ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมความรู้และการตรวจค้นหาสารเคมีในกระแสเลือด ในประชาชนเขตหมู่ที่ 2 3 5 ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
| ชื่อโครงการ | ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการส่งเสริมความรู้และการตรวจค้นหาสารเคมีในกระแสเลือด ในประชาชนเขตหมู่ที่ 2 3 5 ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง |
| ประเภทโครงการ | |
| รหัสโครงการ | 68-L1460-01-04 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 1 สนับสนุนการจัดบริการสาธารณสุขของ หน่วยบริการ/สถานบริการ/หน่วยงานสาธารณสุข |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยบริการหรือสถานบริการสาธารณสุข เช่น รพ.สต. |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกันตังใต้ |
| วันที่อนุมัติ | 7 กุมภาพันธ์ 2568 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2568 - 31 สิงหาคม 2568 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 15 กันยายน 2568 |
| งบประมาณ | 11,980.00 บาท |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | รักษาราชการแทนผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกันตังใต้ |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 7.338,99.515place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง | 60 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง : |
||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
ประชาชนส่วนใหญ่ทำอาชีพทำสวน และเกษตรกร ซึ่งเป็นอาชีพที่มีการใช้สารเคมีประเภทพ่น ฝัง ซึ่งสารเคมีเหล่านี้จะถูกผสมอยู่ในปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า ซึ่งเป็นสารเคมีที่ไม่ทำให้ร่างกายเป็นอันตรายอย่างเห็นได้ชัดในระยะเวลาอันสั้น แต่จะเป็นการสะสมอยู่ในกระแสเลือดและอาจทำให้เกิดเซลล์มะเร็งได้ในอนาคต
สถานการณ์โรคและภัยสุขภาพจากสารเคมีในปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นว่าแนวโน้มการนำเข้าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราป่วยของโรคจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่งสูงขึ้นเช่นกัน กลุ่มเกษตรกรเป็นกลุ่มแรงงานที่สำคัญของประเทศ และยังคงมีปัญหาการเจ็บป่วยจากพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืช และสารกำจัดแมลง ซึ่งอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชดังกล่าวทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง อาการแสดงเฉียบพลันมีตั้งแต่ระดับเล็กน้อยจนรุนแรงถึงแก่ชีวิตขึ้นอยู่กับระดับความเข้มข้น ความเป็นพิษและปริมาณที่ได้รับ ส่วนอาการเรื้อรังสารเคมีกำจัดศัตรูพืชจะสะสมในระบบต่างๆ ของร่างกายทำให้เกิดความผิดปกติในร่างกาย
สารเคมีที่เข้าไปสะสมจะไปทำลายอวัยวะภายในร่างกาย เช่น ตับ ไต ปอด สมอง ผิวหนัง ระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และตา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าจะได้รับสารเคมีเข้าสู่ร่างกายทางใด และปริมาณมากน้อยเพียงใด ส่วนใหญ่แล้วการที่อวัยวะภายในร่างกายได้สะสมสารเคมีไว้จนจนถึงขีดที่ร่างกายไม่อาจทนได้ จนแสดงอาการต่างๆขึ้นมา เช่น โรคมะเร็ง โรคต่อมไร้ท่อ โรคเลือด และระบบภูมิคุ้มกัน เป็นต้น สารเคมีกำจัดศัตรูพืชสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง โดยการสัมผัสทางผิวหนัง การสูดหายใจเอาละอองสารเคมีที่ฟุ้งกระจายในอากาศ และการรับประทานน้ำและอาหารที่มีสารเคมีปนเปื้อน ซึ่งพฤติกรรมการใช้สารเคมีที่ไม่ปลอดภัยนั้น ทำให้เกษตรกรผู้อาศัยในชุมชนและผู้บริโภคมีความเสี่ยงจากการได้รับอันตรายจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเพิ่มขึ้น