โครงการลดละเลิกภาชนะโฟม(์No fome)
โครงการลดละเลิกภาชนะโฟม(์No fome)
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการลดละเลิกภาชนะโฟม(์No fome) | |
| รหัสโครงการ | L30226112 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าไหม้ | |
| วันที่อนุมัติ | 12 ธันวาคม 2560 | |
| ปี | 2561 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กุมภาพันธ์ 2561 - 31 กรกฎาคม 2561 | |
| งบประมาณ | 6,100.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายลุกมันเจะมะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลดอนทราย อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี |
ปัจจุบันรัฐบาลได้กำหนดยุทธศาสตร์ชาติในระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ.๒๕๖๐-๒๕๗๙) เพื่อความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ของประเทศตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทั้งภาครัฐและเอกชนต่างรับนโยบายดังกล่าวนำมาปฏิบัติเพื่อร่วมกันพัฒนาประเทศไปสู่ความมั่งคงทั้งฐานทรัพยากร เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคนในชาติ การเลือกบริโภคของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องวางแผนเพื่อจัดการคุณภาพชีวิตของตนเอง ในการเลือกจับจ่ายซื้อของ ในส่วนที่เป็นอาหารเพื่อนำมาบริโภคในแต่ละวัน ต้องคำนึงถึงประโยชน์ต่อสุขภาพไม่เป็นโทษและการใช้ชีวิตในประจำวันที่มีความสุข การเลือกอุปกรณ์บรรจุอาหารก็เป็นสิ่งสำคัญ อาหารสด อาหารปรุงสุกใหม่ อร่อยน่ารับประทาน แต่หากภาชนะบรรจุอาหารไม่ได้มาตรฐาน ก็สามารถเกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ ภาชนะบรรจุอาหารชนิดโฟม ซึ่งโฟม (Fome) เป็นผลิตภัณฑ์จากพลาสติก ที่ทำการใช้สารเร่ง (additive) หรือยาพอง (Blowing Agente) ทำให้เกิดการฟู และพองตัว จากการใช้ความร้อนสูง ประกอบกับการอัดลงในแม่พิมพ์ (Mold) ที่มีรูปร่างต่างๆ ที่ต้องการ คุณสมบัติที่ได้คือ มีน้ำหนักเบา ทำเป็นรูปลักษณะต่างๆ ได้ดี และเป็นฉนวนความร้อน จึงทำให้โฟมเป็นที่นิยมในการนำมาทำเป็นภาชนะบรรจุหรือหีบห่ออาหารทั่วไป ทั้งอาหารสด ผักสด อาหารพร้อมปรุง และอาหารปรุงสำเร็จ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดการถนอมอาหารให้คงสภาพอยู่ได้นานสะดวกในการขนส่งและวางจำหน่าย ปัจจุบันพบว่า ผู้ประกอบการค้าอาหารมักนิยมใช้กล่องโฟม เป็นภาชนะบรรจุอาหาร เช่น ข้าวผัด ข้าวผัดกะเพราไข่ดาว ข้าวต้ม ผัดไทย เป็นต้น เนื่องจากสะดวก ใช้ง่าย รวดเร็ว และราคาถูก อย่างไรก็ตามการนำภาชนะโฟมมาบรรจุอาหารร้อนจำเป็นต้องใช้อย่างระมัดระวัง เนื่องจาก ภาชนะโฟมที่สัมผัสกับอาหารร้อนจัดเป็นเวลานาน อาจทำให้โฟมเสียรูปทรงและอาจหลอมละลายจนมีสารสไตรีนปนเปื้อนมากับอาหารได้ โดยปริมาณการละลายออกมาของสารสไตรีนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปัจจัย ๓ ชนิด คือ (๑)ไขมันในอาหาร (๒)ระยะเวลา และ (๓)อุณหภูมิระหว่างการสัมผัสของอาหารกับภาชนะ ซึ่งอาหารที่มีไขมันสูงจะทำให้มีการละลายของสารสไตรีนออกมามากกว่าอาหารที่ไม่มีไขมันเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น การเลิกใช้ภาชนะโฟมในการบรรจุอาหารร้อน หรืออาหารทอด หันมาใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ใบตอง ชานอ้อย กระดาษfooddrade พลาสติกชีวภาพ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ดีต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม โดยในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล บ้านป่าไหม้ ร่วมกับ กองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลดอนทราย ได้ดำเนินจัดทำโครงการ ลด ละ เลิก ภาชนะโฟม(No fome) เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค ลดการเกิดขยะจากภาชนะโฟมที่เพิ่มขึ้น และต้อนรับการท่องเที่ยวที่เป็นเศรษฐกิจของตำบลดอนทราย
- ๒.๑ เพื่อให้ผู้ประกอบร้านค้า/แผงลอย ลดปริมาณการใช้ภาชนะโฟม และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ
- เพื่อเผยแพร่ความรู้ สร้างความตระหนัก ภัยอันตรายจากภาชนะโฟมบรรจุอาหาร
- ติดตามประเมินผล
ขั้นเตรียมการ ๑. รวบรวมข้อมูลผู้ประกอบการร้านค้า/แผงลอย ในเขตพื้นที่ จุดชมวิวหาดป่าไหม้ ๒. ประชาสัมพันธ์เชิญผู้ประกอบการร้านค้า/แผงลอย ร่วมกันประชุมและหาข้อตกลง ๓. เตรียมเอกสาร และอุปกรณ์ต่างๆ เพื่อใช้ในการอบรม
ขั้นดำเนินการ ๑. ประชุมชี้แจงแผนโครงการและสถานการณ์การใช้ภาชนะโฟมในพื้นที่ให้แก่ผู้รับผิดชอบงานและ อสม. ๒. เสนอโครงการเพื่อของบประมาณจากกองทุนหลักประกันสุขภาพตำบลดอนทราย ๓. จัดอบรมให้ความรู้เรื่องรู้ทันภัยอันตรายจากภาชนะบรรจุอาหารชนิดโฟมให้กับผู้ประกอบการร้านค้า/แผงลอย ในเรื่องดังต่อไปนี้ ๓.๑ สถานการณ์การใช้ภาชนะโฟมในปัจจุบัน ๓.๒ อันตรายจากภาชนะบรรจุอาหารชนิดโฟม ๓.๓ ผลิตภัณฑ์บรรจุอาหารที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ๔. ทำข้อตกลงการลดปริมาณการใช้ภาชนะบรรจุอาหารชนิดโฟม ๔.๑ ติดตามตรวจร้านแผงลอย ๔.๒ มอบป้ายร้านแผงลอยปลอดโฟม ๕. จัดหาอุปกรณ์ในการใช้จัดการอบรม
ขั้นประเมินผล ๑. ประเมินผลการดำเนินโครงการ ค้นหาปัญหาอุปสรรคการดำเนินโครงการและหาวิธีดำเนินการแก้ไข
๘.๑ ผู้ประกอบการร้านค้าแผงลอยมีความรู้ในเรื่องภัยอันตรายจากภาชนะบรรจุอาหารชนิดโฟมและลดปริมาณการใช้ ๘.๒ ลดปริมาณขยะที่เป็นภาชนะบรรจุอาหารชนิดโฟมในพื้นที่ ๘.๓ สร้างภูมิทัศน์ที่สะอาดบริเวณชายหาดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว