภาพ 3.เกิดนวัตกรรมที่เหมาะสมตามหลักศาสนาและบริบทของพื้นที่ด้านการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง