โครงการป้องกันเด็กติดในรถสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลจะรัง ประจำปี 2568
| ชื่อโครงการ | โครงการป้องกันเด็กติดในรถสำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลจะรัง ประจำปี 2568 |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 68-L3037-03-08 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 3 สนับสนุนหน่วยงานที่มีหน้ารับผิดชอบเกี่ยวกับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงเรียน |
| วันที่อนุมัติ | 18 กรกฎาคม 2568 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 1 กรกฎาคม 2568 - 30 กันยายน 2568 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 30 กันยายน 2568 |
| งบประมาณ | 9,450.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลจะรัง |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลจะรัง |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลจะรัง อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.843,101.45place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน | 100 | keyboard_arrow_down |
กิจกรรมหลักตามกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเด็กเล็กและเด็กก่อนวัยเรียน : |
||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ | ||
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
จากสภาพการณ์ในปัจจุบัน ปัญหาการเกิดอุบัติเหตุเกี่ยวกับการลืมเด็กนักเรียนไว้ในรถรับ-ส่งไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ส่วนตัวหรือรถรับ-ส่งของโรงเรียน เกิดเหตุการณ์บ่อยครั้งมากขึ้น จากการลืมเด็กในรถ จนทำให้เด็กขาดอากาศหายใจ นำไปสู่การเสียชีวิต ซึ่งศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลจะรังมีการให้บริการรับส่งเด็กนักเรียน เพื่อเป็นการป้องกันการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว จึงต้องป้องกันก่อนจะเกิดเหตุ โดยสอนให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้ระบบการทำงานของรถยนต์เท่าที่จำเป็นเฉพาะเพื่อเอาตัวรอด ประกอบด้วย แนะนำเกี่ยวกับระบบเซ็นทรัลล็อคของรถยนต์ แนะนำเกี่ยวกับระบบป้องกันการเปิดจากด้านใน การลดกระจกประตูรถ การใช้สัญญาณไฟฉุกเฉิน การใช้แตร และแนะนำให้เด็กมาเปิดประตูจากฝั่งคนขับ จากนั้นก็ต้องทดลองให้เด็กลองปฏิบัติจริง ด้วยสาเหตุดังกล่าวศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตำบลจะรัง สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลจะรัง เล็งเห็นว่าควรจัดโครงการให้ความรู้แก่เด็กปฐมวัยในสังกัด เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือตัวเองเมื่อติดอยู่ในรถยนต์ อีกทั้งเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดจนมีความสูญเสียขึ้นอีก นอกจากนั้นควรสร้างองค์ความรู้ให้แก่ครูผู้ดูแลเด็กในเรื่องดังกล่าวด้วย เพื่อสร้างความใส่ใจ เพราะถึงแม้จะสอนให้เด็กมีความรู้ไว้แก้ไขสถานการณ์คับขัน แต่ผู้ใหญ่ต้องมีสติตลอดเวลา ตรวจตราภายในรถยนต์ให้ละเอียดรอบคอบว่า ไม่ลืมเด็กไว้ในรถ เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับครูและผู้ปกครอง หากถ้าพลาดพลั้งไปจะเป็นความสูญเสียที่ไม่อาจหวนคืน
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี |
|---|
| ลำดับ | กิจกรรมหลัก | งบประมาณ | ก.ค. 68 | ส.ค. 68 | ก.ย. 68 |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | กิจกรรม(1 ก.ค. 2568-30 ก.ย. 2568) | 9,450.00 | |||
| รวม | 9,450.00 |
| 1 กิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
more_vert | |
| วันที่ | กิจกรรมย่อย | 110 | 9,450.00 | 0 | 0.00 | 9,450.00 | |
| 1 ก.ค. 68 - 30 ก.ย. 68 | จัดกิจกรรม | 110 | 9,450.00 | - | - | more_vert | |
| รวมทั้งสิ้น | 110 | 9,450.00 | 0 | 0.00 | 9,450.00 | ||
6.1 เด็กปฐมวัยเรียนรู้วิธีการปลดล็อคประตูรถเมื่อติดอยู่ในรถยนต์ ร้อยละ 100 6.2 เด็กปฐมวัยเรียนรู้การเอาตัวรอดโดยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อติดอยู่ในรถ หากไม่สามารถลงจากรถยนต์ได้ อย่างน้อยร้อยละ 80 6.3 ครูได้เรียนรู้วิธีการทำงานของแตรรถยนต์ สัญญาณไฟฉุกเฉิน กระจกรถ และระบบล็อคประตูของรถ เพื่อจะได้สอนให้เด็กได้เรียนรู้การเอาตัวรอดเมื่อติดอยู่ในรถอย่างสม่ำเสมอ และมีความตระหนักให้มีการตรวจตราภายในรถยนต์ให้ละเอียดรอบคอบว่าไม่ลืมเด็กไว้ในรถทุกครั้งก่อนลงจากรถ ร้อยละ 100
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2568 10:29 น.