กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 1

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.นาท่ามเหนือ

โครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 1

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป หมู่ที่ 1
รหัสโครงการ 2568 – L1494 - 02 - 03
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านบางยาง หมู่ที่ 1
วันที่อนุมัติ 4 มีนาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 7 มีนาคม 2568 - 30 สิงหาคม 2568
งบประมาณ 9,420.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นายสิทธิ์ อั้นซ้าย
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลนาท่ามเหนือ อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานกลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีความเสี่ยง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

กลุ่มโรค NCDs (Noncommunicable diseases หรือโรคไม่ติดต่อ) ยังคงเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของโลก ทั้งในมิติของจำนวนการเสียชีวิตและภาระโรคโดยรวม โดยประเทศไทย มีอัตราการเสียชีวิตจากกลุ่มโรคไม่ติดต่อต่ำสุดเมื่อเทียบ ในกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียใต้-ตะวันออก (SEARO) จากข้อมูลปีพ.ศ.2559 โรคไม่ติดต่อยังคงเป็นปัญหาสุขภาพอันดับหนึ่งของประชาชนไทยทั้งในแง่ภาระโรคและอัตราการเสียชีวิตอัตราการเสียชีวิต ก่อนวัยอันควร (30-69 ปี) จากโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ ประกอบด้วย โรคหลอดเลือดสมอง, โรคหัวใจขาดเลือด, โรคเบาหวาน, ภาวะความดันโลหิตสูง และโรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 ถึงปีพ.ศ. 2559 หลังจากนั้น มีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยและคงที่ในปีพ.ศ. 2561 โดยโรคหลอดเลือดสมองมีอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรสูงที่สุดเท่ากับ 44.3 รายต่อประชากรแสนคน และอัตราการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยโรคหลอดเลือดสมองในผู้ชายสูงกว่าเพศหญิง       ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคไม่ติดต่อของประเทศไทยในปีพ.ศ.2556 คือความน่าจะเป็นของการเสียชีวิต ที่อายุ30 ปี ถึง70 ปีจากโรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคเบาหวาน และโรคมะเร็งลดลงจาก15.3 % ในปี2550เป็น 15.1% และ 14.1 % ในปี2553, 2557ตามลำดับ หากพิจารณาเป็นอัตราตายตามอายุพบว่าอัตราการตาย ก่อนวัยอันควรจากโรคไม่ติดต่อ ไทยเพิ่มขึ้นจาก 343.06 ต่อแสนคนในปีพ.ศ.2552 เป็น 355.30 ต่อแสนคนในปีพ.ศ.2556 ดังนั้น ดำเนินงานโดยเน้นนโยบายเชิงรุก เร่งการป้องกันโรคโดยใช้เครือข่ายระหว่าง รพ.สต.กับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านเพราะการดำเนินงานควบคุมและป้องกันโรค ที่เกิดจากพฤติกรรมของประชาชน จะประสบความสำเร็จมีประสิทธิภาพและเกิดความต่อเนื่องยั่งยืน จำเป็นอย่างยิ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทุกส่วน และใช้กระบวนการที่บูรณาการเชื่อมโยงการดำเนินงาน โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่เป็นปัญหาที่สำคัญในพื้นที่ ซึ่งในปีงบประมาณ 2567 ผลการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง หมู่ที่ 1 บ้านบางยาง มีกลุ่มเสียงทั้งหมด 27 คน กลุ่มสงสัยป่วย จำนวน 29 คน และกลุ่มป่วย จำนวน 4 คน และผลการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน มีกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด 74 คน กลุ่มสงสัยป่วย จำนวน 9 คน และกลุ่มป่วย จำนวน 0 คน และในปีงบประมาณ 2568 มีประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไป จำนวน 310 คน และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขบ้านบางยาง หมู่ที่ 1 จึงได้จัดทำโครงการรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง และโรคเบาหวาน ในประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไป เพื่อให้ประชาชนได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิตสูงตามมาตรฐานพร้อมทั้งรณรงค์ สร้างความตระหนักในการดูแลสุขภาพมีพฤติกรรมที่ดี และได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อให้ประชาชน อายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
  2. เพื่อค้นหาผู้ป่วยรายใหม่และส่งต่ออย่างเป็นระบ
  3. เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ุรณรงค์คัดกรองกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานในประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปหมู่ที่ 1
  2. ประชุมเตรียมชี้แจง อสม.ทบทวนความรู้กอ่นลงพื้นที่และให้บริการตรวจคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการป้องกัน ควบคุม โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
2.ผู้ป่วยรายใหม่ได้รับการค้นพบโดยเร็วและได้รับการรักษาที่ถูกต้องและต่อเนื่อง