โครงการกลุ่มวัยทำงาน รู้ภัยโรคร้ายในช่องปาก
| ชื่อโครงการ | โครงการกลุ่มวัยทำงาน รู้ภัยโรคร้ายในช่องปาก |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 68-L1521-01-14 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลาเส |
| วันที่อนุมัติ | 21 มีนาคม 2568 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 31 สิงหาคม 2568 |
| งบประมาณ | 6,500.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางเพ็ญศรี บัวขำ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกะลาเส อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.744,99.326place |
| งวด | วันที่งวดโครงการ | วันที่งวดรายงาน | งบประมาณ (บาท) | |||
|---|---|---|---|---|---|---|
| จากวันที่ | ถึงวันที่ | จากวันที่ | ถึงวันที่ | |||
| 1 | 1 มี.ค. 2568 | 31 ส.ค. 2568 | 6,500.00 | |||
| รวมงบประมาณ | 6,500.00 | |||||
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 50 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ปัญหาสุขภาพช่องปากของประชาชนไทยยังคงเป็นปัญหาสำคัญ โดยเฉพาะโรคฟันผุและปริทันต์อักเสบ เป็นปัญหาที่เด่นชัดซึ่งเมื่อไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที โรคจะลุกลามและสูญเสียฟันในที่สุด ส่งผลต่อสุขภาพร่างกาย การสบฟัน ตลอดการใช้ชีวิตประจำวัน ข้อมูลจากการสำรวจสภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติระดับประเทศ ครั้งที่ ๙ ประเทศไทย พ.ศ. 2566 ในกลุ่มวัยทำงานอายุ 35-44 ปี ปัญหาที่พบเกิดจากรอยโรคสะสม ทั้งปัญหาสภาวะปริทันต์ ที่พบการอักเสบของเหงือก มีเลือดออกง่าย ร้อยละ 81.0 โดยร้อยละ 51.8 เกิดร่วมกับหินน้ำลาย ส่วนปัญหาโรคปริทันต์อักเสบที่มีการทำลายของกระดูกรองรับรากฟันร่วมด้วย ซึ่งพบร้อยละ ๓๒.6 และปัญหา โรคฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษา ร้อยละ 52.9 โดยปัญหาดังกล่าว จะแสดงอาการที่รุนแรงจนเกิดความเจ็บปวด และการสูญเสียฟันในช่วงอายุต่อไป ถ้าไม่ได้รับการดูแลป้องกันรักษาที่เหมาะสมทันเวลา นอกจากนี้ในวัยนี้ ยังมีพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคในช่องปาก โดยเฉพาะการสูบบุหรี่ ที่พบร้อยละ 20.4 เฉลี่ย 9.7 มวนต่อวัน รวมทั้งพฤติกรรมการไปใช้บริการในรอบปีร้อยละ 63.2 ซึ่งในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ร้อยละ 44.0 ไปรับบริการเมื่อมีอาการปวดและเสียวฟันแล้ว มีเพียงร้อยละ 19.2 เท่านั้น ที่ไปรับบริการเพื่อต้องการตรวจเช็คโดยไม่มีอาการ อย่างไรก็ตามวัยทำงานส่วนใหญ่ ยังไม่รู้สึกว่าสุขภาพช่องปากมีปัญหา เพราะยังไม่รู้สึกว่ามีอาการผิดปกติใดๆ รวมทั้งส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๓.๗ ยังรู้สึกว่าสามารถใช้ฟันบดเคี้ยวอาหารได้ดีเนื่องจากยังมีฟันหลังสบกันใช้งานได้อย่างน้อย 4 คู่สบ และร้อยละ 97.8 ยังมีฟันแท้ใช้งานได้อย่างน้อย 20 ซี่ ดังนั้น สำหรับกลุ่มวัยทำงานนอกจากการทำให้เข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และความรู้เพื่อการดูแลอนามัยช่องปากตนเองแล้ว ยังจำเป็นต้องมีมาตรการควบคุมป้องกันโรค โดยเฉพาะสนับสนุนให้ใช้อุปกรณ์เสริมทำความสะอาดซอกฟันเพื่อป้องกันโรคปริทันต์และฟันผุบริเวณด้านประชิด
จากสถิตด้านสภาวะสุขภาพช่องปากในวัยทำงาน ซึ่งได้มาศึกษาและสำรวจสภาวะทันตสุขภาพและการรับบริการทันตกรรมในกลุ่มวัยทำงาน อายุ 35-65 ปี ในจังหวัดตรัง พบว่า ร้อยละ 5.0 มารับบริการทางทันตกรรม และอำเภอสิเกา มีเพียงร้อยละ 5.37 ส่วนในเขตพื้นที่ตำบลกะลาเส พบว่าแม้ส่วนใหญ่จะมีการแปรงฟันอย่างน้อย 2 ครั้ง ขึ้นไปแต่มากกว่าร้อยละ 70 ก็ยังมีหินปูนและมีปัญหาโรคเหงือกอักเสบและปริทันต์รวมถึงมีปัญหาฟันผุมากกว่าร้อยละ 60 ยังมีปัญหาด้านคุณภาพการแปรงฟันประกอบกับอัตราการเข้าถึงบริการทันตกรรมในกลุ่มวัยทำงานอายุ 15-59 ปี ในเขตตำบลกะลาเส ยังมีจำนวนน้อย เพียงร้อยละ 5.9 ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ปัญหาโรคฟันผุและโรคปริทันต์อักเสบในกลุ่มวัยทำงานเขตตำบลกะลาเส
ดังนั้นทางกลุ่มงานทันตสาธารณสุข โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกะลาเส จึงได้จัดทำโครงการ กลุ่มวัยทำงาน รู้ภัยโรคร้ายในช่องปาก โดยเน้นให้ประชาชนที่มาเข้าอบรม ดำเนินชีวิตประจำวันด้วยวิถี self care ดูแลช่องปากตนเองได้ และขยายผลไปสู่การดูแลสุขภาพช่องปากคนในครอบครัวและเป็นแกนนำในการให้ความรู้ แก่ชุมชน ซึ่งส่งผลให้การดูแลสุขภาพช่องปากในชุมชนดีขึ้นด้วย
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี |
|---|
| วันที่ | ชื่อกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) | งบกิจกรรม (บาท) | ทำแล้ว | ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
|---|
หมายเหตุ : งบประมาณ และ ค่าใช้จ่าย รวมทุกวัตถุประสงค์อาจจะไม่เท่ากับงบประมาณรวมได้
๑.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูงมีความรู้ในการดูแลสุขภาพที่ถูกต้องและสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพของตนเอง ส่งผลให้มีสุขภาพที่ดีขึ้น
๒. กลุ่มเสี่ยงสูงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อโรคความดันโลหิตสูง มีผลตรวจวัดระดับความดันโลหิตอยู่ในเกณฑ์ปกติ (≤๑๔๐/๙๐ mmHg) ส่งผลให้ลดโอกาสการป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงได้ ซึ่งจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
๓. กลุ่มเสี่ยงสูงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมต่อโรคเบาหวาน มีผลตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติ (≤๑๐๐mg%) ) ส่งผลให้ลดโอกาสการป่วยเป็นโรคเบาหวานได้ ซึ่งจะทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2568 11:30 น.