โครงการหนูน้อยวัยใส ใส่ใจกินผัก รักสุขภาพ
| ชื่อโครงการ | โครงการหนูน้อยวัยใส ใส่ใจกินผัก รักสุขภาพ |
| ประเภทโครงการ | โครงการจากเงินเหมาจ่าย 45 บาท |
| รหัสโครงการ | 68-L3049-03-05 |
| ประเภทการสนับสนุน | ประเภท 3 สนับสนุนหน่วยงานที่มีหน้ารับผิดชอบเกี่ยวกับเด็ก ผู้สูงอายุ และคนพิการ |
| หน่วยงาน/องค์กร/กลุ่มคน ที่รับผิดชอบโครงการ | หน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานสาธารณสุข เช่น โรงเรียน |
| วันที่อนุมัติ | 18 สิงหาคม 2568 |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 18 สิงหาคม 2568 - 31 ธันวาคม 2568 |
| กำหนดวันส่งรายงาน | 31 ธันวาคม 2568 |
| งบประมาณ | 17,320.00 บาท |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | องค์การบริหารส่วนตำบลสาบัน |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นางสาวซานะ อูมา |
| พี่เลี้ยงโครงการ | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลสาบัน อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี |
| ละติจูด-ลองจิจูด | 6.82,101.439place |
(ตามแนบท้ายประกาศคณะอนุกรรมการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคฯ พ.ศ. 2557)
| กลุ่มเป้าหมาย | จำนวน(คน) | |
|---|---|---|
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกตามช่วงวัย | ||
| กลุ่มเป้าหมายจำแนกกลุ่มเฉพาะ |
| สถานการณ์ปัญหา | ขนาด |
|---|
ความสำคัญของโครงการ สถานการณ์ หลักการและเหตุผล
หลักการและเหตุผล (ระบุที่มาของการทำโครงการ) การบริโภคอาหารอย่างพอเพียงและถูกต้องตามหลักโภชนาการ นับเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องตระหนัก และ ดูแลเอาใจใส่อย่างจริงจัง เพื่อการมีสุขภาพที่ดี แต่ทุกวันนี้ประเทศไทยกลับมีปัญหาด้านโภชนาการสมวัยเพิ่มมากขึ้นโดยเฉพาะเด็กไทยในวันนี้น่าห่วง เพราะต้องเผชิญปัญหาอ้วน เตี้ย ผอม ส่งผลโง่ เรียนรู้ช้า ภูมิต้านทานต่ำ เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรัง ซึ่งสาเหตุมาจากพฤติกรรมโภชนาการไม่ถูกต้อง เด็กที่มีภาวะอ้วน เสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ เช่นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง หัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น สาเหตุสำคัญส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมโภชนาการที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งจากการสำรวจโภชนาการเด็กไทยพบว่า เด็กกินผักเพียงวันละ๑.๕ ช้อนโต๊ะ ทั้งที่ควรกินไม่ต่ำกว่าวันละ๑๒ ช้อนโต๊ะ กินขนมกรุบกรอบและเครื่องดื่ม รสหวานจัดเกือบทุกวันหรือทุกวันสูงถึงร้อยละ๖๗. ส่งผลให้เด็กไทยมีปัญหาภาวะทุกโภชนาการทั้งขาดและเกิน โรคผอมเกินไป ขาดสารอาหาร และโรคอ้วนหรือภาวะโภชนาการเกินในเด็กมีผลกระทบต่อทั้ง พัฒนาการทางร่างกาย สติปัญญา อารมณ์และสังคม ปัจจัยสำคัญของภาวะโภชนาการขาดและเกิน คือ การบริโภคอาหาร ที่ไม่ได้สัดส่วนและมีปริมาณไม่เหมาะสม ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลให้เด็กวัยเรียนมีแนวโน้มเป็นโรคขาดสารอาหารหรือโรคอ้วนเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มาจาก๑) เด็กกินไม่เป็น เพราะไม่มีความรู้ด้านโภชนาการ ทำให้กินไม่เพียงพอ กินอาหารไม่ครบ๕ หมู่ใน ด วัน ชอบกินอาหารฟาสฟู๊ด ที่มีรสหวานจัด มันจัด และเค็มจัด กินผักและผลไม้น้อยกว่า สัดส่วนมาตรฐานที่กำหนด ๒) การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตการหาอยู่หากินของครอบครัว ทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแลเอาใจใส่ในเรื่องอาหารการกินของเด็ก อีกทั้งประกอบอาหารเองลดลง โดยเฉพาะสภาพครอบครัวในชนบทซึ่งเป็นครอบครัวฟันหลอ เด็กอาศัยกับปู่ย่าตายาย ในขณะที่พ่อแม่ไปทำงานต่างถิ่น จึงปล่อยให้เด็กเลือกกินอาหารเองตามสื่อโฆษณาชวนเชื่อ เช่น จากร้านสะดวกซื้อ หรือตามตลาดนัด ๓) ผักและผลไม้บางชนิดมีราคาแพง ประกอบกับครอบครัวมีรายได้น้อย จึงไม่สามารถหาซื้อมาให้ลูกหลานกินเป็นประจำได้ อีกทั้งผักผลไม้ตามท้องตลาดไม่ปลอดภัยจากสารพิษ ซึ่งจากการสำรวจในปี๒๕๕๕ พบผักและผลไม้สดในห้างสรรพสินค้า ตลาดสด และรถเร่ขายของตามหมู่บ้าน โดยเฉลี่ยมีสารเคมีกำจัดศัตรูพืชตกค้างสูงกว่ามาตรฐาน EU ร้อยละ๔๐ ) แหล่งซื้ออาหารสุขภาพในโรงเรียนและชุมชนมีจำนวน น้อย ส่วนใหญ่ที่พบมีการจำหน่ายสินค้าจำพวกขนมกรุบกรอบและน้ำอัดลมในสหกรณ์และร้านค้า๕) เมนูอาหารกลาง วันที่โรงเรียนจัดบริการให้นักเรียนที่โรงเรียนนั้นไม่ถูกหลักโภชนาการ เนื่องจากมีสารอาหารประเภทโปรตีนและผักผลไม้ไม่เพียงพอตามคำแนะนำของกองโภชนาการ กระทรวงสาธารณสุข การที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้นั้น ส่วนหนึ่งควรจะต้องเกิดจากความร่วมมือร่วมใจกันในระดับครอบครัวก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองถือว่าเป็นผู้ดูแลอบรมเลี้ยงดูเด็ก เป็น ผู้ประกอบอาหารหรือจัดการอาหารในบ้าน รวมทั้งภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้องซึ่งมีบทบาทสำคัญที่จะสนับสนุน ผลักดันระดับครอบครัวอีกทอดหนึ่ง ดังนั้น กองการศึกษาฯ องค์การบริหารส่วนตำบลสาบัน ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการที่จะทำให้เด็กภายในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กทั้ง๒ ศูนย์ที่สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลสาบัน มีสุขภาพดี แข็งแรงตามเกณฑ์ของกรมอนามัย จึงได้จัดทำโครงการ หนูน้อยวัยใส ใส่ใจกินผัก รักสุขภาพ ประจำปี 2568 นั้น
| วัตถุประสงค์/ตัวชี้วัดความสำเร็จ | ขนาดปัญหา | เป้าหมาย 1 ปี | |
|---|---|---|---|
| 1 | 1.เพื่อกระตุ้นให้เด็กเล็กกินผัก และผลไม้เพิ่มขึ้น 2. เพื่อส่งเสริมกระบวนการเรียนรุ้และทักษะจากการลงมือปฏิบัติจริงให้ผักอละผลไม้น่าทาน 1.เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ร้อยละ 80 กินผักและผลไม้เพิ่มขึ้น 2.ครูและผู้ปกครอง ร้อยละ 80 คิดค้นเมนูผักและผลไม้ใหม่ๆให้น่าทาน |
| hourglass_emptyไม่มีกลุ่มกิจกรรม | กลุ่มเป้าหมาย (คน) |
งบกิจกรรม (บาท) |
ทำแล้ว |
ใช้จ่ายแล้ว (บาท) |
คงเหลือ (บาท) |
||
| วันที่ | กิจกรรม | 95 | 17,320.00 | 0 | 0.00 | 17,320.00 | |
| 1 ก.ย. 68 - 31 ธ.ค. 68 | 1.กิจกรรมปลูกผักและผลไม้ | 45 | 3,000.00 | - | - | more_vert | |
| 1 ก.ย. 68 - 31 ธ.ค. 68 | 2.กิจกรรมพัฒนาเมนูผักและผลไม้ | 50 | 14,320.00 | - | - | more_vert | |
| 1 ก.ย. 68 - 31 ธ.ค. 68 | 3.กิจกรรมติดตามและประเมินผลการดำเนินการ | 0 | 0.00 | - | - | more_vert | |
| รวมทั้งสิ้น | 95 | 17,320.00 | 0 | 0.00 | 17,320.00 | ||
1.เด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ได้กินผักและผลไม้เพิ่มขึ้น 2.ครูและผู้ปกครอง ได้คิดค้นเมนูผักและผลไม้ใหม่ๆให้น่าทาน
โครงการเข้าสู่ระบบเมื่อวันที่ 19 ส.ค. 2568 11:01 น.