กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

แบบการวิเคราะห์และการสังเคราะห์ปัจจัยกำหนดความสำเร็จของโครงการ

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับคน กลุ่มคน เครือข่าย (เช่น มีความรู้ มีทักษะ มีความชำนาญ มีศักยภาพและขีดความสามารถเพิ่มขึ้น)

การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้ารายละเอียดหลักฐานแนวทางการพัฒนาต่อ

การเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า 1. ด้านความรู้และทักษะ • ผู้สูงอายุมีความรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอันตรายของการใช้น้ำมันทอดซ้ำ • มีทักษะในการสังเกตและประเมินสภาพน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร • สามารถปรับเมนูอาหารให้ลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำได้ด้วยตนเอง 2. ด้านศักยภาพและขีดความสามารถ • แกนนำผู้สูงอายุและ อสม. มีศักยภาพในการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กลุ่มอื่นในชุมชน • เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุร่วมกันรณรงค์ “ครัวสุขภาพดีปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” อย่างต่อเนื่อง 3. ด้านความร่วมมือในชุมชน • เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้สูงอายุ ร้านอาหาร อสม. และหน่วยงานท้องถิ่น • ชุมชนมีระบบเฝ้าระวังและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านพฤติกรรมการบริโภคที่ปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า 1. เกิดแกนนำสุขภาพรุ่นใหม่ในครอบครัวผู้สูงอายุ • ลูกหลานมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมการบริโภคร่วมกับผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการขยายผลในครอบครัว 2. เกิดนวัตกรรมชุมชน • บางกลุ่มนำความรู้ที่ได้มาพัฒนา “น้ำมันใช้แล้วรีไซเคิล” สำหรับทำสบู่หรือเชื้อเพลิงชีวภาพ ลดของเสียในชุมชน 3. การสร้างเครือข่ายข้ามพื้นที่ • มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชนใกล้เคียงที่สนใจดำเนินกิจกรรมลักษณะเดียวกัน 4. เกิดแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในกลุ่มผู้สูงอายุ • ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาพของชุมชน

  1. ผู้สูงอายุมีความรู้และทักษะเพิ่มขึ้น • เข้าใจถึงอันตรายของการใช้น้ำมันทอดซ้ำ เช่น การเกิดสารก่อมะเร็งและผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด • สามารถจำแนกลักษณะของน้ำมันที่ใช้ซ้ำหลายครั้งได้ • มีทักษะในการปรุงอาหารโดยลดการใช้น้ำมัน เช่น การอบ ต้ม นึ่ง แทนการทอด
    1. เกิดการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของแกนนำสุขภาพ • อสม. และแกนนำผู้สูงอายุสามารถจัดกิจกรรมให้ความรู้และสาธิตการใช้น้ำมันอย่างปลอดภัย • มีการจัดทำสื่อรณรงค์ภายในชุมชน เช่น ป้าย “ครัวสุขภาพดี ปลอดน้ำมันทอดซ้ำ”
    2. เกิดเครือข่ายความร่วมมือในชุมชน • เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุร่วมกับร้านอาหารและตลาดในพื้นที่จัดทำข้อตกลงลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำ • หน่วยงานท้องถิ่นและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลร่วมสนับสนุนการดำเนินงานและติดตามผล
    3. เกิดการขยายผลในครอบครัวและชุมชน • ลูกหลานของผู้สูงอายุเริ่มตระหนักถึงการเลือกใช้น้ำมันปรุงอาหารที่ปลอดภัย • ชุมชนมีแนวทางในการจัดการน้ำมันใช้แล้วอย่างเหมาะสม เช่น รวบรวมน้ำมันใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิล

