กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

directions_run

โครงการออกกำลังกายประสานจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในนักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะเคี่ยม

กองทุนสุขภาพตำบล อบต.กันตังใต้

โครงการออกกำลังกายประสานจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในนักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะเคี่ยม

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการออกกำลังกายประสานจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในนักเรียนโรงเรียนบ้านเกาะเคี่ยม
รหัสโครงการ 68-L1460-01-06
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะเคี่ยม
วันที่อนุมัติ 17 มิถุนายน 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 2 มิถุนายน 2568 - 30 กันยายน 2568
งบประมาณ 21,673.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะเคี่ยม
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลกันตังใต้ อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง
ประเด็น
แผนงานกิจกรรมทางกาย , แผนงานเด็ก เยาวชน ครอบครัว
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล

หลักการและเหตุผล
      เศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทยมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิตมีการแข่งขันสร้างความมั่นคงให้แก่ครอบครัว นิยมวัฒนธรรมตะวันตกมากขึ้น จึงทำให้วิถีชีวิตมีการเปลี่ยนแปลง มีการเคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง ขาดการออกกำลังกาย ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยได้ จากข้อมูลปัจจุบันที่ระบุว่าการ “ขาดการออกกําลังกาย” หรือการ “ขาดกิจกรรมทางกาย” เป็นปัจจัยเสี่ยงอันดับที่ 4 ของการเสียชีวิตทั่วโลกนั้น ในขณะที่ “โรคอ้วน” (Obesity) สามารถนําไปสู่ผลเสียต่อสุขภาพที่ส่งผลกระทบต่อเกือบทุกระบบในร่างกาย หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ทําการรักษาโรคเหล่านี้ร่วมกับโรคประจําตัว จะยิ่งรุนแรงเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป การสนับสนุนให้มีกิจกรรมทางกายที่เหมาะสมและเพียงพอกับเด็กและบุคคลทุกเพศวัยในแต่ละวันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นการกระตุ้นและพัฒนาส่งเสริมให้ร่างกาย หัวใจ ปอด หลอดเลือด กล้ามเนื้อ ข้อต่อ และระบบประสาท ได้ทํางานเพิ่มขึ้นกว่าปกติในแต่ละครั้งตามหลักการของการออกกําลังกาย ทําให้เกิดการเผาผลาญและการใช้พลังงานของร่างกายอย่างมีคุณค่าและมีคุณภาพเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจโดยตรง นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นและสร้างภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นอันตรายได้อย่างดี       สื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทมากไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือ สื่อสารต่างๆ หรือสิ่งเร้าที่อยู่รอบตัวนักเรียน เช่น เพื่อน หรือแม้แต่ตัวครูผู้สอน รวมไปถึงสภาพแวดล้อมต่างๆ ทำให้นักเรียนขาดสมาธิในการเรียน การรับฟังไปบางช่วง ส่วนมากจากการสังเกต นักเรียนจะรับฟังข้อมูล จากครูได้ไม่เกิน30นาทีหลังจากนั้นนักเรียนจะขาดสมาธิในการทำงาน หรือรับฟังสิ่งต่างๆ ทำให้เกิด อุปสรรคในการเรียนรู้และรับรู้ของนักเรียน โรคสมาธิสั้น (Attention Deficit / Hyperativity Disorder) เป็นโรคทางจิตเวชที่พบบ่อย ร้อยละ 3-10 ของเด็กวัยเรียน อายุ 5-12 ปี โดยพบในเพศชายมากกว่าเพศหญิง 3-4 เท่า (วินัดดา ปิยะศิลป์, 2550) การรักษาเด็กสมาธิสั้นที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด คือ การผสมผสานการรักษาหลายๆ ด้าน ดังต่อไปนี้เข้าด้วยกัน เช่น การกินยาควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการ ช่วยเหลือทางด้านจิตใจสำหรับเด็ก และการช่วยเหลือทางด้านการเรียน เป็นต้น เนื่องจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเป็นวิธีช่วยเหลือเด็กสมาธิสั้นที่มีความสำคัญวิธีหนึ่ง ซึ่งช่วยให้เด็กเรียนรู้การควบคุมตัวเองเพื่อหลีกเลี่ยงผลเสียที่เกิดขึ้นจากพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม (ชาญวิทย์พรนภดล, 2556) ปัญหาเกี่ยวกับสมาธิของตัวผู้เรียนที่มักจะหลุดลอย ล่องลอยออกจากครู และบทเรียน พูดคุยกับเพื่อน และกระทำสิ่งอื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเรียน เป็นปัญหาในการสอนสำหรับครูเป็นอย่างมาก         สมาธิบำบัด SKT คือการทำสมาธิที่เกิดจากการผสานศาสนศาสตร์และวิทยาศาสตร์เพื่อพัฒนาร่างกายให้สามารถเยียวยาตัวเองได้โดยมีหลักการสำคัญคือ ปรับการทำงานของร่างกายทั้งระบบให้อยู่ในภาวะปกติ โดยนำองค์ความรู้ทั้งเรื่องสมาธิ โยคะ ชี่กง การออกกำลังกายแบบยืดเหยียด การปฏิบัติสมาธิด้วยเทคนิคการหายใจ และการควบคุมประสาทสัมผัสทางตาและหู ผสมผสานกัน จนพัฒนาเป็นรูปแบบสมาธิบำบัดแบบใหม่ขึ้น 8 เทคนิค หรือเรียกว่า SKT 1-8 ศาสตราจารย์ ดร.สมพร กันทรดุษฎี เตรียมชัยศรี ใช้เวลาวิจัยและทดลองเยียวยาผู้ป่วยมานานกว่า 20 ปี จนได้ผลสรุปออกมาเป็นเทคนิค 8 เทคนิค ทำให้ผู้ฝึกมีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเรียน พร้อมๆกับการออกกำลังกายแบบยืดเหยียด สามารถทำควบคู่ไปกับการรักษาโรคได้หลากหลาย เป็นการดูแลและเยียวยาตนเองโดยไม่ใช้งบประมาณ และสามารถทำได้ทุกที่ เวลา เพศ วัย ศาสนา ทดสอบแล้วว่าไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ปฏิบัติ       โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านเกาะเคี่ยม เล็งเห็นความสำคัญของ การสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในการเรียนของนักเรียน โดยมีวัตถุประสงค์ ให้นักเรียนมีความรู้ มีทักษะ มีแกนนำและมีกิจกรรมการออกกำลังกายประสานจิต SKT ในโรงเรียน เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในการเรียน ทำให้นักเรียนมีสุขภาพที่แข็งแรงและมีสมาธิในการเรียนหนังสือเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอนต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. 1.นักเรียนมีความรู้การออกกำลังกายประสานจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในการเรียน
  2. 2.นักเรียนมีทักษะการออกกำลังกายประสานจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในการเรียน
  3. 3.โรงเรียนมีแกนนำการออกกำลังกายบริหารจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในการเรียน
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. 1.ขั้นเตรียมการ
  2. 2. ขั้นดำเนินการ
  3. 1.1 จัดทำรายละเอียดโครงการ 1.2 ติดต่อเชิญวิทยากร 1.3 เสนอโครงการเพื่อขออนุมัติ 1.4 แจ้งประชาสัมพันธ์โครงการ 1.5 จัดทำเอกสารประกอบการประชุมอบรม
  4. 2.1 ให้ความรู้การออกกำลังกายประสานจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในการเรียน 2.2 ฝึกทักษะการออกกำลังกายประสานจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในการเรียน 2.3 สร้างแกนนำการออกกำลังกายประสานจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและสมาธิในการเรียน 2.4 ถอดบทเร
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

นักเรียนมีความตระหนักในการออกกำลังกายประสานจิต SKT เพื่อสร้างเสริมสุขภาพและมีสมาธิในการเรียน ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค และมีกิจกรรมในโรงเรียนเป็นประจำ ส่งผลให้นักเรียนมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ เพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอน