โครงการบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านหัวถนน ปีงบประมาณ 2569
โครงการบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านหัวถนน ปีงบประมาณ 2569
| ชื่อโครงการ/กิจกรรม | โครงการบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านหัวถนน ปีงบประมาณ 2569 | |
| รหัสโครงการ | 69-50105-01-01 | |
| ชื่อองค์กรที่รับผิดชอบ | โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวถนน | |
| วันที่อนุมัติ | 4 กุมภาพันธ์ 2569 | |
| ปี | 2569 | |
| ระยะเวลาดำเนินโครงการ | 5 มกราคม 2569 - 30 กันยายน 2569 | |
| งบประมาณ | 19,100.00 | |
| ผู้รับผิดชอบโครงการ | นายเลอศักดิ์ จันทร์น้อย | |
| พื้นที่ดำเนินการ |
- ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ขนาด 95.65
- ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง ขนาด 94.81
โรคติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทัวโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วยพบว่าอัตราชุกของโรคเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง องค์การอนามัยโลก (wHO) มีการประมาณการทางสถิติว่า ทั่วไปมีผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานประมาณ 125 ล้านคน และมีอัตราการเพิ่มของผู้ป่วยทุกปี และในการศึกษาสถานการณ์ และธรรมชาติวิทยาของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในประชากร พบว่าภาพรวมของประเทศประชากรไทยมีแนวโน้มการตายและป่วยจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นใน 13 ปีขึ้นไป มากกว่าหนึ่งล้านเก้าแสนคน และมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความชุกและจำนวนผู้เป็นเบาหวานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังพบว่า เมื่ออายุสูงขึ้น มีโอกาสเป็นเบาหวานได้ง่าย เมื่อเป็นโรคเบาหวานระยะเวลาหนึ่งแล้วจะเกิดโรคแทรกซ้อนทาง ตา ไต หัวใจ ระบบประสาท แผลเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขึ้นมีโอกาสเกิดภาวะขาดเลือดเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า และโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 3-8 เท่าจาการดำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2568 พบว่าจังหวัดพัทลุงมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง สูงขึ้นทุกปี เนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามภาวะสุขภาพ เช่น พฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกิน การขาดการออกกำลังกายจากสถิติการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ รพ.สต.บ้านหัวถนน ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง พบว่าประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 1,564 คนได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว 1,496 คน คิดเป็นร้อยละ 95.65เป็นกลุ่มเสี่ยง 178คน พบผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.26 ในส่วนผู้ป่วยเบาหวานสามารถคุมระดับน้ำตาลได้ดี จำนวน 135 คิดเป็นร้อยละ 46.71 สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบว่าประชากรที่มีอาย 35 ปีขึนไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน1,271 คนได้รับการคัดกรอง 1,205 คิดเป็นร้อยละ 94.81 เป็นกลุ่มเสี่ยง 535 คน คิดเป็นร้อยละ 44.39 พบผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.17 ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี จำนวน 423 คนคิดเป็นร้อยละ 67.57 เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกัของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชน เพื่อพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่่ ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรค รวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวถนน จึงจัดทำโครงการบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านหัวถนน ปีงบประมาณ 2569 ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วยมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ2ส. ผู้ป่วยจะต้องได้รับการดูแลและตรวจสุขภาพประจำปีตามเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน
- เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง
- เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดี
- เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระับความดันโลหิตได้ดี
- ประชุมเจ้าหน้าที่ รพ.สต./อสม. ชี้แจงรายละเอียด เพื่อวางแผนการดำเนินงาน
- คัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เชิงรุกในชุมชน ประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป
- สร้างความรอบรู้ปรับเปลี่ยนเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ. 2ส. ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
- ติดตามผลการปรับเปลี่ยนตามหลัก 3อ. 2ส.(กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย)
- สื่อสารความเสี่ยง ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
- ให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานและตรวจประเมินภาวะแทรกซ้อน
1.ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 96 2.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงลดลง 3.ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับนำ้ตาลได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 4.ผู้ป่วยโรคครวามดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60