โครงการบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน รพ.สต.บ้านหัวถนน ปีงบประมาณ 2569
-
-
-
ร้อยละของประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน95.65
-
ร้อยละประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง94.81
โรคติดต่อเรื้อรัง(NCDs) เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญทัวโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วยพบว่าอัตราชุกของโรคเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยเฉพาะโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง องค์การอนามัยโลก (wHO) มีการประมาณการทางสถิติว่า ทั่วไปมีผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นเบาหวานประมาณ 125 ล้านคน และมีอัตราการเพิ่มของผู้ป่วยทุกปี และในการศึกษาสถานการณ์ และธรรมชาติวิทยาของโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในประชากร พบว่าภาพรวมของประเทศประชากรไทยมีแนวโน้มการตายและป่วยจากโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นใน 13 ปีขึ้นไป มากกว่าหนึ่งล้านเก้าแสนคน และมีแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของความชุกและจำนวนผู้เป็นเบาหวานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนั้นยังพบว่า เมื่ออายุสูงขึ้น มีโอกาสเป็นเบาหวานได้ง่าย เมื่อเป็นโรคเบาหวานระยะเวลาหนึ่งแล้วจะเกิดโรคแทรกซ้อนทาง ตา ไต หัวใจ ระบบประสาท แผลเรื้อรัง ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีภาวะความดันโลหิตสูงขึ้นมีโอกาสเกิดภาวะขาดเลือดเพิ่มขึ้น 3-4 เท่า และโรคหลอดเลือดสมองเพิ่มขึ้น 3-8 เท่าจาการดำเนินงานเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังในปีงบประมาณ 2568 พบว่าจังหวัดพัทลุงมีแนวโน้มผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง สูงขึ้นทุกปี เนื่องมาจากปัจจัยเสี่ยงที่คุกคามภาวะสุขภาพ เช่น พฤติกรรมการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เกิดความเครียด ภาวะโภชนาการเกิน การขาดการออกกำลังกายจากสถิติการเกิดโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงของ รพ.สต.บ้านหัวถนน ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง พบว่าประชากรอายุ 35 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เป็นเบาหวานจำนวน 1,564 คนได้รับการคัดกรองเจาะน้ำตาลปลายนิ้ว 1,496 คน คิดเป็นร้อยละ 95.65เป็นกลุ่มเสี่ยง 178คน พบผู้ป่วยรายใหม่ 4 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.26 ในส่วนผู้ป่วยเบาหวานสามารถคุมระดับน้ำตาลได้ดี จำนวน 135 คิดเป็นร้อยละ 46.71 สำหรับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูงพบว่าประชากรที่มีอาย 35 ปีขึนไปที่ยังไม่เป็นโรคความดันโลหิตสูงจำนวน1,271 คนได้รับการคัดกรอง 1,205 คิดเป็นร้อยละ 94.81 เป็นกลุ่มเสี่ยง 535 คน คิดเป็นร้อยละ 44.39 พบผู้ป่วยรายใหม่ 2 ราย คิดเป็นร้อยละ 0.17 ในส่วนของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี จำนวน 423 คนคิดเป็นร้อยละ 67.57 เพื่อให้การดำเนินงานการป้องกันและควบคุมจัดการงานโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง NCDs เป็นไปอย่างต่อเนื่อง เราต้องอาศัยการทำงานร่วมกัของภาคีเครือข่ายสุขภาพรวมทั้งประชาชน เพื่อพัฒนาระบบบูรณาการป้องกันและควบคุมจัดการโรคเบาหวาน/โรคความดันโลหิตสูง เพื่อลดอุบัติการณ์การเกิดผู้ป่วยรายใหม่่ ลดภาวะแทรกซ้อนจากโรค รวมทั้งการลดอัตราตายจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอีกด้วย ทางโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านหัวถนน จึงจัดทำโครงการบูรณาการป้องกันและควบคุมโรคความดันโลหิตสูง รพ.สต.บ้านหัวถนน ปีงบประมาณ 2569 ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนทั่วไปและผู้ป่วยมีความตระหนักและสร้างความรอบรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ2ส. ผู้ป่วยจะต้องได้รับการดูแลและตรวจสุขภาพประจำปีตามเกณฑ์มาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนสามารถป้องกันและควบคุมโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตได้
