โครงการสิโป พิชิตฟันดี
โครงการสิโป พิชิตฟันดี
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการสิโป พิชิตฟันดี | |
| รหัสโครงการ | 68-L2503-02-13 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงเรียนบ้านสิโป | |
| วันที่อนุมัติ | 26 สิงหาคม 2568 | |
| ปี | 2568 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 16 กันยายน 2568 - 17 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 59,260.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | น.ส.นูรีดา วาเต๊ะ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลเฉลิม อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส |
- จากการสำรวจสภาวะช่องปากของเด็กนักเรียนตามระบจากการสำรวจสภาวะช่องปากของเด็กนักเรียนตามระบบรายงานเฝ้าระวังและส่งเสริมทันตสุขภาพปีงบประมาณ 2566 พบว่า เด็กนักเรียนมีปัญหาคราบหินปูนและฟันถาวรผุ จากข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงสภาพของปัญหาทางทันตสุขภาพในนักเรียน ขนาด 80.00
ด้วยความเจริญทางด้านเทคโนโลยีความทันสมัยทำให้เด็กในยุคนี้เป็นเด็กที่ติดกับการบริโภคนิยมทั้งทางด้านวัตถุ สิ่งของ อาหารเด็กส่วนมากมักบริโภคอาหารที่ไม่มีประโยชน์เช่นขนมขบเคี้ยว ทอฟฟี่ ช็อคโกแลต ขนมหวานต่างๆ ซึ่งในยุคปัจจุบันเด็กมีการบริโภคขนมคบเคี้ยวกันอย่างแพร่หลาย ขนมแต่ละชนิดมีส่วนผสมของน้ำตาลในปริมาณมาก โดยเฉพาะลูกกวาด ลูกอม ซึ่งมีสีสันสวยงาม ทำให้เด็กชอบซื้อมากินอยู่เสมอ หากนักเรียนกินลูกอม และขนมขบเคี้ยวแล้วไม่รักษาดูแลสุขภาพในช่องปาก จะทำให้เด็กมีปัญหาเรื่องฟันผุ ซึ่งปัญหานี้มักเกิดขึ้นกับเด็กเป็นส่วนมาก การที่จะปลูกฝังให้เด็กรักการแปรงฟันนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น สิ่งที่จะช่วยให้ปัญหาฟันผุลดน้อยลง การที่เด็กจะปฏิบัติได้อย่างสม่ำเสมอนั้นต้องมีแรงจูงใจหรือการกระทำร่วมกันเป็นกลุ่ม การแปรงฟันที่ถูกวิธีอาจส่งผลทำให้สุขภาพในช่องปากที่ไม่ดี ฟันผุการส่งเสริมดูแลช่องปากนอกจากให้นักเรียนแปรงฟันแล้วยังต้องมีพื้นที่เก็บแปรงสีฟันที่โรงเรียนอย่างเหมาะสมด้วย สะอาด เนื่องจากหากไม่มีพื้นที่เก็บแปรงสีฟัน นักเรียนที่ลืมแปรงสีฟันที่บ้านก็จะไม่แปรงฟันดังนั้นผู้จัดทำโครงการจึงคิดว่าจะมีการจัดทำโครงการ”สิโปพิชิตฟันดี”ขึ้นในโรงเรียนโดยเริ่มจากกลุ่มนักเรียนอนุบาล และ ระดับประถมศึกษา ได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆจะเป็นการส่งเสริมให้เด็กรู้จักดูแลสุขภาพของตัวเองโรงเรียนบ้านสิโปได้ให้ความสำคัญและแก้ปัญหาดังกล่าวโดยมีการส่งเสริมการแปรงฟันในโรงเรียนและการสร้างนวัตกรรมที่เก็บแปรงสีฟันโดยจัดทำโครงการกิจกรรมของการแปรงฟันหลังอาหารกลางวัน และดูแลเก็บแปรงสีฟันที่โรงเรียนเพื่อให้เป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้นักเรียนรักษาสุขภาพปากและฟันของตนเองจนเกิดเป็นนิสัยในอนาคต
- 1. เพื่อให้เด็กนักเรียนมีความรู้ทางทันตสุขภาพและสามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 2. เพื่อลดอัตราการเกิดโรคในระบบช่องปากและฟันของนักเรียน 3. เพื่อส่งเสริมให้ชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาทางทันตสุขภาพและมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา 4.เพื่อเสริมสร้างทัศนคติที่ดีของนักเรียนในการดูแลความสะอาดของช่องปากและฟัน
- การจัดซื้อจัดจ้างวัสดุอุปกรณ์ในการจัดโครงการ
- จัดอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับทันตสุขภาพ
- อบรมให้ความรู้กัเด็กนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 - ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
1.เด็กนักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพช่องปากและฟันที่ถูกต้องและนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน 2.จำนวนนักเรียนที่มีปัญหาทางสุขภาพช่องปากและฟันมีจำนวนลดลง 3.ชุมชนเห็นความสำคัญของปัญหาทางทันตสุขภาพและให้ความร่วมมือในการแก้ปํญหา 4.นักเรียนมีจิตสำนึกในการดูแลรักษาสุขภาพของตนเอง