-ภาพถ่ายกิจกรรมการอบรม -รายชื่อและรายงานการดำเนินกิจกรรม

  1. ต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดความยั่งยืน • จัดอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของผู้สูงอายุ แกนนำสุขภาพ และ อสม. • พัฒนา “คู่มือการใช้น้ำมันอย่างปลอดภัย” สำหรับแจกจ่ายในชุมชน
    1. ขยายเครือข่ายการรณรงค์ครัวสุขภาพดี • สร้างความร่วมมือระหว่างหมู่บ้านหรือชุมชนใกล้เคียง • สนับสนุนให้ร้านอาหาร โรงเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เข้าร่วมเป็น “ครัวต้นแบบปลอดน้ำมันทอดซ้ำ”
    2. บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง • ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และภาคเอกชน ในการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง • บรรจุแนวคิด “อาหารปลอดภัย ลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำ” ไว้ในแผนสุขภาพระดับตำบล
    3. จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมในชุมชน • มอบหมายแกนนำผู้สูงอายุหรือ อสม. เป็น “อาสาสมัครตรวจครัว” เพื่อคอยติดตามและให้คำแนะนำในครัวเรือน • ใช้แบบประเมินและติดตามผลเป็นรายไตรมาส เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
    4. สร้างแรงจูงใจและกิจกรรมสร้างสรรค์ • จัดประกวด “ครัวสุขภาพดีปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” หรือ “ผู้สูงวัยต้นแบบสุขภาพดี” • เผยแพร่เรื่องราวความสำเร็จของผู้สูงอายุผ่านสื่อท้องถิ่นและออนไลน์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่น

การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ (เช่น เกิดนโยบาย เกิดข้อตกลงชุมชน เกิดมาตรการทางสังคม)

การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้ารายละเอียดหลักฐานแนวทางการพัฒนาต่อ
  1. การเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
    1. เกิดข้อตกลงชุมชน “ครัวสุขภาพดี ปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” • ผู้นำชุมชน ร้านอาหาร และกลุ่มผู้สูงอายุร่วมกันกำหนดแนวทางลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำ • มีการประกาศข้อตกลงร่วมในที่ประชุมหมู่บ้าน และประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสาย
    2. เกิดมาตรการทางสังคมในระดับตำบล • ร้านอาหาร ตลาด และร้านขายของชำในพื้นที่เข้าร่วมโครงการโดยสมัครใจ • หากตรวจพบการใช้น้ำมันทอดซ้ำ จะได้รับการตักเตือนและให้คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
    3. เกิดนโยบายภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.) • นำประเด็น “อาหารปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ” บรรจุไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น • สนับสนุนงบประมาณสำหรับกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในปีถัดไป
    4. เกิดพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้ • จัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้ครัวสุขภาพดี” ภายในชมรมผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแหล่งสาธิตและแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการใช้น้ำมันอย่างปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
    5. เกิดนวัตกรรมการจัดการน้ำมันใช้แล้วในชุมชน • กลุ่มผู้สูงอายุและเยาวชนร่วมกันจัดตั้งกิจกรรมรวบรวมน้ำมันใช้แล้วเพื่อนำไปทำสบู่หรือเชื้อเพลิงชีวภาพ • ส่งผลให้ชุมชนสะอาดขึ้นและลดมลพิษทางน้ำ
    6. เกิดการขยายเครือข่ายข้ามชุมชน • ชุมชนใกล้เคียงนำแนวทาง “ลดน้ำมันทอดซ้ำ” ไปปรับใช้ และเข้ามาเรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบ
    7. เกิดบรรทัดฐานใหม่ในชุมชน • ชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเลือกบริโภคอาหารปลอดภัยมากขึ้น • ผู้สูงอายุได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำทางสุขภาพ (Health Leader) ของหมู่บ้าน
    8. เกิดการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในพื้นที่ • ร้านจำหน่ายน้ำมันพืชรายใหญ่ร่วมสนับสนุนน้ำมันใหม่ในกิจกรรมสาธิตการทำอาหารสุขภาพ
  1. เกิดข้อตกลงชุมชนเพื่อการบริโภคอาหารปลอดภัย • ชุมชนได้ร่วมกันกำหนดข้อตกลง “ครัวสุขภาพดี ปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” โดยมีการลงนามร่วมระหว่างผู้นำชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร และชมรมผู้สูงอายุ • ข้อตกลงดังกล่าวถูกประกาศในที่ประชุมหมู่บ้านและติดป้ายประชาสัมพันธ์ไว้ในจุดสำคัญของชุมชน
    1. เกิดนโยบายและการสนับสนุนจากท้องถิ่น • องค์การบริหารส่วนตำบลเห็นความสำคัญของการลดการบริโภคน้ำมันทอดซ้ำ และได้บรรจุไว้ในแผนสุขภาพตำบล รวมถึงให้การสนับสนุนงบประมาณกิจกรรมต่อเนื่อง • โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เข้ามามีบทบาทในการติดตามและให้คำแนะนำเชิงเทคนิคแก่ร้านอาหารและผู้สูงอายุ
    2. เกิดมาตรการทางสังคมเพื่อควบคุมพฤติกรรมการใช้น้ำมันทอดซ้ำ • ร้านอาหารในพื้นที่ตกลงร่วมกันว่าจะไม่นำน้ำมันที่ใช้แล้วเกิน 2 ครั้งกลับมาใช้ซ้ำ • มีการตรวจติดตามโดย อสม. และแกนนำผู้สูงอายุ เพื่อให้คำแนะนำและประเมินผลการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
    3. เกิดพื้นที่ต้นแบบและการขยายผลในชุมชน • ชมรมผู้สูงอายุบ้าน… (ระบุชื่อชุมชน) ได้รับการยกย่องให้เป็น “ครัวสุขภาพดีต้นแบบ” • มีการเผยแพร่ความรู้และสาธิตเมนูสุขภาพในงานวันผู้สูงอายุและงานสุขภาพตำบล • ชุมชนใกล้เคียงเริ่มนำแนวทางไปปรับใช้ จนเกิดเครือข่ายขยายผลข้ามหมู่บ้าน
    4. เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ • บ้านเรือนและร้านค้าปรับเปลี่ยนวิธีจัดเก็บและทิ้งน้ำมันอย่างถูกสุขลักษณะ • มีการรวบรวมน้ำมันใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิล ลดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม

-ภาพถ่ายกิจกรรมอบรม รายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม

  1. ขยายและต่อยอดข้อตกลงชุมชน • สนับสนุนให้ทุกชุมชนในตำบลมีข้อตกลงเรื่อง “ครัวสุขภาพดี ปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” • จัดทำคู่มือการปฏิบัติสำหรับร้านอาหาร ครัวเรือน และตลาดชุมชน
    1. บูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย • อบต., รพ.สต., และ อสม. ร่วมกับชมรมผู้สูงอายุ จัดกิจกรรมสาธิตและอบรมอย่างต่อเนื่อง • นำประเด็นลดน้ำมันทอดซ้ำเข้าสู่แผนพัฒนาสุขภาพระดับตำบลและโครงการส่งเสริมสุขภาพอื่น ๆ
    2. พัฒนาพื้นที่ต้นแบบและขยายผล • สนับสนุน “ครัวสุขภาพดีต้นแบบ” เป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับชุมชนอื่น ๆ • จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายขยายผลข้ามพื้นที่
    3. สร้างแรงจูงใจและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ • จัดประกวด “ร้านอาหารปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” หรือ “ครัวบ้านผู้สูงอายุต้นแบบสุขภาพดี” • เผยแพร่เรื่องราวความสำเร็จผ่านสื่อท้องถิ่น สร้างแรงบันดาลใจและการยอมรับในชุมชน
    4. จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามผล • ให้แกนนำผู้สูงอายุและ อสม. ทำหน้าที่ติดตามการปฏิบัติของร้านอาหารและครัวเรือน • ใช้แบบประเมินเป็นรายไตรมาส เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์และปรับปรุงกิจกรรมต่อเนื่อง