ในส่วนของการตรวจวิเคราะห์หาสารพวกออร์กาโนฟอสเฟตหรือคาร์บาเมท จากอวัยวะต่างๆ หรือจากเลือดมักจะได้ผลไม่ดี เนื่องจากสารพิษเหล่านั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในร่างกายอย่างรวดเร็ว โดยเกิดปฏิกิริยาทางเคมีหลายอย่าง จึงนิยมใช้วิธีตรวจหาระดับของเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase Enzyme) ในเลือดและอวัยวะต่างๆ เป็นการยืนยันการเป็นพิษแทน เพราะสารเคมีทั้งสองกลุ่มนี้มีความสัมพันธ์เกี่ยวโยงกับเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase Enzyme) ซึ่งสามารถตรวจหาเอนไซม์โคลีนเอสเตอเรส (Cholinesterase Enzyme) โดยใช้กระดาษทดสอบพิเศษขององค์การเภสัชกรรม
การตรวจคัดกรองความเสี่ยงจากพิษตกค้างในกระแสเลือดของสารเคมีต่างๆ จะเป็นการตรวจเพื่อค้นหาความเสี่ยงต่อการมีสารเคมีในกระแสเลือดอยู่ในระดับที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาหรือไม่ ซึ่งผลของการคัดกรอวความเสี่ยงจะทำให้เกิดความตะหนัก นำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้สารเคมี และสามารถป้องกันตนเองในการใช้สารเคมีได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสม
โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกันตังใต้ จึงเล็งเห็นความสำคัญจึงเล็งเห็นความสำคัญของสุขภาพประชาชนในพื้นที่ จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมความรู้และการตรวจค้นหาสารเคมีใรกระแสเลือดในประชาชนหมู่ที่ 2 3 5 ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง เพื่อให้ประชาชนและเกษตรกรกลุ่มเสี่ยงในบ้านพื้นที่ ได้รับการตรวจสุขภาพและเจาะเลือดเพื่อดูว่ามีปริมาณสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดอยู่ในระดับใดเพื่อทำการเฝ้าระวังต่อไป
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | ข้อที่ 1เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับสารเคมีที่สามารถตกค้างและเป้นอันตราย ประชาชน อย่างน้อยร้อยละ 70 |
||
| 2 | ข้อที่ 1เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับสารเคมีที่สามารถตกค้างและเป้นอันตราย ประชาชน อย่างน้อยร้อยละ 70 |
||
| 3 | ข้อที่ 1เพื่อให้ประชาชนมีความรู้เกี่ยวกับสารเคมีที่สามารถตกค้างและเป้นอันตราย ประชาชน อย่างน้อยร้อยละ 70 |
||
| 4 | ข้อที่ 2 เพื่อให้ได้รับการตรวจค้นหาสารเคมีตกค้างในกระแสเลือด ประชาชน อย่างน้อยร้อยละ 70 |
||
| 5 | ข้อที่ 3 เพื่อให้ประชาชนที่มีความเสี่ยงต่อสารเคมีตกค้างในกระแสเลือดได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและเหมาะสม ประชาชนกลุ่มเสี่ยงได้รับการส่ต่อเพื่อการรักษา ร้อยละ 100 |
| ลำดับ | กิจกรรมหลัก | งบประมาณ | ก.ค. 68 | ส.ค. 68 |
|---|---|---|---|---|
| 1 | 1.ให้ความรู้(1 ก.ค. 2568-31 ส.ค. 2568) | 5,000.00 | ||
| 2 | 2.เจาะเลือดเพื่อค้นหาสารเคมี(1 ก.ค. 2568-31 ส.ค. 2568) | 6,980.00 | ||
| รวม | 11,980.00 |
| 1 1.ให้ความรู้ | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรมย่อย | 60 | 5,000.00 | 0 | 0.00 | 5,000.00 | |
| 1 ก.ค. 68 - 31 ส.ค. 68 | 1.ให้ความรู้ | 60 | 5,000.00 | - | - | ||
| 2 2.เจาะเลือดเพื่อค้นหาสารเคมี | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรมย่อย | 60 | 6,980.00 | 0 | 0.00 | 6,980.00 | |
| 1 ก.ค. 68 - 31 ส.ค. 68 | 2.เจาะเลือดเพื่อค้นหาสารเคมี | 60 | 6,980.00 | - | - | ||
| รวมทั้งสิ้น | 120 | 11,980.00 | 0 | 0.00 | 11,980.00 | ||
หญิงวัยเจริญพันธ์ ได้รับการตรวจคัดกรองค่าความเข้มข้นเลือด และได้รับการรักษาอย่างถูกต้อง
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2568 10:54 น.