โครงการสูงวัยสุขภาพดี ลดการบริโภคน้ำมันมือสอง ( น้ำมันใช้ซ้ำ )
แบบการวิเคราะห์และการสังเคราะห์ปัจจัยกำหนดความสำเร็จของโครงการ
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับคน กลุ่มคน เครือข่าย (เช่น มีความรู้ มีทักษะ มีความชำนาญ มีศักยภาพและขีดความสามารถเพิ่มขึ้น)
การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า รายละเอียด หลักฐาน แนวทางการพัฒนาต่อ
การเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
1. ด้านความรู้และทักษะ
• ผู้สูงอายุมีความรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอันตรายของการใช้น้ำมันทอดซ้ำ
• มีทักษะในการสังเกตและประเมินสภาพน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร
• สามารถปรับเมนูอาหารให้ลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำได้ด้วยตนเอง
2. ด้านศักยภาพและขีดความสามารถ
• แกนนำผู้สูงอายุและ อสม. มีศักยภาพในการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กลุ่มอื่นในชุมชน
• เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุร่วมกันรณรงค์ “ครัวสุขภาพดีปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” อย่างต่อเนื่อง
3. ด้านความร่วมมือในชุมชน
• เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้สูงอายุ ร้านอาหาร อสม. และหน่วยงานท้องถิ่น
• ชุมชนมีระบบเฝ้าระวังและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านพฤติกรรมการบริโภคที่ปลอดภัย
การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
1. เกิดแกนนำสุขภาพรุ่นใหม่ในครอบครัวผู้สูงอายุ
• ลูกหลานมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมการบริโภคร่วมกับผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการขยายผลในครอบครัว
2. เกิดนวัตกรรมชุมชน
• บางกลุ่มนำความรู้ที่ได้มาพัฒนา “น้ำมันใช้แล้วรีไซเคิล” สำหรับทำสบู่หรือเชื้อเพลิงชีวภาพ ลดของเสียในชุมชน
3. การสร้างเครือข่ายข้ามพื้นที่
• มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชนใกล้เคียงที่สนใจดำเนินกิจกรรมลักษณะเดียวกัน
4. เกิดแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในกลุ่มผู้สูงอายุ
• ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาพของชุมชน
- ผู้สูงอายุมีความรู้และทักษะเพิ่มขึ้น
• เข้าใจถึงอันตรายของการใช้น้ำมันทอดซ้ำ เช่น การเกิดสารก่อมะเร็งและผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด
• สามารถจำแนกลักษณะของน้ำมันที่ใช้ซ้ำหลายครั้งได้
• มีทักษะในการปรุงอาหารโดยลดการใช้น้ำมัน เช่น การอบ ต้ม นึ่ง แทนการทอด
- เกิดการพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถของแกนนำสุขภาพ
• อสม. และแกนนำผู้สูงอายุสามารถจัดกิจกรรมให้ความรู้และสาธิตการใช้น้ำมันอย่างปลอดภัย
• มีการจัดทำสื่อรณรงค์ภายในชุมชน เช่น ป้าย “ครัวสุขภาพดี ปลอดน้ำมันทอดซ้ำ”
- เกิดเครือข่ายความร่วมมือในชุมชน
• เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุร่วมกับร้านอาหารและตลาดในพื้นที่จัดทำข้อตกลงลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำ
• หน่วยงานท้องถิ่นและโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลร่วมสนับสนุนการดำเนินงานและติดตามผล
- เกิดการขยายผลในครอบครัวและชุมชน
• ลูกหลานของผู้สูงอายุเริ่มตระหนักถึงการเลือกใช้น้ำมันปรุงอาหารที่ปลอดภัย
• ชุมชนมีแนวทางในการจัดการน้ำมันใช้แล้วอย่างเหมาะสม เช่น รวบรวมน้ำมันใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิล
-ภาพถ่ายกิจกรรมการอบรม
-รายชื่อและรายงานการดำเนินกิจกรรม
- ต่อยอดองค์ความรู้ให้เกิดความยั่งยืน
• จัดอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะของผู้สูงอายุ แกนนำสุขภาพ และ อสม.
