โครงการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบ้านยางขาคีม
-
นางดารา ทองอินทร์
-
นางเรวดี อินทร์ฉ่ำ
-
นางอุดมวรรณ ทองอินทร์
-
นางสุภาพ ศรีสุวรรณ
-
นางสาวอรทัย นวลเมือง
-
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)30.00
-
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)20.00
-
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน50.00
-
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน10.00
ปัจจุบันตำบลทุ่งนารีมีผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ในเขตรับผิดชอบทั้งหมด จำนวน 1,504 ราย (Dashboard:ข้อมูล ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2568) เป็นผู้ป่วยโรคเบาหวาน จำนวน 463 ราย คิดเป็นร้อยละ 30.78 ผู้ป่วยเบาหวานที่คุมน้ำตาลได้ดี จำนวน 204 ราย คิดเป็นร้อยละ 44.06 ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 1,041 ราย คิดเป็นร้อยละ 69.22 ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงควบคุมความดันได้ดี จำนวน 643 คน คิดเป็นร้อยละ 61.77 ผลการดำเนินงานโรคไม่ติดต่อในประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ป่วยด้วยโรคเบาหวานและหรือโรคความดันโลหิตสูง ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน จำนวน 2,952 คน พบเป็นกลุ่มปกติ จำนวน 1,879 คน คิดเป็นร้อยละ 63.65 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 1,047 คน คิดเป็นร้อยละ 35.47กลุ่มสงสัยป่วย จำนวน 26 คน คิดเป็นร้อยละ 0.88 ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 2,472 คน พบเป็นกลุ่มปกติ จำนวน 1,879 คน คิดเป็นร้อยละ 76.01 กลุ่มเสี่ยง จำนวน 109 คน คิดเป็นร้อยละ 4.41กลุ่มสงสัยป่วย จำนวน 214 คน คิดเป็นร้อยละ 8.66 จากข้อมูลดังกล่าวจะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงในเขตตำบลทุ่งนารีมีอัตราการป่วยที่สูงและควบคุมโรคได้ดีในอัตราที่ต่ำ ซึ่งมาตรการในการดูแลรักษาผู้ป่วยจำเป็นต้องอาศัยความรู้ความสามารถของผู้ให้การรักษาและความ ร่วมมือของผู้ป่วยในการดูแลสุขภาพและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถดำรงชีวิตได้อย่างปกติสุข อีกทั้งกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องได้รับองค์ความรู้ 3 อ. 2 ส. เพื่อป้องกันการป่วยด้วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงรายใหม่ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ (Health literacy : HL) เป็นความสามารถและทักษะ ในการเข้าถึงข้อมูลความรู้ ความเข้าใจเพื่อวิเคราะห์ ประเมินการปฏิบัติ และจัดการตนเอง รวมทั้งสามารถชี้แนะเรื่องสุขภาพส่วนบุคคล ครอบครัวและชุมชนเพื่อสุขภาพที่ดี ความรอบรู้ด้านสุขภาพ จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพ มีจุดเน้นว่าการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพให้แก่บุคคล จะทำให้บุคคลเกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมสุขภาพ และนำไปสู่การเกิดผลลัพธ์ทางด้านสุขภาพที่ดี
ดังนั้นกลุ่มออกกำลังกานยางขาคีม จึงได้จัดทำโครงการส่งเสริมการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพบ้านยางขาคีม ประจำปีงบประมาณ 2568 ขึ้น เพื่อมุ่งเน้นให้ประชาชนเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายมีสถานที่ออกกำลังกาย และสามารถควบคุมภาวะเสี่ยงทางด้านสุขภาพ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด น้ำหนัก และลดการเกิดโรคเรื้อรังที่สามารถป้องกันได้
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้ใหญ่40.00
ร้อยละของผู้ใหญ่อายุ 18-64 ปี ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลางถึงมาก อย่างน้อยที่สุด 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการมีกิจกรรมทางกายที่เพียงพอในผู้สูงอายุ30.00
ร้อยละของผู้สูงอายุ 65 ปี ขึ้นไป ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพอ (ระดับปานกลาง อย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์)
-
เพื่อเพิ่มการใช้ประโยชน์พื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน60.00
ร้อยละของการใช้ประโยชน์ของพื้นที่สาธารณะในการมีกิจกรรมทางกายของคนในชุมชน
-
เพื่อเพิ่มการออกกำลังกายในชุมชน20.00
ร้อยละของคนที่ออกกำลังกายในชุมชน
-
กลุ่มวัยทำงาน30
-
กลุ่มผู้สูงอายุ10
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
กิจกรรมส่งเสริมการออกกำลังกาย
ค่าจัดซื้อลำโพงเครื่องเสียง1 ตัวเป็นเงิน 5,000 บาท
ค่าเครื่องวัดความดัน1 เครื่องๆละ 2,500 บาท
ค่าเครื่องช่างน้ำหนัก1 เครื่อง1,250 บาท
ค่าเสื่อโยคะ จำนวน40 ผืนๆละ 100 บาท เป็นเงิน4,000.-บาท
ค่าวิทยากรนำออกกำลังกายจำนวน15 วันวันละ 1 ชั่วโมง ๆละ 300 บาทเป็นเงิน 4,500 บาท ค่าป้ายโครงการ จำนวน 1 ป้าย เป็นเงิน 576 บาท15 กันยายน 2568 ถึง 26 กันยายน 2568กลุ่มเป้าได้ออกกำลังกาย อย่างน้อย 150 ต่อสัปดาห์
17825.00 บาท -
กิจกรรมอบรมให้ความรู้สุขภาพและการออกกำลังกาย
ค่าวิทยากรอบรม 3 ชั่วโมงๆละ 600 บาท เป็นเงิน 1,800.-บาท ค่าคู่มือสุขภาพจำนวน40 เล่มๆละ 30 บาทเป็นเงิน1,200.-บาท ค่าสมุด จำนวน 40 เล่มๆละ5 บาท เป็นเงิน200.- บาท ค่าปากกาจำนวน40 เล่มๆละ 5 บาทเป็นเงิน 200.-บาท ค่ากระเป๋าใส่เอกสาร จำนวน 40 ใบ ๆละ 100 บาท เป็นเงิน4,000.- บาท
ค่าสายวัดรอบเอวจำนวน 40 เส้นๆละ 25 บาท เป็นเงิน 1,000.-บาท ค่าอาหารว่างและเครื่องดื่มจำนวน 40 ชุดๆละ 25.บาท เป็นเงิน1,000.-บาท12 กันยายน 2568 ถึง 12 กันยายน 2568ผู้เข้าร่วมอบรมมีความรู้เรื่องสุขภาพ
9400.00 บาท
รายจ่ายสามารถถั่วเฉลี่ยจ่ายได้
1.ผู้เข้าร่วมโครงการมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เพิ่มความสัมพันธ์อันดีต่อกันในชุมชน
2.ผู้เข้าร่วมโครงการมีสุขภาพที่ดีขึ้น ร่างกานแข็งแรงขึ้น
3.ผู้เข้าร่วมโครงการตระหนักและเห็นความสำคัญของการออกกำลังกายมากขึ้น
4.คนในชุมชนให้ความสนใจการออกกำลังกายมากขึ้น