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนทีมีความเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน96.00
ร้อยละของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป(ที่ยังไม่เป็นโรค)ได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน ร้อยละ 96
-
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนที่มีความเสี่ยงเป็นโรคความดันโลหิตสูง96.00
ร้อยละของประชาชนที่มีอายุ 35 ปีขึ้นไป(ที่ยังไม่เป็นโรค)ได้รับการคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 96
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมน้ำตาลได้ดี50.00
ร้อยละของผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 45
-
เพื่อให้ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระับความดันโลหิตได้ดี70.00
ร้อยละของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
-
กลุ่มผู้ป่วยโรคเรื้อรัง180
-
กลุ่มประชาชนทั่วไปที่มีภาวะเสี่ยง1552
- กิจกรรม แสดงขั้นตอนการทำกิจกรรมและกระบวนการดำเนินงาน เขียนให้ละเอียดว่าจะทำอะไร อย่างไร จึงจะสำเร็จตามวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่วางไว้ เขียนให้เห็นลำดับเป็นขั้นเป็นตอน
- งบประมาณ ในแต่ละกิจกรรม ขอให้จำแนกรายการค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยละเอียด
-
ประชุมเจ้าหน้าที่ รพ.สต./อสม. ชี้แจงรายละเอียด เพื่อวางแผนการดำเนินงาน
1.ประชุม เจ้าหน้าที่ รพ.สต./อสม เพื่อชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงาน กำหนดกลุ่มเป้าหมาย และวางแผนการดำเนินงานในการดำเนินการคัดกรองกลุ่มเสี่ยงและดูแลกลุ่มเสี่ยง ผู้ป่วยโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง
ไม่มีค่าใช้จ่าย5 มกราคม 2569 ถึง 5 มกราคม 2569ผลผลิต
1.เจ้าหน้าที่่ รพ.สต./อสม.ทุกคนเข้าร่วมประชุมเพื่อวางแผนการดำเนินงาน
ผลลัพธ์
1.มีแผนการดำเนินงาน
2.จนท./อสม.สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ0.00 บาท -
คัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เชิงรุกในชุมชน ประชาชนกลุ่มเป้าหมายอายุ 35 ปีขึ้นไป
คัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงในประชาชนอายุ 35 ปีีขึ้นไป
- ค่าถ่ายเอกสารคัดกรองโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน จำนวน 1,600 แผ่น(หน้า-หลัง) แผ่นๆละ 1 บาท เป็นเงิน 1,600 บาท
- ค่าแถบวัดระดับน้ำตาลพร้อมเข็มเจาะ จำนวน 17 กล่องๆละ 1,000 บาท เป็นเงิน 17,000 บาท5 มกราคม 2569 ถึง 27 กุมภาพันธ์ 2569ผลผลิต
ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปได้รับการคัดกรองโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 95
ผลลพธ์
ประชาชนกลุ่มเป้าหมายรับรู้สถานะสุขภาพของตนเองและสามารถดูแลปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม18600.00 บาท -
สร้างความรอบรู้ปรับเปลี่ยนเปลี่ยนพฤติกรรมตามหลัก 3อ. 2ส. ในกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยเป็นโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
-ให้ความรู้เรื่องโรค อาหาร และการออกกำลังกายในกลุ่มเสี่ยง/สงสัยป่วย โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง (รายกลุ่ม/รายบุคคล)
ไม่มีค่าใช้จ่าย1 เมษายน 2569 ถึง 1 เมษายน 2569ผลผลิต
- กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มสงสัยป่วยได้รับความรู้เพื่่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ร้อยละ 100
ผลลัพธ์
- กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้อย่างเหมาะสม
- ลดกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง
- ลดอัตราป่วยโรคเบาหวาน โรคควาดันโลหิตสูงรายใหม่0.00 บาท -
ติดตามผลการปรับเปลี่ยนตามหลัก 3อ. 2ส.(กลุ่มเสี่ยง กลุ่มสงสัยป่วย)
1.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในกลุ่มสงสัยป่วย(ครบ 1 เดือน)
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลน้ำตาลในเลือดกลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน
- ติดตามค่าคความดันโลหิตที่บ้านกลุ่มสงสัยป่วยโรคความดันโลหิตสูง
2.กิจกรรมติดตามผลการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลุ่มเสี่ยง(ครบ 6 เดือน)
- เจาะ FBS เพื่อติดตามผลนำ้ตาลในเลือดกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน
- ติดตามค่าความดันโลหิตที่บ้านกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง
3.สรุปผลการติดตาม คืนข้อมูลให้กลุ่มเป้าหมาย
ไม่มีค่าใช้จ่าย1 พฤษภาคม 2569 ถึง 28 สิงหาคม 2569ผลผลิต
1.กลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามร้อยละ 90
2.กลุ่มสงสัยป่วยโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ได้รับการติดตามร้อยละ 100
ผลลัพธ์
1.กลุ่มเสียงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูงลดลง ร้อยละ 5
2.กลุ่มสงสัยป่วย โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง ร้อยละ 50.00 บาท -
ให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวานและตรวจประเมินภาวะแทรกซ้อน
1.ให้ความรู้ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้ป่วยเบาหวาน
2.ตรวจประเมินสุขภาพช่องปากพร้อมแนะนำการดูแลสุขภาพช่องปาก
3.ตรวจเท้า เพื่อตรวจหาความเสี่ยงและป้องกันภาวะแทกซ้อน
4.ตรวจสายตา เพื่อคัดกรองเบาหวานขึ้นจอประสาทตา
- ค่าชุดตรวจเท้า Monofilament จำนวน 2 ชุดๆละ 250 บาท เป็นเงิน 500 บาท5 พฤษภาคม 2569 ถึง 5 พฤษภาคม 2569ผลผลิต
ผู้ป่วยเบาหวาน(รับยาที่่ รพ.สต.) เข้าร่วมอบรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมร้อยละ 80
ผลลัพธ์
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ดีร้อยละ 40500.00 บาท -
สื่อสารความเสี่ยง ป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง
1.ประชาสัมพันธ์ ื่สื่อสารควมเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสัญญาณเตือนโรคหลอดเลือดสมอง
2.ประเมิน CVD risk ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง
3.ผู้ป่วยเบาหวานและความดันดลหิตสูงที่มีความเสี่ยง CVD risk ได้รับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างเข้มข้นและติดตามเยี่ยมบ้านจนมีพยาธิสภาพดีขึ้น
ไม่ใช้งบประมาณ4 พฤษภาคม 2569 ถึง 31 กรกฎาคม 2569ผลผลิต
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูง ได้รับการประเมินความเสี่ยง CVD มากกว่า ร้อยละ 90
ผลลัพธ์
- ผู้ป่วยโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงมความเสี่ยง CVD risk ลดลง ป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองและหัวใจ0.00 บาท
1.ประชาชนอายุ 35 ปีขึ้นไปในเขตรับผิดชอบได้รับการคัดกรองโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 96 2.ประชาชนกลุ่มเป้าหมายมีความเสี่ยงโรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูงลดลง 3.ผู้ป่วยโรคเบาหวานสามารถควบคุมระดับนำ้ตาลได้ดีไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 4.ผู้ป่วยโรคครวามดันโลหิตสูงสามารถควบคุมระดับความดันโลหิตได้ดี ไม่น้อยกว่าร้อยละ 60