• พัฒนา “คู่มือการใช้น้ำมันอย่างปลอดภัย” สำหรับแจกจ่ายในชุมชน
- ขยายเครือข่ายการรณรงค์ครัวสุขภาพดี
• สร้างความร่วมมือระหว่างหมู่บ้านหรือชุมชนใกล้เคียง
• สนับสนุนให้ร้านอาหาร โรงเรียน และศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก เข้าร่วมเป็น “ครัวต้นแบบปลอดน้ำมันทอดซ้ำ”
- บูรณาการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
• ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และภาคเอกชน ในการจัดกิจกรรมรณรงค์อย่างต่อเนื่อง
• บรรจุแนวคิด “อาหารปลอดภัย ลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำ” ไว้ในแผนสุขภาพระดับตำบล
- จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามพฤติกรรมในชุมชน
• มอบหมายแกนนำผู้สูงอายุหรือ อสม. เป็น “อาสาสมัครตรวจครัว” เพื่อคอยติดตามและให้คำแนะนำในครัวเรือน
• ใช้แบบประเมินและติดตามผลเป็นรายไตรมาส เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง
- สร้างแรงจูงใจและกิจกรรมสร้างสรรค์
• จัดประกวด “ครัวสุขภาพดีปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” หรือ “ผู้สูงวัยต้นแบบสุขภาพดี”
• เผยแพร่เรื่องราวความสำเร็จของผู้สูงอายุผ่านสื่อท้องถิ่นและออนไลน์ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชุมชนอื่น
การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ (เช่น เกิดนโยบาย เกิดข้อตกลงชุมชน เกิดมาตรการทางสังคม)
การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า รายละเอียด หลักฐาน แนวทางการพัฒนาต่อ
- การเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
- เกิดข้อตกลงชุมชน “ครัวสุขภาพดี ปลอดน้ำมันทอดซ้ำ”
• ผู้นำชุมชน ร้านอาหาร และกลุ่มผู้สูงอายุร่วมกันกำหนดแนวทางลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำ
• มีการประกาศข้อตกลงร่วมในที่ประชุมหมู่บ้าน และประชาสัมพันธ์ผ่านเสียงตามสาย
- เกิดมาตรการทางสังคมในระดับตำบล
• ร้านอาหาร ตลาด และร้านขายของชำในพื้นที่เข้าร่วมโครงการโดยสมัครใจ
• หากตรวจพบการใช้น้ำมันทอดซ้ำ จะได้รับการตักเตือนและให้คำแนะนำจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข
- เกิดนโยบายภายในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อบต.)
• นำประเด็น “อาหารปลอดภัยสำหรับผู้สูงอายุ” บรรจุไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น
• สนับสนุนงบประมาณสำหรับกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุในปีถัดไป
- เกิดพื้นที่ต้นแบบการเรียนรู้
• จัดตั้ง “ศูนย์เรียนรู้ครัวสุขภาพดี” ภายในชมรมผู้สูงอายุ เพื่อเป็นแหล่งสาธิตและแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการใช้น้ำมันอย่างปลอดภัย
การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
- เกิดนวัตกรรมการจัดการน้ำมันใช้แล้วในชุมชน
• กลุ่มผู้สูงอายุและเยาวชนร่วมกันจัดตั้งกิจกรรมรวบรวมน้ำมันใช้แล้วเพื่อนำไปทำสบู่หรือเชื้อเพลิงชีวภาพ
• ส่งผลให้ชุมชนสะอาดขึ้นและลดมลพิษทางน้ำ
- เกิดการขยายเครือข่ายข้ามชุมชน
• ชุมชนใกล้เคียงนำแนวทาง “ลดน้ำมันทอดซ้ำ” ไปปรับใช้ และเข้ามาเรียนรู้จากพื้นที่ต้นแบบ
- เกิดบรรทัดฐานใหม่ในชุมชน
• ชาวบ้านส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับการเลือกบริโภคอาหารปลอดภัยมากขึ้น
• ผู้สูงอายุได้รับการยอมรับให้เป็นผู้นำทางสุขภาพ (Health Leader) ของหมู่บ้าน
- เกิดการมีส่วนร่วมของภาคเอกชนในพื้นที่
• ร้านจำหน่ายน้ำมันพืชรายใหญ่ร่วมสนับสนุนน้ำมันใหม่ในกิจกรรมสาธิตการทำอาหารสุขภาพ
- เกิดข้อตกลงชุมชนเพื่อการบริโภคอาหารปลอดภัย
• ชุมชนได้ร่วมกันกำหนดข้อตกลง “ครัวสุขภาพดี ปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” โดยมีการลงนามร่วมระหว่างผู้นำชุมชน ร้านค้า ร้านอาหาร และชมรมผู้สูงอายุ
• ข้อตกลงดังกล่าวถูกประกาศในที่ประชุมหมู่บ้านและติดป้ายประชาสัมพันธ์ไว้ในจุดสำคัญของชุมชน
- เกิดนโยบายและการสนับสนุนจากท้องถิ่น
• องค์การบริหารส่วนตำบลเห็นความสำคัญของการลดการบริโภคน้ำมันทอดซ้ำ
และได้บรรจุไว้ในแผนสุขภาพตำบล รวมถึงให้การสนับสนุนงบประมาณกิจกรรมต่อเนื่อง
• โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เข้ามามีบทบาทในการติดตามและให้คำแนะนำเชิงเทคนิคแก่ร้านอาหารและผู้สูงอายุ
- เกิดมาตรการทางสังคมเพื่อควบคุมพฤติกรรมการใช้น้ำมันทอดซ้ำ
• ร้านอาหารในพื้นที่ตกลงร่วมกันว่าจะไม่นำน้ำมันที่ใช้แล้วเกิน 2 ครั้งกลับมาใช้ซ้ำ
• มีการตรวจติดตามโดย อสม. และแกนนำผู้สูงอายุ เพื่อให้คำแนะนำและประเมินผลการปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ
- เกิดพื้นที่ต้นแบบและการขยายผลในชุมชน
• ชมรมผู้สูงอายุบ้าน… (ระบุชื่อชุมชน) ได้รับการยกย่องให้เป็น “ครัวสุขภาพดีต้นแบบ”
• มีการเผยแพร่ความรู้และสาธิตเมนูสุขภาพในงานวันผู้สูงอายุและงานสุขภาพตำบล
• ชุมชนใกล้เคียงเริ่มนำแนวทางไปปรับใช้ จนเกิดเครือข่ายขยายผลข้ามหมู่บ้าน
- เกิดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อสุขภาพ
• บ้านเรือนและร้านค้าปรับเปลี่ยนวิธีจัดเก็บและทิ้งน้ำมันอย่างถูกสุขลักษณะ
• มีการรวบรวมน้ำมันใช้แล้วเพื่อนำไปรีไซเคิล ลดการปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม
-ภาพถ่ายกิจกรรมอบรม
รายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม
- ขยายและต่อยอดข้อตกลงชุมชน
• สนับสนุนให้ทุกชุมชนในตำบลมีข้อตกลงเรื่อง “ครัวสุขภาพดี ปลอดน้ำมันทอดซ้ำ”
• จัดทำคู่มือการปฏิบัติสำหรับร้านอาหาร ครัวเรือน และตลาดชุมชน
- บูรณาการกับหน่วยงานท้องถิ่นและภาคีเครือข่าย
• อบต., รพ.สต., และ อสม. ร่วมกับชมรมผู้สูงอายุ จัดกิจกรรมสาธิตและอบรมอย่างต่อเนื่อง
• นำประเด็นลดน้ำมันทอดซ้ำเข้าสู่แผนพัฒนาสุขภาพระดับตำบลและโครงการส่งเสริมสุขภาพอื่น ๆ
- พัฒนาพื้นที่ต้นแบบและขยายผล
• สนับสนุน “ครัวสุขภาพดีต้นแบบ” เป็นศูนย์เรียนรู้สำหรับชุมชนอื่น ๆ
• จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายขยายผลข้ามพื้นที่
- สร้างแรงจูงใจและกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์
• จัดประกวด “ร้านอาหารปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” หรือ “ครัวบ้านผู้สูงอายุต้นแบบสุขภาพดี”
• เผยแพร่เรื่องราวความสำเร็จผ่านสื่อท้องถิ่น สร้างแรงบันดาลใจและการยอมรับในชุมชน
- จัดตั้งระบบเฝ้าระวังและติดตามผล
• ให้แกนนำผู้สูงอายุและ อสม. ทำหน้าที่ติดตามการปฏิบัติของร้านอาหารและครัวเรือน
• ใช้แบบประเมินเป็นรายไตรมาส เพื่อวัดผลสัมฤทธิ์และปรับปรุงกิจกรรมต่อเนื่อง
การเปลี่ยนกลไก และกระบวนการในชุมชนที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ (เช่น เกิดกลุ่ม ชมรม เครือข่าย เกิดกระบวนการเรียนรู้ เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม)
การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า รายละเอียด หลักฐาน แนวทางการพัฒนาต่อ
- เกิดกลุ่ม/ชมรม/เครือข่าย
