กองทุนสุขภาพตำบล - กองทุนหลักประกันสุขภาพท้องถิ่น - กปท

โครงการชีวิตดี วิถีใหม่ ห่างไกลโรค NCDs

รายละเอียดโครงการ
รายละเอียดโครงการ
ชื่อโครงการ/กิจกรรม โครงการชีวิตดี วิถีใหม่ ห่างไกลโรค NCDs
รหัสโครงการ 68-L2524-1-0010
ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าไผ่
วันที่อนุมัติ 3 กรกฎาคม 2568
ปี 2568
ระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 กรกฎาคม 2568 - 29 ธันวาคม 2568
งบประมาณ 15,000.00
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางสาวอาณิต้า ดามัน
พื้นที่ดำเนินการ ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส
ประเด็น
แผนงานโรคเรื้อรัง
สถานการณ์/หลักการและเหตุผล
  1. ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 60.00
  2. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 50.00
  3. ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA) ขนาด 90.00
  4. ร้อยละของประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ขนาด 60.00
  5. ร้อยละของประชาชนที่มีป่วยด้วยโรคมะเร็งปากมดลูก ขนาด 60.00

หลักการและเหตุผล กลุ่มโรค NCDs (Noncommunicable diseases หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง) เป็นโรคที่เกิดจากนิสัยหรือพฤติกรรมการดำเนิน เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงโรคอ้วน ลงพุง โรคหัวใจ และหลอดเลือด โรคถุงลมโปร่งพอง และโรคมะเร็ง ซึ่งถือเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญของโลก จาการรายงานข้อมูลขององค์การอนามัยโลก ( WHO )พบประชาการทั่วโลกเสียชีวิตจากโรค NCDs มีแนวโน้มเิ่มขึ้น จาก 38 ล้านคน (คิดเป็นร้อยละ 68 ของสาเหตุการเสียชีวิตทั้งหมดของประชาการโลก ) ปี พ. ศ. 2560- 2567 พบอัตราเสียชีวิตอย่างหยาบอันมีสาเหตุมาจาก โรคไม่ติดต่อที่สำคัญ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในประชากรไทย โดยในปี พ. ศ. 2561 โรคไม่ติดต่อ ที่เป็นสาเหตุการตาย 3 อันดับแรก ได้แก่ โรคมะเร็งรวมทุกประเภท รองลงมา คือ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคหัวใจขาดเลือด คิดเป็นอัตราเสียชีวิตเท่ากับ 123.3 47.1 และ 31.8 ต่อประชากรแสนคน (ข้อมูลณ วันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 : กองโรคไม่ติดต่อ กรมครบคุมโรค ) ในปี 2568 จังหวัดนราธิวาส พบประชาชนกลุ่มเสี่ยงจากการคัดกรอง จำนวน 12,849 คน และอำเภอศรีสาคร พบประชาชนกลุ่มเสี่ยงจาการคัดกรอง กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน จำนวน 610 คนกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 449 คน กลุ่มเสี่ยงโรคหอดเลือดสมอง จำนวน 330 คน ( ข้อมูลจากระบบคลังโรคไม่ติดต่อเรื้องรัง จังหวัดนริวาส) นอกจากปัจจัยทางกรรมพันธุ์ที่ส่งเสริมการเกิดโรคแล้ว การมีพฤติกรรมสุขภาพไม่เหมาะสม ทั้งด้านอาหาร โดยการรับประทานอาหารเค็ม มัน หวาน ขาดการออกกำลังกาย มีความเครียดสูงเรื้อรัง ดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรีเป็นประจำ นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญก่อให้เกิดโรคดังกล่าว หากประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความรู้ด้านสุขภาพ ตระหนักในการดูแลสุขภาพ เข้ารับการคัดกรองภาวะสุขภาพ รวมทั้งมีทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม จะสามารถดูแลตนเอง ครอบครัว และชุมชน ลดโอกาศการเกิดโรคเรื้อรัง กลุ่มงานบริการด้านปฐมภูมิและองค์รวม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลกาหลง ทำหน้าที่เป็นหน่วยบริการสุขภาพปฐมภูมิบริการส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันและควบคุมโรค ฟื้นฟูสภาพและให้บริการ รักษาโรคเบื้องต้นในเขตพื้นที่ตำบลกาหลง ตระหนักถึงความสำคัญที่จะดูแลสุขภาพแก่ประชาชน กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน ตามหลัก 3อ.2ส.1ฟ. เพื่อประชาชนได้รับความรู้ที่ถูกต้องเหมาะสม มีทักษะในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ลดเสี่ยง ลดโรค จึงได้จัดทำโครงการชีวิตดีวิถีใหม่ ห่างไกลโรคNCDs สำหรับประชาชนในเขตตำบลกาหลงรี ปีงบประมาณ 2568 ขึ้นเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณในครั้งนี้ จากการคัดกรองกลุ่มเป้าหมายที่มีอายุ ตั้งแต่ ๓๕ ปีขึ้นไปในเขตตำบลกาหลงในปี ๒๕๖7 พบกลุ่มเสี่ยงที่มีโอกาสป่วยเป็นโรคเรื้อรังรายใหม่ จำนวน 25 ราย และกลุ่มเสี่ยงที่มีค่าน้ำตาลตรวจปลายนิ้ว มากกว่า ๑๒๖ mg% จำนวนมากกว่า 21 ราย และในปัจจุบัน โรคความดันโลหิตสูง/โรคเบาหวาน ในเขตบริการโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านป่าไผ่จำนวน ๑35/93 ราย ซึ่งเพิ่มจากปี ๒๕๖6 คิดเป็นร้อยละ ๓.1/6.๘ ตามลำดับ ดังนั้นผู้รับผิดชอบโครงการจึงได้จัดทำโครงการชีวิตดี วิถีใหม่ ห่างไกลโรค NCDs ตำบลกาหลง อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส ขึ้น เพื่อตรวจคัดกรองกลุ่มเป้าหมาย ส่งเสริม และติดตามในการดูแลกลุ่มเป้าหมายต่อไป

วัตถุประสงค์/เป้าหมาย
  1. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
  2. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
  3. เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคหลอดเลือดสมอง(CVA)
การดำเนินงาน/กิจกรรม
  1. ประชุมผู้นำชุมชน ตัวแทนหมู่บ้านและ อสม. และตรวจคัดกรองสุขภาพ เพื่อเป็นแกนนำด้านสุขภาพและเตรียมความพร้อมในการดูแลกลุ่มเสี่ยงในหมู่บ้าน
  2. คัดกรองประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไป ในตำบลกาหลง
วิธีดำเนินการ
ผลที่คาดว่าจะได้รับ

๑.ประชาชนอายุ ๓๕ ปี ขึ้นไป ได้รับการคัดกรองสุขภาพเบาหวานและความดันโลหิต ร้อยละ ๙๐ ๒.ประชาชนกลุ่มเสี่ยงป่วยและกลุ่มป่วยโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวานได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ๑๐๐