การเปลี่ยนกลไก และกระบวนการในชุมชนที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ (เช่น เกิดกลุ่ม ชมรม เครือข่าย เกิดกระบวนการเรียนรู้ เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม)

การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้ารายละเอียดหลักฐานแนวทางการพัฒนาต่อ
  1. เกิดกลุ่ม/ชมรม/เครือข่าย • ชุมชนได้จัดตั้งกลุ่มหรือชมรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น • กลุ่มอาสาสมัครสุขภาพ • ชมรมส่งเสริมสุขภาพ • เครือข่ายผู้สูงอายุหรือเยาวชนสุขภาพดี • มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ชัดเจน และทำงานร่วมกันต่อเนื่อง
    1. เกิดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน • ชุมชนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น การอบรม เวทีประชาคม หรือศึกษาดูงาน • สมาชิกนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน • เกิดการเรียนรู้ร่วมระหว่างหน่วยงานและชุมชน
    2. เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน • ประชาชน หน่วยงานท้องถิ่น โรงเรียน และภาคีเครือข่ายร่วมกันวางแผน ดำเนินงาน และติดตามประเมินผล • มีการประชุมปรึกษาหารืออย่างต่อเนื่อง • เกิดการตระหนักรู้และความรับผิดชอบร่วมกันต่อปัญหาสุขภาพในพื้นที่
  1. เกิดกลไกการขับเคลื่อนในชุมชน • จากการดำเนินโครงการ ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานระดับชุมชน เพื่อทำหน้าที่วางแผน ประสานงาน และติดตามผลการดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพ • กลไกดังกล่าวมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน เช่น ผู้นำชุมชน อสม. โรงเรียน วัด อปท. และประชาชนทั่วไป • ทำให้เกิดระบบการบริหารจัดการงานสุขภาพในพื้นที่ที่มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน (community ownership)
    1. เกิดกลุ่ม/ชมรม/เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการ • ชุมชนได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือชมรมเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น • ชมรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ • กลุ่มเยาวชนจิตอาสาด้านสุขภาพ • เครือข่ายลดปัจจัยเสี่ยง NCDs • กลุ่มเหล่านี้มีการประชุม วางแผน และจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ
    2. เกิดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน • มีการจัดกิจกรรมอบรม ถ่ายทอดความรู้ และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น • การอบรมความรู้ด้านสุขภาพ • การศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบ • เวทีสรุปบทเรียนร่วมกันของชุมชน • ส่งผลให้คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
    3. เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย • ภาคส่วนต่าง ๆ ในชุมชน เช่น โรงเรียน วัด องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และประชาชน มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของโครงการ • มีการจัดประชุมปรึกษาหารือ วางแผน และติดตามผลร่วมกัน • การมีส่วนร่วมนี้ช่วยให้โครงการมีความต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน
    4. เกิดระบบติดตามและประเมินผลภายในชุมชน • ชุมชนมีการจัดทำแบบติดตามผลกิจกรรมรายเดือน • มีการนำข้อมูลสุขภาพมาวิเคราะห์และใช้วางแผนปรับปรุงกิจกรรม • เกิดวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในระดับพื้นที่

• ภาพถ่ายกิจกรรมกลุ่มหรือชมรม • รายชื่อสมาชิก/รายงานการประชุม/บันทึกข้อตกลง • แบบประเมินการมีส่วนร่วมของชุมชน • ผลลัพธ์หรือผลงานที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน

สนับสนุนให้กลุ่มหรือชมรมดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องและขยายผล • สร้างผู้นำชุมชนรุ่นใหม่เพื่อสืบต่อการดำเนินงาน • เชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกเพื่อเสริมทรัพยากรและความรู้ • พัฒนากระบวนการติดตามและประเมินผลให้เข้มแข็งมากขึ้น