• ชุมชนได้จัดตั้งกลุ่มหรือชมรมที่เกี่ยวข้องกับโครงการ เช่น
• กลุ่มอาสาสมัครสุขภาพ
• ชมรมส่งเสริมสุขภาพ
• เครือข่ายผู้สูงอายุหรือเยาวชนสุขภาพดี
• มีการแบ่งบทบาทหน้าที่ชัดเจน และทำงานร่วมกันต่อเนื่อง
- เกิดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน
• ชุมชนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น การอบรม เวทีประชาคม หรือศึกษาดูงาน
• สมาชิกนำความรู้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน
• เกิดการเรียนรู้ร่วมระหว่างหน่วยงานและชุมชน
- เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน
• ประชาชน หน่วยงานท้องถิ่น โรงเรียน และภาคีเครือข่ายร่วมกันวางแผน ดำเนินงาน และติดตามประเมินผล
• มีการประชุมปรึกษาหารืออย่างต่อเนื่อง
• เกิดการตระหนักรู้และความรับผิดชอบร่วมกันต่อปัญหาสุขภาพในพื้นที่
- เกิดกลไกการขับเคลื่อนในชุมชน
• จากการดำเนินโครงการ ได้มีการจัดตั้งคณะทำงานระดับชุมชน เพื่อทำหน้าที่วางแผน ประสานงาน และติดตามผลการดำเนินกิจกรรมด้านสุขภาพ
• กลไกดังกล่าวมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน เช่น ผู้นำชุมชน อสม. โรงเรียน วัด อปท. และประชาชนทั่วไป
• ทำให้เกิดระบบการบริหารจัดการงานสุขภาพในพื้นที่ที่มีความเป็นเจ้าของร่วมกัน (community ownership)
- เกิดกลุ่ม/ชมรม/เครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับโครงการ
• ชุมชนได้รวมตัวกันเป็นกลุ่มหรือชมรมเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น
• ชมรมส่งเสริมสุขภาพผู้สูงอายุ
• กลุ่มเยาวชนจิตอาสาด้านสุขภาพ
• เครือข่ายลดปัจจัยเสี่ยง NCDs
• กลุ่มเหล่านี้มีการประชุม วางแผน และจัดกิจกรรมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ
- เกิดกระบวนการเรียนรู้ในชุมชน
• มีการจัดกิจกรรมอบรม ถ่ายทอดความรู้ และเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เช่น
• การอบรมความรู้ด้านสุขภาพ
• การศึกษาดูงานพื้นที่ต้นแบบ
• เวทีสรุปบทเรียนร่วมกันของชุมชน
• ส่งผลให้คนในชุมชนมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถนำไปปรับใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน
- เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย
• ภาคส่วนต่าง ๆ ในชุมชน เช่น โรงเรียน วัด องค์การบริหารส่วนตำบล โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และประชาชน มีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของโครงการ
• มีการจัดประชุมปรึกษาหารือ วางแผน และติดตามผลร่วมกัน
• การมีส่วนร่วมนี้ช่วยให้โครงการมีความต่อเนื่องและได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน
- เกิดระบบติดตามและประเมินผลภายในชุมชน
• ชุมชนมีการจัดทำแบบติดตามผลกิจกรรมรายเดือน
• มีการนำข้อมูลสุขภาพมาวิเคราะห์และใช้วางแผนปรับปรุงกิจกรรม
• เกิดวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจในระดับพื้นที่
• ภาพถ่ายกิจกรรมกลุ่มหรือชมรม
• รายชื่อสมาชิก/รายงานการประชุม/บันทึกข้อตกลง
• แบบประเมินการมีส่วนร่วมของชุมชน
• ผลลัพธ์หรือผลงานที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน
สนับสนุนให้กลุ่มหรือชมรมดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องและขยายผล
• สร้างผู้นำชุมชนรุ่นใหม่เพื่อสืบต่อการดำเนินงาน
• เชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกเพื่อเสริมทรัพยากรและความรู้
