โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบ้านยางขาคีม
โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบ้านยางขาคีม
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบ้านยางขาคีม | |
| รหัสโครงการ | L3341-02- | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | กลุ่มออกกำลังกายบ้านยางขาคีม | |
| วันที่อนุมัติ | 4 กันยายน 2568 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 8 กันยายน 2568 - 30 กันยายน 2568 | |
| งบประมาณ | 27,225.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | 1 นางดารา ทองอินทร์ 2 นางเรวดี อินทร์ฉ่ำ 3 นางอุดมวรรณ ทองอินทร์ 4 นางสุภาพ ศรีสุวรรณ 5 นางสาวอรทัย นวลเมือง | |
| พื้นที่ดำเนินการ | ตำบลทุ่งนารี อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง |
- ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 30.00
- ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์) ขนาด 20.00
- ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน ขนาด 50.00
- ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน ขนาด 10.00
ปัจจุบันตำบลทุ่งนารีมีผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในเขตรับผิดชอบทั้งหมด จำนวน 1,504 ราย (Dashboard:ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568) เป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 463 ราย คิดเป็นร้อยละ 30.78 ผู้ป่วยเบาหวานที่คุมน้ำตาลได้ดี จำนวน 204 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.06 ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 1,041 ราย คิดเป็นร้อยละ 69.22 ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมความดันได้ดี จำนวน 643 คน คิดเป็นร้อยละ 61.77 ผลการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อในประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคเบาหวานและหรือโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน 2,952 คน พบเป็นกลุ่มปกติ จำนวน 1,879 คน คิดเป็นร้อยละ 63.65 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 1,047 คน คิดเป็นร้อยละ 35.47กลุ่มสงสัยป่วย จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 0.88 ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 2,472 คน พบเป็นกลุ่มปกติ จำนวน 1,879 คน คิดเป็นร้อยละ 76.01 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 109 คน คิดเป็นร้อยละ 4.41กลุ่มสงสัยป่วย จำนวน 214 คน คิดเป็นร้อยละ 8.66 จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในเขตตำบลทุ่งนารีมีอัตราการป่วยที่สูงและควบคุมโรคได้ดีในอัตราที่ต่ำ ซึ่งมาตรการในการดูแลรักษาผู้ป่วยจำเป็นต้องอาศัยความรู้ความสามารถของผู้ให้การรักษาและความ ร่วมมือของผู้ป่วยในการดูแลสุขภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข อีกทั้งกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องได้รับองค์ความรู้ 3 อ. 2 ส. เพื่อป้องกันการป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy : HL) เป็นความสามารถและทักษะ ในการเข้าถึงข้อมูลความรู้ ความเข้าใจเพื่อวิเคราะห์ ประเมินการปฏิบัติ และจัดการตนเอง รวมทั้งสามารถชี้แนะเรื่องสุขภาพส่วนบุคคล ครอบครัวและชุมชนเพื่อสุขภาพที่ดี ความรอบรู้ด้านสุขภาพ จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ มีจุดเน้นว่าการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพให้แก่บุคคล จะทำให้บุคคลเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ และนำไปสู่การเกิดผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพที่ดี
ดังนั้นกลุ่มออกกำลังกานยางขาคีม จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบ้านยางขาคีม ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้น เพื่อมุ่งเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายมีสถานที่ออกกำลังกาย และสามารถควบคุมภาวะเสี่ยงทางด้านสุขภาพ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนัก และลดการเกิดโรคเรื้อรังที่สามารถป้องกันได้
- เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่
- เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ
- เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
- เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน
- กิจกรรมอบรมให้ความรู้สุขภาพและการออกกำลังกาย
- กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย
1.ผู้เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพิ่มความสัมพันธ์อันดีต่อกันในชุมชน
2.ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพที่ดีขึ้น ร่างกานแข็งแรงขึ้น
3.ผู้เข้าร่วมโครงการตระหนักและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายมากขึ้น
4.คนในชุมชนให้ความสนใจการออกกำลังกายมากขึ้น