โครงการส่งเสริมภาวะโภชนาการในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หมู่ 12 ตำบลน้ำผุด ปี 2568
โครงการส่งเสริมภาวะโภชนาการในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หมู่ 12 ตำบลน้ำผุด ปี 2568
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมภาวะโภชนาการในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หมู่ 12 ตำบลน้ำผุด ปี 2568 | |
| รหัสโครงการ | 68-L1498-2-027 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรม อสม. หมู่ที่ 12 ตำบลน้ำผุด | |
| วันที่อนุมัติ | 1 มีนาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568 | |
| งบประมาณ | 14,532.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ชมรม อสม. หมู่ที่ 12 ตำบลน้ำผุด | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
กลุ่มโรคไม่ติดต่อโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง นั้น เป็นชื่อเรียก กลุ่มโรคที่ไม่ได้มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค ไม่สามารถติดต่อได้ผ่านการสัมผัส คลุกคลี หรือ ติดต่อ ผ่านตัวนำโรค (พาหะ) หรือสารคัดหลั่งต่างๆ หากแต่เกิดจากปัจจัยต่างๆ ภายในร่างกาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการใช้ชีวิต ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอย่าง เหล้า บุหรี่ ขาดการออกกำลังกาย อาหารหวานมันเค็มจัด และมีความเครียด โรคไม่ติดต่อเรื้อรังมักจะค่อยๆ มีอาการและรุนแรงขึ้นทีละน้อยหากไม่ได้มีการรักษาควบคุม กลุ่ม อสม.หมู่ 12 ตำบลน้ำผุดเล็งเห็นว่าโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงนั้น ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
สถานการณ์ของโรคเบาหวานความกันหมู่ที่ 12 ตำบลน้ำผุดจากผลการคัดกรองประชากร 35 ปีขึ้นไปปี2564 พบกลุ่มเสี่ยงร้อยละ 20.33ปี2565 พบกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 33.96 ปี 2566 พบกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ 23.59และมีกลุ่มป่วยด้วยโรคเบาหวานร้อยละ 5.18 และความดันโลหิตสูงร้อยละ 11.ปี 2567 พบกลุ่มเสี่ยง ร้อยละ21.18และมีกลุ่มป่วยด้วยโรคเบาหวานร้อยละ 10.83 และความดันโลหิตสูงร้อยละ 22.16ซึ่งกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยในปี 2567 ลดลงจากปี 2565 และ2566 หลังจากได้จัดทำโครงการ ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การดูแลติดตาม หากไม่ได้ดำเนินการจัดทำโครงการอาจนำไปสู่การเกิด โรคหลอดเลือดสมอง โรคหัวใจขาดเลือด โรคทางเดินหายใจอุดกั้นเรื้อรัง ตามลำดับ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีรสหวาน มัน เค็ม ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ มีกิจกรรมทางกายไม่เพียงพอ โดยมีแนวโน้มการเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ส่วนมากเป็นกลุ่มประชากรวัยทำงาน แต่แท้จริงแล้ว กลุ่มโรค เรื้อรัง(NCDs Xนั้นสามารถป้องกันได้ เพราะ สาเหตุหรือปัจจัยเสี่ยงหลักนั้น เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยงของตัวเรานั่นเอง
จากสถานการณ์ของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ที่มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณหมู่12 ตำบลน้ำผุด จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมภาวะโภชนาการในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง หมู่ 1 2 ตำบลน้ำผุด ปี2568เพื่อเให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงสูง และกลุ่มป่วยได้รับการเยี่ยมติดตามประภาวะโภชนาการและวัดความดันโลหิตที่บ้าน ประชาชนได้รู้ภาวะสุขภาพของตนเอง และสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองเพื่อให้ลดการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงได้ต่อไป
- ประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยได้รับการส่งเสริมภาวะโภชนาการเพื่อได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่กลายเป็นกลุ่มป่วย
- เพื่อให้ประชาชนควบคุมภาวะของโรคให้อยู่ในสภาวะปกติ (ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี , ผู้ป่วยความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี)
- เพื่อให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยได้รับการติดตามวัดความดันและเจาะน้ำตาลที่บ้าน
- คัดเลือกเป้าหมายกลุ่มเสี่ยงกลุ่มป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- กำหนดแผนการนัดหมายคำนวณภาวะโภชนาการในกลุ่มเป้าหมาย
- ดำเนินการตรวจภาวะโภชนาการเป็นรายบุคคลและแนะนำให้คำปรึกษา
- จัดหาวัสดุในการคัดกรองให้เพียงพอ เครื่องวัดความดัน, เครื่องชั่งน้ำหนัก)จำนวนอาสาสมัครสาธารณสุข จำนวน 9 คน มีเตรื่องวัดความดันอยู่แล้ว 6 เครื่อง
- ให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องอาหาร โภชนาการ ที่เหมาะสมในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยที่ได้รับการคัดเลือก จำนวน 20 คน
- ติดตามผลการดำเนินงานการควบคุมภาวะโภชนาการในกลุ่มเป้าหมาย
- อาสาสมัครสาธารณสุขเยี่ยมติดตามกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน
- สรุปผลการดำเนินโครงการ รายงานผลต่อกองทุนหลักประกันสุขภาพ องค์การบริหารส่วนตำบลน้ำผุด
1.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานและความดันโลหิต
2.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยได้รับการส่งเสริมภาวะโภชนาการเพื่อได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมไม่กลายเป็นกลุ่มป่วย
3. ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยสามารถควบคุมสภาวะของโรคได้ (ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้, ผู้ป่วยความดันโลหิตสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้)
4.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มป่วยได้รับการติดตามวัดความดันและเจาะน้ำตาลที่บ้าน