• พัฒนากระบวนการติดตามและประเมินผลให้เข้มแข็งมากขึ้น
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดกับคน กลุ่มคน เครือข่าย (เช่น มีความรู้ มีทักษะ มีความชำนาญ มีศักยภาพและขีดความสามารถเพิ่มขึ้น) |
|||
| การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า | รายละเอียด | หลักฐาน | แนวทางการพัฒนาต่อ |
|---|---|---|---|
การเปลี่ยนแปลงที่คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า 1. ด้านความรู้และทักษะ • ผู้สูงอายุมีความรู้เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับอันตรายของการใช้น้ำมันทอดซ้ำ • มีทักษะในการสังเกตและประเมินสภาพน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร • สามารถปรับเมนูอาหารให้ลดการใช้น้ำมันทอดซ้ำได้ด้วยตนเอง 2. ด้านศักยภาพและขีดความสามารถ • แกนนำผู้สูงอายุและ อสม. มีศักยภาพในการเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กลุ่มอื่นในชุมชน • เครือข่ายชมรมผู้สูงอายุร่วมกันรณรงค์ “ครัวสุขภาพดีปลอดน้ำมันทอดซ้ำ” อย่างต่อเนื่อง 3. ด้านความร่วมมือในชุมชน • เกิดเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้สูงอายุ ร้านอาหาร อสม. และหน่วยงานท้องถิ่น • ชุมชนมีระบบเฝ้าระวังและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านพฤติกรรมการบริโภคที่ปลอดภัย การเปลี่ยนแปลงที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า 1. เกิดแกนนำสุขภาพรุ่นใหม่ในครอบครัวผู้สูงอายุ • ลูกหลานมีส่วนร่วมในการปรับพฤติกรรมการบริโภคร่วมกับผู้สูงอายุ ทำให้เกิดการขยายผลในครอบครัว 2. เกิดนวัตกรรมชุมชน • บางกลุ่มนำความรู้ที่ได้มาพัฒนา “น้ำมันใช้แล้วรีไซเคิล” สำหรับทำสบู่หรือเชื้อเพลิงชีวภาพ ลดของเสียในชุมชน 3. การสร้างเครือข่ายข้ามพื้นที่ • มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับชุมชนใกล้เคียงที่สนใจดำเนินกิจกรรมลักษณะเดียวกัน 4. เกิดแรงบันดาลใจและความภาคภูมิใจในกลุ่มผู้สูงอายุ • ผู้สูงอายุรู้สึกว่าตนเองยังมีคุณค่าและมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสุขภาพของชุมชน |
|
-ภาพถ่ายกิจกรรมการอบรม -รายชื่อและรายงานการดำเนินกิจกรรม |
|
การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ (เช่น เกิดนโยบาย เกิดข้อตกลงชุมชน เกิดมาตรการทางสังคม) |
|||
| การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า | รายละเอียด | หลักฐาน | แนวทางการพัฒนาต่อ |
|
|
-ภาพถ่ายกิจกรรมอบรม รายชื่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม |
|
การเปลี่ยนกลไก และกระบวนการในชุมชนที่เอื้อต่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการ (เช่น เกิดกลุ่ม ชมรม เครือข่าย เกิดกระบวนการเรียนรู้ เกิดกระบวนการมีส่วนร่วม) |
|||
| การเปลี่ยนแปลงทั้งที่คาดการณ์ไว้และไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า | รายละเอียด | หลักฐาน | แนวทางการพัฒนาต่อ |
|
|
• ภาพถ่ายกิจกรรมกลุ่มหรือชมรม • รายชื่อสมาชิก/รายงานการประชุม/บันทึกข้อตกลง • แบบประเมินการมีส่วนร่วมของชุมชน • ผลลัพธ์หรือผลงานที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน |
สนับสนุนให้กลุ่มหรือชมรมดำเนินกิจกรรมต่อเนื่องและขยายผล • สร้างผู้นำชุมชนรุ่นใหม่เพื่อสืบต่อการดำเนินงาน • เชื่อมโยงกับหน่วยงานภายนอกเพื่อเสริมทรัพยากรและความรู้ • พัฒนากระบวนการติดตามและประเมินผลให้เข้มแข็งมากขึ้น |