โครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคช่องปากกลุ่มผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2568
| ชื่อโครงการ | โครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคช่องปากกลุ่มผู้สูงอายุ ปีงบประมาณ 2568 |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 2 สนับสนุนกิจกรรมสร้างเสริมสุขภาพ การป้องกันโรคของกลุ่มหรือองค์กรประชาชน/หน่วยงานอื่น |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | กลุ่มหรือองค์กรประชาชน |
| วันที่อนุมัติ | 14 มีนาคม 2568 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 มีนาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 15 ตุลาคม 2568 |
| งบประมาณ | 19,850.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน รพ.สต.บ้านผัง 50 |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน รพ.สต.บ้านผัง 50 |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลนิคมพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล |
| ละติจูด-ลองจิจูด | place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มผู้สูงอายุ | 150 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มผู้สูงอายุ : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
จากรายงานผลการสำรวจ สภาวะสุขภาพช่องปากแห่งชาติ ครั้งที่ 11 พ.ศ. 2567 พบว่ากลุ่มวัยสูงอายุ60-74 ปีในเขตชนบทมีฟันผุที่ยังไม่ได้รับการรักษาซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของ การสูญเสียฟันในอนาคต ร้อยละ 55 ซึ่งสูงกว่าเขตเมืองและกรุงเทพมหานคร ตรงข้ามกับผู้สูงอายุในชนบทมีฟันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 20 ซี่ จำนวนสูงกว่าผู้สูงอายุที่อยู่ในเมืองชัดเจน คือร้อยละ 63 และ 48 ตามลำดับ โดยเฉลี่ย ทั้งประเทศ ผู้สูงอายุมีฟันใช้งานได้ไม่น้อยกว่า 20 ซี่ ร้อยละ 57 นอกจากนี้ ในผู้สูงอายุ 80-89 ปี พบมีฟันแท้ใช้งานอย่างน้อย 20ซี่ ประมาณ 1 ใน 4 คือ ร้อยละ 24 คู่สบฟันหลังเป็นตัวชี วัดสำคัญในการวัดประสิทธิภาพการบดเคี้ยว ซึ่งควรมีอย่างน้อย 4 คู่สบ จึงจะ เพียงพอต่อการบดเคี้ยว พบว่ามีเพียง 3 คู่/คนในกลุ่มผู้สูงอายุ 60-74 ปีและลดลงอีกจนเหลือเพียง 1 คู่/คนเมื่ออายุ 80 ปี นั่นหมายถึง เมื่ออายุเพิ่มขึ้นประสิทธิภาพในการบดเคี้ยวอาหารของผู้สูงอายุไทยจะลดลง อย่างไรก็ตาม ผู้สูงอายุ 60-74 ปีที่อยู่ในชนบทร้อยละ 48 ยังคงมี คู่สบฟันหลัง อย่างน้อย 4 คู่ ซึ่งสูงกว่าผู้สูงอายุในเขตเมืองและกรุงเทพมหานคร ที่มีเพียง ร้อยละ 37 และ 38 ตามลำดับ สถานการณ์ที่สะท้อนปัญหาที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุมากที่สุด คือ การปราศจากฟันแท้ทั้งปาก ซึ่งพบร้อยละ 7.2 ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุจึงเป็นเรื่องที่สำคัญต่อการมีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี
จากการดำเนินการคัดกรองโดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านผัง 50 ในกลุ่มผู้สูงอายุด้านที่ 9 สุขภาพช่องปาก ในปี 2567 พบว่า กลุ่มผู้สูงอายุ ได้รับการคัดกรอง 328 คน ผลการคัดกรอง พบว่า พบกลุ่มที่มีความผิดปกติและเจ็บปวดในช่องปากรวม 135 คน คิดเป็นร้อยละ 41.16 โดยแยกตามรายหมู่ได้ดังดังนี้ ผู้สูงอายุหมู่ 4 จำนวน 134 คน มีความเจ็บปวดในช่องปาก 36 คน หมู่ 5 จำนวน 100 คน เจ็บปวดในช่องปาก 52 คน และหมู่ 6 จำนวน 94 คน เจ็บปวดในช่องปาก 47 คน นอกจากนี้พบว่า หลังการติดตามกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความปวดในช่องปาก อสม.ได้มีการติดตามและลงพื้นที่ ในเดือน สิงหาคม ๒๕๖๗ พบว่า กลุ่มเสี่ยงที่เฝ้าติดตาม ผ่านการดูแลและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแต่ยังคงมีความปวดอยู่
ดังนั้น ชมรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านผัง 50 จึงได้จัดทำ โครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในช่องปากกลุ่มผู้สูงอายุ มีแนวคิดการดำเนินงาน คือ การสร้างความ ตระหนักการดูแลช่องปากด้วยตนเองของผู้สูงอายุและฝึกทักษะการแปรงฟันจัดบริการตรวจ ส่งเสริมป้องกันและรักษาช่องปากเบื้องต้น ค้นหาผู้ที่จำเป็นต้องได้ฟันเทียม และส่งต่อถ้าจำเป็นต่อไป
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | ๑. เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความรู้ ทักษะ และดูแลสุขภาพช่องปากของตนเองได้ 2. เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับบริการตรวจ ส่งเสริมป้องกันและรักษาช่องปากเบื้องต้นโดย อสม. 3. เพื่อให้ผู้สูงอายุที่มีปัญหาได้รับการตรวจยืนยันสุขภาพช่องปากโดยทันตแพทย์
|
| รวมทั้งสิ้น | 0 | 0.00 | 0 | 0.00 | 0.00 |
- ผู้สูงอายุสามารถดูแลช่องปากและฟันของตนเองได้
- ผู้สูงอายุมีสุขภาพช่องปากและคุณภาพชีวิตที่ดี
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2568 10:02 น.