โครงการสายใยรักผูกพันธ์ คุณแม่สุขภาพดีลูกร่างกายแข็งแรง ตำบลลุโบะสาวอ ปี 2568
โครงการสายใยรักผูกพันธ์ คุณแม่สุขภาพดีลูกร่างกายแข็งแรง ตำบลลุโบะสาวอ ปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสายใยรักผูกพันธ์ คุณแม่สุขภาพดีลูกร่างกายแข็งแรง ตำบลลุโบะสาวอ ปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | L6959-68-1-07 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลุโบะสาวอ | |
| วันที่อนุมัติ | 24 มีนาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มิถุนายน 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 36,595.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางฟารีดะห์ ฮาแวมาเนาะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลลุโบะสาวอ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส |
การดูแลหญิงมีครรภ์อย่างมีประสิทธิภาพถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพอนามัยของแม่และเด็ก เพราะหากหญิงมีครรภ์เหล่านี้ได้รับการดูแลและเฝ้าระวังตั้งแต่ระยะเริ่มแรกของการตั้งครรภ์แล้ว จะสามารถป้องกันและลดภาวะแทรกซ้อนในระหว่างตั้งครรภ์ได้ เช่น โรคธาลัสซีเมีย เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ภาวะโลหิตจาง ภาวะคลอดก่อนกำหนด ปัญหาสุขภาพช่องปากที่ส่งผลกระทบต่อตั้งครรภ์ลทารกในครรภ์ เป็นต้น ปัญหาเหล่านี้ถ้าไม่ได้รับการดูแลและแก้ไขต่อเนื่องอย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงทีขณะตั้งครรภ์แล้ว จะส่งผลกระทบต่อแม่และเด็กในด้านความเสี่ยงระหว่างตั้งครรภ์ ระหว่างคลอด และหลังคลอด จากรายงานการดำเนินงานด้านอนามัยแม่และเด็ก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลุโบะสาวอ ในปีงบประมาณ 2567 พบว่า จำนวนหญิงมีครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์มีจำนวนทั้งสิ้น 87 คน ซึ่งร้อยละ 91.23 มารับบริการฝากครรภ์ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์ ร้อยละ 88.89 มาฝากครรภ์ตั้งแต่อายุครรภ์ก่อนหรือเท่ากับ 12 สัปดาห์ และร้อยละ 15.25 มีภาวะโลหิตจางครั้งแรกที่มารับบริการฝากครรภ์ร้อยละ 13.73มีภาวะโลหิตจางครั้งที่ 2 เมื่ออายุครรภ์ 32 สัปดาห์ขึ้นไปร้อยละ 3.44มีภาวะโลหิตจางครั้งที่ 3 จากการตรวจ ณ ห้องคลอดซึ่งในตัวชี้วัดระดับจังหวัดได้กำหนดอัตราภาวะโลหิตจางของหญิงตั้งครรภ์ไม่เกินร้อยละ 14 จากจำนวนหญิงตั้งครรภ์ที่มารับบริการทั้งหมด นอกจากนี้ยังพบว่าจำนวนหญิงมีครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงที่จะเกิดภาวะโลหิตจาง คิดเป็นร้อยละ 16.64 จากจำนวนหญิงมีครรภ์ที่มารับบริการฝากครรภ์ทั้งหมด และการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพของกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ พบว่าปัญหาสุขภาพช่องปากและการเข้าถึงบริการสุขภาพช่องปาก เป็นปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและ สุขภาพโดยรวม สำหรับหญิงตั้งครรภ์ การตั้งครรภ์เป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสพบปัญหาสุขภาพช่องปาก จากการเปลี่ยนแปลงทางสรีระวิทยาและฮอร์โมน หญิงตั้งครรภ์ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบและโรคปริทันต์มี ความเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ สุขภาพของเด็กในครรภ์และการคลอด โรคฟันผุยังคงเป็นปัญหาสำคัญที่เกิดจากพฤติกรรมการแปรงฟัน การรับประทานอาหาร และปัจจัยอื่น ๆ ร่วมกับการเข้าถึงบริการของกลุ่มหญิงตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์ต่ำ พบว่า หญิงตั้งครรภ์ในเขตลุโบะสาวอได้รับบริการตรวจสุขภาพช่องปาก ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567ร้อยละ 96.55 พบปัญหาสุขภาพช่องปากในหญิงตั้งครรภ์82 คน ร้อยละ 94.25 ได้รับการขัดทำความสะอาดฟัน (ไตรมาส 4 ) 48 คน ร้อยละ 55.17ดังนั้นการให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพช่องปากหญิงตั้งครรภ์ตั้งแต่ช่วงตั้งครรภ์ หลังคลอดและการดูแล เด็กปฐมวัยจึงมีความสำคัญ เป็นรากฐานให้เกิดการมีสุขภาพช่องปากและสุขภาวะที่ดี ตลอดจนลดโอกาส เกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและการสูญเสียฟันในอนาคตได้ เพื่อเป็นการลดปัญหาสุขภาพทุกประเภทที่อาจจะเกิดขึ้นในหญิงขณะตั้งครรภ์ ในระหว่างคลอด และหลัง คลอด ดังนั้นโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลลุโบะสาวอจึงมีแนวคิดในการพัฒนากระบวนการในการดูแลหญิงมีครรภ์ โดยต้องได้รับการดูแลฝากครรภ์ระหว่างตั้งครรภ์โดยเจ้าหน้าที่สาธารณสุขครบ 5 ครั้ง ตามเกณฑ์ หญิงมีครรภ์มาฝากครรภ์ตั้งแต่อายุครรภ์ก่อน 12 สัปดาห์ครบถ้วนตามเป้าหมายที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดและมีประสิทธิภาพ ได้รับการตรวจและขัดทำความสะอาดฟันในหญิงตั้งครรภ์ทุกคน ซึ่งจะส่งผลถึงคุณภาพชีวิตมารดาและทารกมีสุขภาพดีตลอดระยะเวลาของการตั้งครรภ์ จนถึงสิ้นสุดการตั้งครรภ์
- เพื่อให้หญิงมีครรภ์ได้รับการดูแลก่อนคลอดอย่างมีประสิทธิภาพ
- เพื่อให้หญิงมีครรภ์รายใหม่ได้รับการเฝ้าระวังปัจจัยเสี่ยงและแก้ไขปัญหาสุขภาพอย่างทันท่วงที
- เพื่อช่วยลดอัตราป่วยตายและปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนในระยะของการตั้งครรภ์
- เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์รายใหม่ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากทุกราย
- เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์/สามีและผู้ปกครองเด็ก 0-5 ปีมีความรู้ความสามารถในการดูแลสุขภาพช่องปากของ ตนเองและบุตร
- เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์ได้ทราบถึงปัญหาสุขภาพช่องปากของตนเองและรับบริการทันตกรรมตามความจำเป็น
- กิจกรรมที่ 1 อบรมให้ความรู้หญิงตั้งครรภ์ เรื่องการตั้งครรภ์ในทรรศนะของศาสนาอิสลาม
- กิจกรรมที่ ๒ จ่ายอาหารเสริมสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะโลหิตจางและเสี่ยงต่อทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม
หญิงมีครรภ์รับรู้และตระหนักถึงภาวะเสี่ยงในขณะตั้งครรภ์ และสามารถเข้ารับบริการดูแลโดย เจ้าหน้าที่ตามเกณฑ์ของกระทรวงสาธารณสุข คือ ครบ 5 ครั้งตามเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพก่อนคลอด นอกจากนี้ยังสามารถลดอัตรามารดามีภาวะโลหิตจางและอัตราป่วยตายของทารกแรกคลอดอีกด้วย พร้อมด้วยหญิงตั้งครรภ์ได้รับการตรวจสุขภาพช่องปากทุกราย มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลช่องปาก และสามารถไปปฏิบัติในตนเองและบุตรได้อย่างถูกต้อง